Bitcoin Depot – ผู้ให้บริการตู้ Bitcoin ATM รายใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือยื่นล้มละลายตามกฎหมาย Chapter 11 และเริ่มกระบวนการยุติธุรกิจ พร้อมปิดเครือข่ายเครื่องกว่า 9,000 เครื่องทั่วโลก
ผู้บริหารระบุว่าการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ เช่น การจำกัดค่าธรรมเนียม การกำหนดเพดานธุรกรรม และข้อกำหนดด้าน KYC/การปฏิบัติตามกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น ทำให้โมเดลธุรกิจของตู้คริปโตไม่สามารถดำเนินต่อได้
Fantasy.top – แพลตฟอร์มการ์ดเทรดบนคริปโตประกาศว่าจะยุติฟีเจอร์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เพื่อรวมทรัพยากรไปยังผลิตภัณฑ์หลัก ซึ่งสะท้อนการปรับตัวเพื่อลดต้นทุนมากกว่าการขยายธุรกิจ
นอกจากนี้ยังมี Everclear และ Zero Network ที่ถูกระบุว่าอยู่ในกลุ่มโปรเจกต์ที่ปิดตัวในช่วงเวลาเดียวกัน แม้ว่ารายละเอียดเหตุผลจากแต่ละทีมจะยังถูกเปิดเผยไม่มากนัก
การปิดตัวเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดด ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่กว้างขึ้นในตลาดคริปโต
ข้อมูลรายงานระบุว่า
หลายทีมให้เหตุผลคล้ายกัน ได้แก่
ในช่วงตลาดขาขึ้น บริษัทคริปโตจำนวนมากสามารถอยู่รอดได้ด้วยการเปิดตัวโทเค็นใหม่ การเก็งกำไรของนักลงทุน หรือการใช้เงินทุนจาก VC เพื่อเร่งการเติบโต แต่เมื่อสภาพตลาดเปลี่ยน โมเดลเหล่านี้มักพังลงอย่างรวดเร็ว
นักวิเคราะห์บางส่วนจึงมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็น “การรีเซ็ตของตลาด” มากกว่าการล่มสลายของทั้งอุตสาหกรรม
แม้บางส่วนของระบบนิเวศคริปโตจะหดตัว แต่ก็ยังมีแพลตฟอร์มที่เติบโตต่อเนื่อง โดยมักมีจุดร่วมคือมี ความต้องการใช้งานจริงจากผู้ใช้
Hyperliquid ซึ่งเป็น decentralized exchange สำหรับสัญญาฟิวเจอร์สแบบ perpetual เติบโตอย่างรวดเร็วแม้ตลาดโดยรวมจะซบเซา
ตลาดอนุพันธ์มักมีการซื้อขายมากขึ้นในช่วงที่ตลาดผันผวนหรือขาลง จึงช่วยให้แพลตฟอร์มที่มีสภาพคล่องสูงยังสามารถเติบโตได้
Polymarket ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม prediction market เติบโตด้วยรูปแบบที่แตกต่าง เพราะผู้ใช้ไม่ได้เก็งกำไรจากโทเค็นเพียงอย่างเดียว แต่เดิมพันผลลัพธ์ของเหตุการณ์ในโลกจริง เช่น การเมือง กีฬา หรือเศรษฐกิจ
ข้อมูลระบุว่า
แม้ปริมาณการเทรดจะลดลงประมาณ 8.9% ในเดือนเมษายน แต่ก็ยังสูงกว่า 10 พันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าความสนใจยังคงแข็งแกร่ง
เนื่องจากตลาดทำนายเหตุการณ์ผูกกับข่าวและเหตุการณ์จริง การมีส่วนร่วมของผู้ใช้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาคริปโตเพียงอย่างเดียว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าอุตสาหกรรมคริปโตกำลังเข้าสู่ช่วง การรวมตัวและคัดกรองหลังยุคเก็งกำไร
โปรเจกต์ที่พึ่งพา
กำลังเผชิญความยากลำบากในสภาพตลาดที่สภาพคล่องลดลง
ในทางกลับกัน แพลตฟอร์มที่มี การใช้งานจริงและโมเดลรายได้ชัดเจน เช่น การเทรดอนุพันธ์สภาพคล่องสูง หรือ prediction markets ที่อิงเหตุการณ์โลก ยังคงดึงดูดผู้ใช้และเงินทุนได้
ดังนั้นคลื่นการปิดตัวในช่วงนี้จึงอาจไม่ใช่จุดจบของคริปโต แต่เป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม ที่ทำให้โปรเจกต์ที่อ่อนแอหายไป และเปิดทางให้แพลตฟอร์มที่มีคุณค่าจริงเติบโตต่อไป
Comments
0 comments