หน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจของจีนสั่งให้ Meta ยกเลิกดีลซื้อสตาร์ทอัพ AI ชื่อ Manus มูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2026 โดยอ้างข้อจำกัดด้านการลงทุนจากต่างชาติในเทคโนโลยีที่อ่อนไหว [1][8]. ผู้ก่อตั้ง Manus กำลังพิจารณาระดมทุนประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์จากนักลงทุนรายใหม่เพื่อซื้อกิจการคืนจาก Meta และปรับโครงสร้างบริษั...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is happening with Manus AI’s plan to raise up to $1 billion to buy itself back from Meta after China ordered the acquisition reversed,. Article summary: Manus AI’s founders are reportedly exploring a roughly $1 billion external financing to buy back the company from Meta after China ordered Meta’s $2 billion-plus acquisition unwound. The plan appears to be a regulatory w. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# China says it will reverse major AI acquisition by Meta. Beijing says the “foreign acquisition” of Manus AI violated its laws. Make us preferred on Google. The AI assistant Manus" source context "China says it ordered reversal of Meta's Manus AI acquisition" Reference image 2: visual subject "# China Blocks Meta’s $2 Billion Ac
ดีลซื้อกิจการสตาร์ทอัพ AI ชื่อ Manus โดย Meta ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นหนึ่งในกรณีกลับลำดีลเทคโนโลยีที่น่าจับตาที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากที่รัฐบาลจีนสั่งให้ยกเลิกธุรกรรมดังกล่าว แม้การซื้อกิจการจะประกาศไปแล้วก็ตาม
ขณะนี้ผู้ก่อตั้ง Manus กำลังพิจารณาแผนใหม่: ระดมทุนประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ จากนักลงทุนภายนอก เพื่อนำเงินไปซื้อบริษัทคืนจาก Meta และทำให้ธุรกิจกลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันด้าน AI ระดับโลกกำลังเชื่อมโยงกับประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงมากขึ้น
ผู้ร่วมก่อตั้ง Manus ได้แก่ Xiao Hong, Ji Yichao และ Zhang Tao กำลังหารือกับนักลงทุนเกี่ยวกับการระดมทุนรอบใหม่ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อย้อนดีลการซื้อกิจการของ Meta .
แหล่งข่าวระบุว่าการระดมทุนอาจประเมินมูลค่าบริษัท อย่างน้อยเท่ากับระดับ 2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาที่ Meta เคยตกลงซื้อกิจการไปก่อนหน้านี้ โดยผู้ก่อตั้งบางส่วนอาจร่วมลงทุนด้วยเงินส่วนตัวเพื่อให้ดีลซื้อคืนสำเร็จ .
หากแผนเดินหน้าได้จริง Manus อาจถูกปรับโครงสร้างใหม่ โดยอาจตั้ง บริษัทร่วมทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ และในระยะยาวอาจพิจารณา เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong IPO) อย่างไรก็ตาม การหารือเหล่านี้ยังเป็นการเจรจาภายในและยังไม่มีรายละเอียดที่ยืนยันอย่างเป็นทางการ .
คำสั่งยกเลิกดีลออกโดย คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (National Development and Reform Commission – NDRC) ซึ่งดูแลกลไกตรวจสอบความมั่นคงด้านการลงทุนจากต่างชาติ .
ในเดือนเมษายน 2026 หน่วยงานดังกล่าวสั่งให้ Meta และ Manus ถอนหรือยกเลิกการทำธุรกรรม โดยอ้างว่ากฎระเบียบไม่อนุญาตให้มีการลงทุนจากต่างชาติในโครงการนี้ .
การแทรกแซงครั้งนี้สะท้อนความกังวลของจีนเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ขั้นสูง เช่น
อีกประเด็นที่ทำให้คดีนี้ซับซ้อนคือ Manus มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ แต่ก่อตั้งโดยผู้ประกอบการชาวจีน และยังมีความเชื่อมโยงกับจีนอยู่มาก ทำให้รัฐบาลจีนมองว่าตนยังมีอำนาจกำกับดูแล แม้บริษัทจะจดทะเบียนนอกประเทศก็ตาม .
ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ มีรายงานว่า ผู้ร่วมก่อตั้งสองคนคือ Xiao Hong และ Ji Yichao ถูกจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศจีน ซึ่งถูกมองว่าเป็นมาตรการเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงบุคลากรหลักและเทคโนโลยีของบริษัทได้ระหว่างการสอบสวน .
หากการระดมทุนสำเร็จ เงินส่วนใหญ่จะถูกใช้เพื่อ ซื้อหุ้นของ Meta คืน และทำให้ Manus กลับมาเป็นบริษัทอิสระอีกครั้ง
โดยแผนอาจประกอบด้วย
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดสำคัญหลายอย่างยังไม่เปิดเผย เช่น ราคาซื้อคืนที่แน่นอน โครงสร้างเงินทุน (หนี้หรือทุน) และ Meta จะยังถือหุ้นบางส่วนหรือมีความร่วมมือทางธุรกิจต่อไปหรือไม่
บริษัทที่อยู่เบื้องหลัง Manus คือ Butterfly Effect ซึ่งเติบโตเร็วมากเมื่อเทียบกับสตาร์ทอัพ AI อื่นๆ
รายงานบางฉบับระบุว่า Manus สามารถสร้าง รายได้ประจำต่อปี (ARR) ประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่เดือนหลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ โดยลูกค้าหลักคือองค์กรที่ใช้ AI agent สำหรับงานวิจัย เขียนโค้ด และวิเคราะห์ข้อมูล .
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้เปิดเผยงบการเงินที่ตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ทำให้ข้อมูลรายได้และกำไรยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างครบถ้วน
กรณี Manus อาจส่งผลระยะยาวต่อโครงสร้างของดีลเทคโนโลยีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม AI
ประเด็นสำคัญคือ จีนอาจ ขัดขวางการเข้าซื้อกิจการโดยต่างชาติ หากบริษัทมีความเชื่อมโยงกับระบบนิเวศ AI ของจีน แม้บริษัทจะจดทะเบียนในต่างประเทศก็ตาม .
หน่วยงานกำกับดูแลอาจพิจารณาปัจจัยหลายอย่าง เช่น
แนวโน้มนี้อาจทำให้สตาร์ทอัพ AI ที่มีรากฐานจากจีนต้องคิดใหม่เกี่ยวกับกลยุทธ์การเติบโตและทางออกของนักลงทุน (exit strategy)
ตัวเลือกที่อาจได้รับความนิยมมากขึ้น ได้แก่
กล่าวโดยสรุป กรณีแตกหักระหว่าง Meta และ Manus ไม่ใช่แค่ดีลธุรกิจที่ล้มเหลว แต่เป็นตัวอย่างชัดเจนของการบรรจบกันระหว่าง นวัตกรรม AI ความมั่นคงของชาติ และการแข่งขันทางเศรษฐกิจระดับโลก ซึ่งอาจกำหนดทิศทางของสตาร์ทอัพ AI รุ่นต่อไปตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้ง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
หน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจของจีนสั่งให้ Meta ยกเลิกดีลซื้อสตาร์ทอัพ AI ชื่อ Manus มูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2026 โดยอ้างข้อจำกัดด้านการลงทุนจากต่างชาติในเทคโนโลยีที่อ่อนไหว [1][8].
หน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจของจีนสั่งให้ Meta ยกเลิกดีลซื้อสตาร์ทอัพ AI ชื่อ Manus มูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2026 โดยอ้างข้อจำกัดด้านการลงทุนจากต่างชาติในเทคโนโลยีที่อ่อนไหว [1][8]. ผู้ก่อตั้ง Manus กำลังพิจารณาระดมทุนประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์จากนักลงทุนรายใหม่เพื่อซื้อกิจการคืนจาก Meta และปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ [10][14].
กรณีนี้สะท้อนแนวโน้มที่จีนอาจเข้มงวดกับการเข้าซื้อสตาร์ทอัพ AI ที่มีความเชื่อมโยงกับจีน แม้บริษัทจะจดทะเบียนในต่างประเทศก็ตาม [5][11].