คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ Ethereum Foundation กำลังปรับโครงสร้างทีมพัฒนาโปรโตคอลครั้งใหญ่ในปี 2026 หลังผู้พัฒนาระดับอาวุโสหลายคนลาออกหรือพักงาน ผู้นำใหม่สามคน — Will Corcoran, Kev Wedderburn และ Fredrik — เข้ามารับหน้าที่ดูแลทีม Protocol แทนทีมเดิม แม้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน แต่โรดแมปของ Ethereum ยังเดินหน้าต่อ โดยการอัปเกรด Glamsterdam จะเน้นการขยายสเกลและปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่าย Inside the Ethereum Foundation Reshuffle: Leadership Changes, Departures, and What It Means for the Roadmap Ethereum’s core development leadership is shifting as the foundation restructures teams and prepares upcoming protocol upgrades. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Inside the Ethereum Foundation Reshuffle: Leadership Changes, Departures, and What It Means for the Roadmap. Article summary: The Ethereum Foundation is undergoing a leadership reset marked by several senior departures and a new Protocol team structure, while continuing work on the next major upgrade, Glamsterdam.. Topic tags: ethereum, ethereum foundation, crypto, blockchain, web3. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Home Articles Ethereum Foundation Signals New Era With Protocol Cluster Leadership Shift. Our articles and guides are based on high quality, fact checked research with our readers" source context "Ethereum Foundation Signals New Era With Protocol Cluster Leadership Shift | BanklessTimes" Reference image 2: visual subject "Home Articles Ethereum Foundation S
openai.com Ethereum Foundation (EF) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงกำไรที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาเครือข่าย Ethereum กำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ที่สุดช่วงหนึ่งในรอบหลายปี
ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีทั้งการลาออกของนักวิจัยระดับอาวุโส การเปลี่ยนโครงสร้างผู้นำด้านโปรโตคอล และการปรับองค์กรภายในเพื่อให้การพัฒนาเครือข่ายหลักมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้เกิดทั้งความกังวลและความหวังในชุมชนคริปโต บางคนมองว่าเป็นสัญญาณของปัญหาภายในองค์กร ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเป็นวิวัฒนาการตามธรรมชาติของระบบที่กำลังเติบโตจนกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก
การลาออกของผู้พัฒนาระดับอาวุโสหลายคน
ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2026 มีรายงานว่าผู้มีบทบาทสำคัญใน Ethereum Foundation อย่างน้อย 5 คนได้ถอนตัวจากตำแหน่งเต็มเวลา หรือออกจากองค์กรไปทั้งหมด
หนึ่งในข่าวล่าสุดคือการประกาศลาออกของนักวิจัย Carl Beek และ Julian Ma ซึ่งทำงานกับ EF มาหลายปีและมีส่วนร่วมในงานวิจัยด้านโปรโตคอลของ Ethereum
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เบื้องหลังการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของ Ethereum Foundation" คืออะไร Ethereum Foundation กำลังปรับโครงสร้างทีมพัฒนาโปรโตคอลครั้งใหญ่ในปี 2026 หลังผู้พัฒนาระดับอาวุโสหลายคนลาออกหรือพักงาน
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? Ethereum Foundation กำลังปรับโครงสร้างทีมพัฒนาโปรโตคอลครั้งใหญ่ในปี 2026 หลังผู้พัฒนาระดับอาวุโสหลายคนลาออกหรือพักงาน ผู้นำใหม่สามคน — Will Corcoran, Kev Wedderburn และ Fredrik — เข้ามารับหน้าที่ดูแลทีม Protocol แทนทีมเดิม
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? แม้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน แต่โรดแมปของ Ethereum ยังเดินหน้าต่อ โดยการอัปเกรด Glamsterdam จะเน้นการขยายสเกลและปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่าย
นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญอื่น ๆ เช่น
Tim Beiko ผู้ประสานงานโปรโตคอลระยะยาวของ Ethereum ก้าวลงจากตำแหน่งใน Foundation
Barnabé Monnot หนึ่งในผู้นำด้านโปรโตคอลออกจากบทบาทเดิม
Alex Stokes พักงานแบบ sabbatical จากองค์กร
Josh Stark และ Trent Van Epps ออกจากบทบาทที่เกี่ยวข้องกับการประสานงานนักพัฒนาและกิจกรรมชุมชน
การเปลี่ยนแปลงชุดนี้ถือเป็นหนึ่งในการปรับตัวของทีมเทคนิคระดับแกนหลักที่ใหญ่ที่สุดของ EF ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
โครงสร้างผู้นำใหม่ของทีม Protocol พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงบุคลากร Ethereum Foundation ได้ประกาศโครงสร้างผู้นำใหม่สำหรับทีม Protocol cluster ซึ่งเป็นกลุ่มที่ดูแลการพัฒนาและอัปเกรดเครือข่ายหลักของ Ethereum
ผู้นำร่วม (co‑lead) คนใหม่สามคน ได้แก่
Will Corcoran
Kev Wedderburn
Fredrik
ทั้งสามคนเข้ามารับหน้าที่แทนโครงสร้างเดิมที่นำโดย Tim Beiko, Barnabé Monnot และ Alex Stokes
บทบาทของผู้นำแต่ละคนถูกแบ่งตามความเชี่ยวชาญ เช่น
Corcoran ทำงานด้านการประสานงานระหว่างทีมและงานวิจัยด้านความปลอดภัยหลังยุคคอมพิวเตอร์ควอนตัม
Wedderburn ดูแลเทคโนโลยี zero‑knowledge และ zk‑related infrastructure
Fredrik รับผิดชอบงานด้านความปลอดภัยของโปรโตคอล รวมถึงโครงการ “Trillion‑Dollar Security”
โครงสร้างแบบผู้นำหลายคนนี้สะท้อนความพยายามของ EF ในการกระจายอำนาจการตัดสินใจ แทนที่จะให้บุคคลไม่กี่คนควบคุมการประสานงานทั้งหมด
การรีเซ็ตองค์กรภายใน การเปลี่ยนแปลงผู้นำไม่ได้เกิดขึ้นแบบแยกเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรภายในที่เริ่มมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้
Ethereum Foundation ได้เปลี่ยนชื่อหน่วยงาน Protocol Research & Development (PR&D) เป็นเพียง “Protocol” เพื่อเน้นภารกิจที่ชัดเจนขึ้นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลักของเครือข่าย
หลังการปรับโครงสร้าง ทีม Protocol มีเป้าหมายหลัก 3 ด้าน
ขยายความสามารถของเลเยอร์หลัก (Layer 1) ของ Ethereum
เพิ่มความจุ blobspace สำหรับ rollups
ปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้บนเครือข่าย
กระบวนการนี้ยังรวมถึงการปรับทีมภายในและการลดตำแหน่งบางส่วน เพื่อให้การประสานงานระหว่างทีม client ต่าง ๆ และกลุ่มวิจัยทำได้ง่ายขึ้น
ทำไมเสียงวิจารณ์ต่อ EF จึงเพิ่มขึ้น การปรับโครงสร้างเกิดขึ้นในช่วงที่ Ethereum Foundation กำลังเผชิญแรงกดดันจากบางส่วนของชุมชน
ประเด็นวิจารณ์หลักมีหลายด้าน เช่น
ความเร็วในการพัฒนา – นักพัฒนาและนักลงทุนบางคนมองว่าการอัปเกรดของ Ethereum ช้ากว่า blockchain รุ่นใหม่
ความชัดเจนของการกำกับดูแล – โครงสร้างแบบกระจายศูนย์ทำให้บางครั้งไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจหลัก
การสื่อสาร – มีเสียงวิจารณ์ว่า EF อาจสื่อสารเกี่ยวกับโรดแมปหรือการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ช้ากว่าที่ชุมชนคาดหวัง
อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุน Ethereum โต้แย้งว่าการพัฒนาแบบระมัดระวังเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเครือข่ายมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล และต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการกระจายศูนย์มากกว่าความเร็ว
อัปเกรดใหญ่ถัดไป: Glamsterdam แม้จะมีความเปลี่ยนแปลงภายใน แต่โรดแมปของ Ethereum ยังเดินหน้าต่อ
อัปเกรดหลักถัดไปของเครือข่ายมีชื่อว่า Glamsterdam ซึ่งกำลังถูกพัฒนาและทดสอบผ่าน devnet และการทดสอบร่วมกันของทีม client หลายทีม
ในการประชุมนักพัฒนาใน Svalbard ประเทศนอร์เวย์ ทีมงานได้ทดสอบความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์และเตรียมความพร้อมสำหรับการอัปเกรดนี้
เป้าหมายสำคัญของ Glamsterdam ได้แก่
เพิ่ม scalability และ throughput ของธุรกรรม
ปรับปรุงประสิทธิภาพของบล็อก
พัฒนากลไกในระดับโปรโตคอลที่เกี่ยวข้องกับ MEV (Maximal Extractable Value) เช่น proposer‑builder separation
งานวิจัยบางส่วนยังเสนอว่า หลังการอัปเกรดอาจสามารถเพิ่มเพดาน gas limit ของเครือข่ายไปสู่ระดับประมาณ 200 ล้าน gas ภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง
ฟีเจอร์บางอย่างถูกเลื่อนไปอัปเกรด Hegotá เพื่อให้การอัปเกรด Glamsterdam ส่งมอบได้เร็วขึ้น นักพัฒนาจึงเลือกเลื่อนฟีเจอร์ที่ซับซ้อนบางส่วนไปยังการอัปเกรดถัดไปที่เรียกว่า Hegotá
ฟีเจอร์ที่คาดว่าจะไปอยู่ใน Hegotá ได้แก่
Verkle Trees
ข้อเสนอ FOCIL
การปรับปรุงบางส่วนของ account abstraction
แนวทางนี้ช่วยให้ Ethereum สามารถปล่อยการปรับปรุงเป็นระยะ ๆ แทนที่จะรอรวมทุกอย่างในอัปเกรดเดียว
บทบาทของ Ethereum Foundation ที่กำลังเปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยังสะท้อนคำถามสำคัญว่า Ethereum Foundation ควรมีบทบาทอย่างไรในระบบนิเวศของ Ethereum
ต่างจากหลายโปรเจกต์บล็อกเชน การพัฒนา Ethereum กระจายอยู่ในหลายองค์กร บริษัท และนักพัฒนาโอเพ่นซอร์สทั่วโลก
EF จึงไม่ได้ “ควบคุม” เครือข่ายโดยตรง แต่ทำหน้าที่หลัก เช่น
สนับสนุนทุนวิจัย
ประสานงานการพัฒนาโปรโตคอล
ดูแลหลักการและวิสัยทัศน์ระยะยาวของ Ethereum
โมเดลแบบกระจายนี้เป็นหัวใจของปรัชญา Ethereum แต่ก็ทำให้การเปลี่ยนแปลงผู้นำหรือการปรับองค์กรดูซับซ้อนและถูกจับตามองมากขึ้น
บทสรุป การเปลี่ยนแปลงภายในของ Ethereum Foundation ในปี 2026 เป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ขององค์กรที่มีบทบาทสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในระบบนิเวศ Ethereum
แม้จะมีการลาออกของบุคลากรสำคัญและเสียงวิจารณ์จากชุมชน แต่โรดแมปทางเทคนิคยังคงเดินหน้าต่อ โดยมีการอัปเกรด Glamsterdam เป็นเป้าหมายหลักในระยะใกล้
คำถามสำคัญต่อจากนี้คือ การดำเนินการจริง (execution) หากผู้นำทีมโปรโตคอลชุดใหม่สามารถส่งมอบอัปเกรดได้ตามแผน พร้อมปรับปรุงการประสานงานและการสื่อสาร การปรับโครงสร้างครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Ethereum เข้าสู่ช่วงพัฒนาที่เป็นระบบและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
ethdaily.io
EF Protocol Gets New Leadership As Tim Beiko and Monnot Depart