Microsoft ยืนยันว่าได้รับรายงานจากผู้ใช้จำนวนหนึ่งเกี่ยวกับเกมที่ทำงานไม่เป็นไปตามปกติหลังการอัปเดต Windows วันที่ 11 สิงหาคม เกมที่ถูกระบุในรายงานและหน้าแจ้งเตือนปัญหาของ Microsoft ได้แก่ ARC Raiders, MARVEL Tōkon: Fighting Souls และ THE FINALS
อาการที่พบมีตั้งแต่เกมค้างและเด้งออก ไปจนถึงการรีสตาร์ตเครื่องโดยไม่คาดคิด Microsoft ระบุสถานะปัญหานี้ว่า กำลังตรวจสอบ (Investigating) ทั้งใน Windows 11 24H2 และ 25H2
สถานะดังกล่าวหมายความว่า Microsoft รับทราบรายงานแล้ว แต่ยังไม่มีการเผยแพร่บทวิเคราะห์สาเหตุที่สรุปชัดเจน หรือวิธีแก้ไขทั่วไปอย่างเป็นทางการ โดยหน้า Release Health ยังระบุว่าบริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอัปเดตของ Microsoft เป็นสาเหตุของปัญหาหรือไม่
inpoutx64.sysEmbark Studios ผู้พัฒนา ARC Raiders และ THE FINALS เชื่อมโยงปัญหาเกมกับไฟล์ inpoutx64.sys ซึ่งเป็นไดรเวอร์ระดับเคอร์เนลของบุคคลที่สามสำหรับการเข้าถึงพอร์ตฮาร์ดแวร์ ไดรเวอร์ลักษณะนี้อาจถูกติดตั้งมาพร้อมโปรแกรมตรวจสอบหรือควบคุมฮาร์ดแวร์บางประเภท
หลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ชี้ไปที่ปัญหาความเข้ากันได้ระหว่างสภาพแวดล้อม Windows หลังอัปเดตกับเครื่องที่มีไดรเวอร์ดังกล่าวอยู่ แต่ยังไม่ใช่คำยืนยันว่าไดรเวอร์นี้อธิบายปัญหาได้กับทุกเกมหรือทุกเครื่องที่ได้รับผลกระทบ
Embark มีแนวทางแก้ชั่วคราวที่ใช้ Command Prompt เพื่อหยุดและลบบริการรวมถึงไดรเวอร์ inpoutx64 อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ไม่ควรรีบลบไฟล์ตามคำสั่งจากโพสต์ในฟอรัมที่ไม่ทราบแหล่งที่มา เพราะไดรเวอร์อาจถูกติดตั้งโดยโปรแกรมมอนิเตอร์หรือควบคุมฮาร์ดแวร์ และการลบอาจทำให้โปรแกรมนั้นทำงานไม่ได้
ทางที่ปลอดภัยกว่าคือ
ดังนั้น หากเกมเริ่มเด้งหลังติดตั้ง KB5121003 ควรตรวจสอบไดรเวอร์นี้และโปรแกรมที่เกี่ยวข้องก่อนถอนอัปเดต Windows การนำไดรเวอร์บุคคลที่สามออกอาจช่วยแก้ปัญหาได้โดยยังคงเก็บแพตช์ความปลอดภัยไว้ แต่ยังไม่มีหลักประกันว่าจะได้ผลกับทุกเกม
นอกเหนือจากปัญหาเกม ยังมีรายงานอีกกรณีที่ดูเหมือนจะแยกจากกันบนเครื่องที่ใช้ชิป Snapdragon และสถาปัตยกรรม ARM64 โดยเฉพาะ Microsoft Surface Laptop 7 และมีรายงานลักษณะใกล้เคียงกันใน Surface Pro 11 กับ HP OmniBook 3
หลังติดตั้ง KB5121003 ผู้ใช้บางรายพบว่า Microsoft Teams รุ่นใหม่ และ New Outlook for Windows ไม่สามารถเปิดได้ หรือเปิดแล้วปิดลงทันที
ปัญหานี้ดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้แอป ARM64 ทุกประเภทใช้งานไม่ได้ ในกรณีที่มีการรายงาน ผู้ใช้ยังเปิด Classic Outlook, Word, Excel และโปรแกรม Win32 แบบดั้งเดิมอื่น ๆ ได้ตามปกติ ขณะที่แอป Teams และ Outlook รุ่นใหม่ซึ่งเผยแพร่ผ่านแพ็กเกจ MSIX หรือ AppX กลับไม่สามารถเริ่มทำงานได้
รายงานการวิเคราะห์ระบบพบข้อผิดพลาดของ AppModel Runtime เช่น 0x80073CFC และสถานะ DependencyIssue ใน New Outlook ผู้ใช้ลองซ่อมแซม รีเซ็ต ลงทะเบียนแพ็กเกจใหม่ และติดตั้งแอปใหม่แล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในหลายกรณี
จากรายงานเหล่านั้น การถอน KB5121003 ทำให้ Teams และ New Outlook กลับมาเปิดได้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้มาจากผู้ใช้และผู้ดูแลระบบ ไม่ใช่บทวิเคราะห์สาเหตุอย่างเป็นทางการจาก Microsoft
หน้า Windows 11 Release Health ของทั้งรุ่น 24H2 และ 25H2 ระบุปัญหาเกมค้างเป็นรายการที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายการปัญหา Teams หรือ New Outlook เปิดไม่ได้บนอุปกรณ์ ARM64 อยู่ในแดชบอร์ดเดียวกัน
นั่นหมายความว่ายังไม่มีวิธีแก้หรือมาตรการบล็อกการติดตั้งอัปเดตอย่างเป็นทางการ รวมถึงยังไม่มีกรอบเวลาสำหรับแพตช์แก้ไขปัญหา ARM64 ในข้อมูลสถานะที่ Microsoft เผยแพร่
การที่ปัญหายังไม่ปรากฏบนแดชบอร์ดไม่ได้พิสูจน์ว่ารายงานของผู้ใช้ไม่เป็นความจริง เพียงแต่หมายความว่าปัญหายังไม่ได้รับการยืนยันและบันทึกเป็นปัญหาที่ Microsoft รับรองอย่างเป็นทางการ องค์กรที่ใช้เครื่อง ARM64 จึงควรเก็บข้อมูลบิลด์ของ Windows และรหัสข้อผิดพลาดไว้สำหรับการวิเคราะห์เพิ่มเติม
การข้ามหรือลบอัปเดตนี้ไม่ใช่วิธีแก้ที่ปราศจากความเสี่ยง Patch Tuesday เดือนสิงหาคม 2026 แก้ไขช่องโหว่ประมาณ 400–415 รายการ โดยตัวเลขแตกต่างกันตามวิธีนับช่องโหว่และรายการอัปเดตของแต่ละแหล่ง
หนึ่งในช่องโหว่สำคัญคือ CVE-2026-68820 ซึ่งเป็นช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ใน Windows Ancillary Function Driver for WinSock และมีรายงานว่าถูกนำไปใช้โจมตีจริงแล้ว
แพตช์ชุดเดียวกันยังแก้ไข CVE-2026-62832 หรือช่องโหว่ที่รู้จักกันในชื่อ “LegacyHive” ด้วย แต่ข้อมูลที่มีอยู่แยก LegacyHive ออกจาก CVE-2026-68820 อย่างชัดเจน โดย LegacyHive ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะก่อนการแก้ไข ส่วน CVE-2026-68820 คือช่องโหว่ที่ถูกระบุว่ามีการใช้โจมตีอยู่จริง
inpoutx64.sys หรือไม่ ระบุโปรแกรมที่ติดตั้งไดรเวอร์ และมองหาเวอร์ชันอัปเดตก่อนถอนแพตช์ความปลอดภัย สำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ การเก็บ KB5121003 ไว้ยังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะเมื่อแพตช์แก้ช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตีแล้ว ข้อยกเว้นคือเครื่องที่อัปเดตแล้วทำให้เกิดปัญหารุนแรงจนไม่สามารถทำงานได้ และยังไม่มีวิธีแก้ทางเลือก
แม้ในกรณีนั้น การถอนอัปเดตควรเป็นเพียงทางออกระยะสั้น พร้อมติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและนำแพตช์กลับมาติดตั้งโดยเร็วที่สุด