CVE 2026 59310 เป็นช่องโหว่ directory traversal ระดับวิกฤตใน Syslog Server ของ VMware vCenter มีคะแนน CVSS 9.8 และเปิดทางให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงเครือข่ายสั่งรันโค้ดได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นักวิจัยพบ IP ที่เชื่อมโยงกับระบบถูกโจมตี 361 รายการใน 47 ประเทศ โดย QUIRSO ประเมินว่ามีความเชื่อมโยงกับจีนในระดับความเชื่อมั่นปาน...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is known about the suspected China-linked campaign exploiting the critical CVE-2026-59310 directory-traversal vulnerability in Broadcom. Article summary: CVE-2026-59310 is a critical, actively exploited vCenter Syslog Server directory-traversal flaw. It carries CVSS 9.8 and permits unauthenticated network attackers to execute arbitrary code; reporting describes execution . Topic tags: general, government, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, ch
CVE-2026-59310 ไม่ใช่แค่ช่องโหว่ที่ต้องรีบติดตั้งแพตช์อีกต่อไป แต่กลายเป็นช่องทางที่ถูกใช้เจาะระบบ VMware vCenter อย่างรวดเร็ว Broadcom เปิดเผยช่องโหว่และออกแพตช์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 ทว่านักวิจัยพบสัญญาณการโจมตีตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม หรือเพียง 5 วันให้หลัง
แคมเปญดังกล่าวเชื่อมโยงกับ IP ที่พบว่าถูกโจมตี 361 รายการใน 47 ประเทศ และใช้ reverse SSH เพื่อรักษาช่องทางเข้าถึงระบบอย่างต่อเนื่อง Shadowserver ระบุว่า vCenter ที่พบกลไกดังกล่าวควรถูกถือว่า “ถูกเจาะเต็มรูปแบบ”
Broadcom และ National Vulnerability Database (NVD) อธิบายว่า CVE-2026-59310 เป็นช่องโหว่ประเภท directory traversal ใน Syslog Server ของ vCenter ซึ่งทำให้ผู้โจมตีที่เข้าถึง vCenter ผ่านเครือข่ายสามารถส่งคำขอที่หลบออกนอกเส้นทางไฟล์ที่ควรได้รับอนุญาต และนำไปสู่การสั่งรันโค้ดใด ๆ บนระบบได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ช่องโหว่นี้มีคะแนน CVSS 9.8 อยู่ในระดับวิกฤต
ในทางปฏิบัติ vCenter ที่เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตหรือจากเครือข่ายภายในที่กว้างเกินไป อาจถูกเปลี่ยนจากระบบบริหารโครงสร้างพื้นฐานเสมือนให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการฝังช่องทางลับและขยายการเข้าถึงไปยังระบบเสมือนอื่น ๆ ได้
มีรายงานบางส่วนระบุว่าการรันโค้ดบนอุปกรณ์เกิดขึ้นในบริบทสิทธิ์ระดับ root แต่คำอธิบายจากผู้ผลิตและฐานข้อมูลช่องโหว่ที่เป็นทางการยืนยันในวงกว้างถึงความเสี่ยงจาก arbitrary code execution มากกว่าจะยืนยันสิทธิ์ของทุกเหตุการณ์โจมตีเป็นกรณี ๆ ไป
Broadcom ระบุแพตช์เวอร์ชันที่แก้ไขแล้ว แต่ไม่มีวิธีแก้ชั่วคราว ดังนั้นการอัปเดตตามเวอร์ชันที่ผู้ผลิตกำหนดจึงเป็นวิธีแก้ไขอย่างเป็นทางการเพียงทางเดียว
Broadcom เปิดเผย CVE-2026-59310 และออกแพตช์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ขณะที่ QUIRSO รายงานว่าพบการเริ่มโจมตีตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม ก่อนกิจกรรมจะขยายตัวอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อการตอบสนองเหตุการณ์ เพราะระบบที่ติดตั้งแพตช์หลังวันที่ 3 สิงหาคมไม่ควรถูกสรุปว่า “ปลอดภัยแล้ว” เพียงเพราะการอัปเดตเสร็จสมบูรณ์
ผู้ดูแลระบบต้องแยก 2 งานออกจากกันให้ชัดเจน ได้แก่ การปิดช่องโหว่ด้วยแพตช์ และการตรวจสอบว่าผู้โจมตีได้เข้ามาฝังตัวไว้ก่อนหน้านั้นหรือไม่
นักวิจัยเชื่อมโยงกิจกรรมนี้กับ IP ที่พบว่าถูกโจมตี 361 รายการใน 47 ประเทศ โดยเยอรมนี สหรัฐฯ ตุรกี อิหร่าน และฝรั่งเศสคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของชุดข้อมูลที่สังเกตพบ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะ 1 IP ไม่ได้หมายความว่าเป็น 1 บริษัทหรือ 1 หน่วยงานเสมอไป จึงไม่สามารถสรุปได้ว่ามีองค์กรที่ตกเป็นเหยื่อ 361 แห่ง ตัวเลขดังกล่าวสะท้อน IP ที่ตรวจพบและเชื่อมโยงกับระบบ vCenter ที่ถูกบุกรุกเท่านั้น
ถึงกระนั้น รายงานที่มีอยู่ก็ชี้ให้เห็นว่าแคมเปญนี้มีขอบเขตกว้าง และมุ่งเป้าไปยังระบบ vCenter ที่เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ตหรือถูกเปิดให้เครือข่ายอื่นเข้าถึงได้
QUIRSO ประเมินความเชื่อมโยงกับจีนด้วยระดับความเชื่อมั่นปานกลาง โดยอ้างถึงหลักฐานประกอบหลายด้าน ได้แก่ ร่องรอยภาษาจีน เครื่องมือที่ใช้ งานวิจัยที่ถูกนำกลับมาใช้ซ้ำ รูปแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับเวลาทำงานในเขตเวลา UTC+08:00 และชุดเหยื่อที่ดูเหมือนจะไม่รวมระบบในจีนแผ่นดินใหญ่
ข้อมูลเหล่านี้สนับสนุนการประเมินด้านภูมิภาคหรือภาษา แต่ยังไม่สามารถระบุกลุ่มแฮ็กเกอร์ของจีนที่มีชื่อเฉพาะ และไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่ารัฐบาลจีนเป็นผู้สั่งการ
ดังนั้น คำอธิบายที่รัดกุมที่สุดในตอนนี้คือ “ผู้โจมตีที่สงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับจีน” ไม่ใช่ปฏิบัติการที่ยืนยันแล้วว่าได้รับการสนับสนุนจากรัฐ การระบุแหล่งที่มาจากภาษา เครื่องมือ เวลาโจมตี และรูปแบบเหยื่ออาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีหลักฐานเพิ่มเติม
จากข้อมูลที่เผยแพร่ แคมเปญน่าจะใช้ CVE-2026-59310 เพื่อเข้ารันโค้ดในระยะแรก ก่อนติดตั้งกลไกคงอยู่และเครื่องมือเข้าถึงหลายชั้น ดังนี้
curl หรือ wget ดาวน์โหลดแบ็กดอร์ชื่อ linuxFile ซึ่งใช้ WebSocket และการทำให้สตริงสับสนด้วย XOR ตามรายงานเหตุการณ์ที่ตรวจพบ.babyk ให้ไฟล์ ประเด็น reverse SSH มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่องทางให้ผู้โจมตีเชื่อมต่อกลับเข้าระบบได้ แม้ผู้ดูแลจะลบไฟล์บางส่วนหรือปิดช่องโหว่ไปแล้วก็ตาม Shadowserver จึงสรุปในเชิงปฏิบัติว่าระบบที่ติดตั้งกลไกนี้ควรถูกถือว่า “ถูกเจาะเต็มรูปแบบ”
การลบไบนารีหรือลบ cron job เพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ องค์กรควรสร้างความน่าเชื่อถือของระบบขึ้นใหม่ และเปลี่ยนข้อมูลรับรองสิทธิ์สูงทั้งหมดตามกระบวนการรับมือเหตุการณ์ที่เป็นทางการ
กิจกรรมที่เติมนามสกุล .babyk ไม่จำเป็นต้องหมายถึงแคมเปญแรนซัมแวร์แบบดั้งเดิมที่มุ่งเข้ารหัสข้อมูลจำนวนมากเพื่อเรียกค่าไถ่เสมอไป นักวิเคราะห์เสนอว่าการเข้ารหัสล็อกของ ESXi แบบเลือกเป้าหมาย อาจมีจุดประสงค์เพื่อขัดขวางการสืบสวนและซ่อนหลักฐานการบุกรุก
อย่างไรก็ตาม นี่ยังเป็นข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับเจตนาของผู้โจมตี ไม่ใช่คำยืนยันจากผู้โจมตีเอง ฝ่ายป้องกันจึงควรตรวจสอบทั้งผลกระทบจากแรนซัมแวร์ต่อเครื่องเสมือน และความเป็นไปได้ว่าล็อกถูกแก้ไขโดยเจตนาเพื่อทำลายร่องรอยทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล
รายงานยังเชื่อมโยงปฏิบัติการนี้กับรีโพซิทอรีบน GitHub ที่นำเสนอไบนารี reverse SSH ในลักษณะเครื่องมือทำความสะอาดไฟล์ชั่วคราวบน Linux การปลอมตัวเช่นนี้อาจช่วยให้เครื่องมือคงอยู่ถูกเผยแพร่ได้ง่ายขึ้น และดูไม่สะดุดตาเมื่อตรวจสอบระบบตามปกติ
แต่หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถยืนยันได้โดยอิสระว่าใครเป็นผู้ควบคุมรีโพซิทอรีดังกล่าว ดังนั้นการพบรีโพซิทอรีไม่ควรถูกใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนหรือแหล่งที่มาของผู้โจมตี
หุ้น Broadcom ปรับตัวลงประมาณ 5–6% เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม หลังข่าวการโจมตี VMware vCenter ที่กำลังเกิดขึ้นถูกเผยแพร่สู่ตลาด รายงานหนึ่งระบุว่าราคาหุ้นลดจาก 417.82 ดอลลาร์เหลือ 392.99 ดอลลาร์ภายในวันเดียว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่าการร่วงลงทั้งหมด หรือมูลค่าตลาดที่หายไปเป็นจำนวนเท่าใด เกิดจาก CVE-2026-59310 เพียงปัจจัยเดียว เพราะในช่วงเวลาเดียวกันยังมีรายงานความกังวลอื่นของนักลงทุน รวมถึงความเสี่ยงด้านหนี้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ AI
ปัจจุบันยังมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าแคมเปญนี้ทำให้รายได้ VMware ลดลงอย่างวัดผลได้ ผลกระทบระยะใกล้ที่รองรับด้วยข้อมูลมากกว่าคือค่าใช้จ่ายในการแก้ไขระบบ ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการดำเนินงาน และแรงกดดันต่อชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์
การติดตั้งแพตช์เป็นขั้นตอนแรก ไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์กรควรดำเนินการดังนี้
linuxFile การดาวน์โหลดผ่าน curl หรือ wget ที่ไม่คาดคิด บัญชีผู้ดูแล vCenter หรือ ESXi ที่ไม่คุ้นเคย และกิจกรรมผิดปกติของ VMware Directory Service.babyk การเชื่อมต่อ SSH หรือ WebSocket ขาออกที่ผิดปกติ บัญชีปลอม และร่องรอยการแก้ไขล็อกของ ESXiบทสรุปเชิงปฏิบัติคือ องค์กรต้องอัปเดต vCenter ที่มีช่องโหว่ทุกเครื่อง แต่ไม่ควรตีความว่าการติดตั้งแพตช์สำเร็จเท่ากับสภาพแวดล้อมสะอาดแล้ว การโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การฝัง reverse SSH และการใช้ข้อมูลรับรองที่ถูกรายงาน ล้วนเป็นเหตุผลให้ระบบที่เปิดเผยต่อเครือข่ายถูกตรวจสอบในฐานะการถูกเจาะเต็มรูปแบบ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
CVE 2026 59310 เป็นช่องโหว่ directory traversal ระดับวิกฤตใน Syslog Server ของ VMware vCenter มีคะแนน CVSS 9.8 และเปิดทางให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงเครือข่ายสั่งรันโค้ดได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน
CVE 2026 59310 เป็นช่องโหว่ directory traversal ระดับวิกฤตใน Syslog Server ของ VMware vCenter มีคะแนน CVSS 9.8 และเปิดทางให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงเครือข่ายสั่งรันโค้ดได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นักวิจัยพบ IP ที่เชื่อมโยงกับระบบถูกโจมตี 361 รายการใน 47 ประเทศ โดย QUIRSO ประเมินว่ามีความเชื่อมโยงกับจีนในระดับความเชื่อมั่นปานกลาง แต่ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันกลุ่มรัฐจีนโดยเฉพาะ
รูปแบบการโจมตีมีทั้ง cron เพื่อคงอยู่ในระบบ แบ็กดอร์ linuxFile, reverse SSH, บัญชีผู้ดูแลระบบที่ไม่ได้รับอนุญาต และแรนซัมแวร์ดัดแปลงจาก Babuk ที่เติมนามสกุล .babyk