จุดเริ่มต้นของวิกฤตเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ศาลอุทธรณ์ในกรุงอังการามีคำสั่งว่า การประชุมใหญ่พรรค CHP ปี 2023 เป็นโมฆะ โดยให้เหตุผลว่ามีความผิดปกติในการลงคะแนนเสียงเลือกผู้นำพรรค
การประชุมครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์สำคัญ เพราะสมาชิกพรรคเลือก Özgür Özel แทนที่คิลิชดาโรกลู ซึ่งดำรงตำแหน่งมานานกว่าทศวรรษ และเพิ่งพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีต่อ เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน (Recep Tayyip Erdoğan) ในปีเดียวกัน
จากคำตัดสินล่าสุด ศาลสั่งให้ Özel และคณะผู้บริหารชุดปัจจุบันพ้นจากตำแหน่ง และคืนอำนาจให้คิลิชดาโรกลูในฐานะผู้นำชั่วคราวจนกว่าคดีจะสิ้นสุด
การตัดสินนี้จึงเท่ากับย้อนกลับการเปลี่ยนผู้นำที่เคยถูกมองว่าเป็นความพยายามฟื้นฟูพรรค และทำให้โครงสร้างการบริหารของ CHP ตกอยู่ในความไม่แน่นอน
หลังคำสั่งศาล ความตึงเครียดลุกลามไปถึงสถานการณ์ภาคสนามในกรุงอังการา
ทางการสั่งให้ตำรวจ บังคับใช้คำตัดสินและขับทีมผู้นำที่ถูกปลดออกจากสำนักงานใหญ่พรรค ส่งผลให้ตำรวจปราบจลาจลจำนวนมากถูกส่งไปประจำการบริเวณอาคาร ขณะที่ผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่ายก็รวมตัวกันในพื้นที่เดียวกัน
ภาพตำรวจอยู่หน้าสำนักงานของพรรคฝ่ายค้านหลัก ทำให้หลายฝ่ายมองว่าความขัดแย้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาภายในพรรคอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นวิกฤตการเมืองระดับประเทศ
นอกจากการตัดสินของศาลแล้ว ยังมี การสอบสวนคดีอาญาเกี่ยวกับการประชุมพรรคปี 2023
ตำรวจตุรกีควบคุมตัว 13 คน ในการสอบสวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการซื้อเสียง การบิดเบือนการลงคะแนน และความผิดปกติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกผู้นำพรรคครั้งนั้น
เจ้าหน้าที่ระบุว่าการสอบสวนมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบว่าการเลือกตั้งภายในพรรคถูกจัดการหรือไม่ ขณะที่พรรค CHP ปฏิเสธข้อกล่าวหาและวิจารณ์กระบวนการทางกฎหมายที่เกิดขึ้น
เหตุการณ์ทั้งหมดถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากองค์กรสิทธิมนุษยชนและนักการเมืองฝ่ายค้าน
Human Rights Watch ระบุว่าการปลดผู้นำพรรคฝ่ายค้านผ่านคำสั่งศาลถือเป็นการกระทบต่อหลักนิติธรรมและประชาธิปไตยในตุรกี และมองว่าเป็นการแทรกแซงทางตุลาการต่อพรรคฝ่ายค้านหลักของประเทศ
นักวิเคราะห์ยังชี้ว่าคดีนี้เกิดขึ้นในบริบทของแรงกดดันทางกฎหมายต่อบุคคลฝ่ายค้านหลายคน เช่น เอเครม อิมาโมกลู (Ekrem İmamoğlu) นายกเทศมนตรีนครอิสตันบูล ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญทางการเมืองของประธานาธิบดีแอร์โดอัน และกำลังเผชิญคดีทุจริตที่อาจกระทบอนาคตทางการเมืองของเขา
เนื่องจาก CHP เป็นพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี นักวิจารณ์จึงกังวลว่าคำตัดสินทางศาลที่ส่งผลต่อผู้นำพรรคอาจ ทำให้ฝ่ายค้านอ่อนแอหรือแตกแยก ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งถัดไป ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2028
ในระยะสั้น ประเด็นสำคัญคือ ใครคือผู้นำที่ถูกต้องตามกฎหมายของพรรค CHP แต่ผลกระทบอาจไปไกลกว่านั้น
หากคำตัดสินของศาลยังคงมีผล อาจเปลี่ยนแปลงทิศทางและกลยุทธ์ของฝ่ายค้านหลักในช่วงเวลาที่การเมืองตุรกีมีความแตกแยกสูงอยู่แล้ว
การเพิกถอนการประชุมพรรค การปรากฏตัวของตำรวจที่สำนักงานใหญ่ และการสอบสวนทางอาญาที่กำลังดำเนินอยู่ แสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ทางกฎหมายกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของการแข่งขันทางการเมืองในประเทศ
สำหรับตอนนี้ พรรค CHP ต้องเผชิญกับ ความไม่แน่นอนหลายด้านพร้อมกัน — ผู้นำที่แตกแยก คดีที่ยังไม่สิ้นสุด และความกังวลว่าความขัดแย้งครั้งนี้อาจส่งผลต่อดุลอำนาจทางการเมืองของตุรกีไปอีกหลายปี