ด้านล่างคือภาพรวมของดีลที่กำลังเป็นประเด็นในตลาดตอนนี้
Delivery Hero ยืนยันในเดือนพฤษภาคม 2026 ว่า Uber Technologies ได้ติดต่อบริษัทด้วยข้อเสนอเบื้องต้นแบบไม่ผูกมัด (indicative, non‑binding) ที่ €33 ต่อหุ้นสำหรับผู้ถือหุ้นทั้งหมด บริษัทระบุว่ากำลังพิจารณาข้อเสนอนี้ร่วมกับคณะกรรมการและที่ปรึกษาทางการเงิน ขณะเดียวกันก็ยังดำเนินการทบทวนกลยุทธ์ของบริษัทต่อไป
เนื่องจากข้อเสนอนี้ ยังไม่ใช่ข้อเสนออย่างเป็นทางการ จึงไม่มีการรับประกันว่าจะมีการยื่นซื้อจริงในขั้นตอนต่อไป หรือดีลจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
หากการซื้อกิจการสำเร็จ Uber จะสามารถขยายเครือข่ายบริการเดลิเวอรีอาหารในหลายประเทศ และแข่งขันกับคู่แข่งระดับโลกได้มากขึ้น โดยเฉพาะนอกสหรัฐอเมริกา
โดยปกติแล้ว การเข้าซื้อกิจการบริษัทมักเสนอราคา สูงกว่าราคาหุ้นในตลาด (takeover premium) เพื่อจูงใจผู้ถือหุ้นให้ขายหุ้น แต่กรณีของ Uber กลับตรงกันข้าม
เมื่อข่าวข้อเสนอถูกเปิดเผย ราคา €33 ต่อหุ้นต่ำกว่าราคาปิดล่าสุดของ Delivery Hero ประมาณ 1.76% นั่นหมายความว่านักลงทุนสามารถขายหุ้นในตลาดได้ในราคาที่สูงกว่าอยู่แล้ว
โครงสร้างราคาลักษณะนี้ทำให้นักลงทุนจำนวนมากมองว่า นี่เป็นเพียง “ราคาเริ่มต้นในการเจรจา” มากกว่าราคาสุดท้ายที่เป็นไปได้
ก่อนที่จะยื่นข้อเสนอซื้อกิจการ Uber ได้สะสมหุ้นของ Delivery Hero อย่างรวดเร็ว
การถือหุ้นจำนวนมากเช่นนี้สะท้อนว่า Uber มอง Delivery Hero เป็นสินทรัพย์สำคัญต่อกลยุทธ์ระยะยาวของธุรกิจเดลิเวอรีทั่วโลก
รายงานจากสื่อหลายแห่งระบุว่า นักลงทุนรายใหญ่บางรายต้องการราคามากกว่า €40 ต่อหุ้น หากจะยอมขายกิจการ
เหตุผลหลักมีหลายข้อ เช่น
ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจำนวนมากจึงมองว่า €33 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเจรจาเท่านั้น
ปัจจัยสำคัญอีกอย่างคือ DoorDash ซึ่งเป็นคู่แข่งรายใหญ่ของ Uber ในธุรกิจเดลิเวอรีอาหาร
รายงานจาก Reuters และ Financial Times ระบุว่า DoorDash ได้พูดคุยเชิงสำรวจกับนักลงทุนของ Delivery Hero เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการซื้อกิจการ
หาก DoorDash ตัดสินใจเดินหน้าจริง สถานการณ์อาจเปลี่ยนเป็นการแข่งขันเสนอราคา ซึ่งจะส่งผลดังนี้
ในตอนนี้ กระบวนการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น Delivery Hero เพียงยืนยันว่าบริษัทได้รับ ข้อเสนอเบื้องต้น และกำลังพิจารณาอยู่
สถานการณ์ต่อจากนี้อาจเกิดได้หลายทาง เช่น
ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน บริษัทแห่งนี้กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์มเดลิเวอรีรายใหญ่ที่สุดสองรายของโลก ซึ่งอาจกำหนดอนาคตของตลาดเดลิเวอรีอาหารนอกสหรัฐอเมริกาในอีกหลายปีข้างหน้า