ปี 2026 เกิดคลื่นปิดกิจการในอุตสาหกรรมคริปโต หลายโปรเจกต์รวมถึง Syndicate Labs และ Bitcoin Depot ต้องยุติการดำเนินงานจากผู้ใช้และเงินทุนที่ลดลง รายงานระบุว่ามีการปลดพนักงานมากกว่า 5,000 ตำแหน่งในบริษัทคริปโต 87 แห่ง และอย่างน้อย 21 โปรเจกต์ได้ปิดตัวหรือปรับลดบริการในช่วงตลาดหมี แพลตฟอร์มที่ยังเติบโต เช่น Hyperliquid...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is happening in the crypto industry during the current bear market that has led to multiple company shutdowns in a single week, which c. Article summary: The crypto industry looks to be in a real contraction phase, not just a price slump. Reporting this week says five projects or companies shut down or entered wind-down/bankruptcy processes as weak user growth, softer fun. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Five crypto projects — Syndicate Labs, Bitcoin Depot (BTM), Fantasy.top, Everclear and Zero Network — announced shutdowns this week as the" source context "Five Crypto Projects Shut Down This Week as Bear Market Deepens" Reference image 2: visual subject "More than 20 crypto projects shut down in Q1 2026 as the b
ภาวะ ตลาดหมี (bear market) ในคริปโตช่วงปี 2025–2026 ไม่ได้ส่งผลแค่ราคาของเหรียญที่ลดลง แต่ยังเปิดเผยจุดอ่อนของโมเดลธุรกิจจำนวนมากที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงตลาดขาขึ้นก่อนหน้า
ตลอดปี 2026 บริษัทคริปโตจำนวนหนึ่งต้องปิดกิจการ ลดขนาดธุรกิจ หรือยื่นล้มละลาย เนื่องจากกิจกรรมของผู้ใช้ลดลง เงินลงทุนจาก VC หายากขึ้น และการเปิดตัวโทเค็นใหม่ ๆ ชะลอตัวอย่างมาก
ในช่วงสัปดาห์เดียว มีโปรเจกต์หลายแห่งประกาศยุติการดำเนินงาน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณของ การหดตัวเชิงโครงสร้างของทั้งอุตสาหกรรม มากกว่าจะเป็นความล้มเหลวของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
หลายบริษัทและโปรเจกต์ประกาศหยุดดำเนินงานหรือเข้าสู่กระบวนการล้มละลายในช่วงล่าสุด
Syndicate Labs – สตาร์ตอัปด้านโครงสร้างพื้นฐานบน Ethereum ประกาศปิดตัวหลังดำเนินงานมาประมาณ 5 ปี บริษัทพัฒนาเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการสร้าง rollups และ app‑chains แต่ระบุว่าตลาดเปลี่ยนไปและมีการสร้างบล็อกเชนใหม่ ๆ น้อยลง ทำให้ความต้องการเครื่องมือของบริษัทลดลงอย่างมาก
Bitcoin Depot – ผู้ให้บริการตู้ Bitcoin ATM รายใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือยื่นล้มละลายตามกฎหมาย Chapter 11 และเริ่มกระบวนการยุติธุรกิจ พร้อมปิดเครือข่ายเครื่องกว่า 9,000 เครื่องทั่วโลก
ผู้บริหารระบุว่าการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ เช่น การจำกัดค่าธรรมเนียม การกำหนดเพดานธุรกรรม และข้อกำหนดด้าน KYC/การปฏิบัติตามกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น ทำให้โมเดลธุรกิจของตู้คริปโตไม่สามารถดำเนินต่อได้
Fantasy.top – แพลตฟอร์มการ์ดเทรดบนคริปโตประกาศว่าจะยุติฟีเจอร์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เพื่อรวมทรัพยากรไปยังผลิตภัณฑ์หลัก ซึ่งสะท้อนการปรับตัวเพื่อลดต้นทุนมากกว่าการขยายธุรกิจ
นอกจากนี้ยังมี Everclear และ Zero Network ที่ถูกระบุว่าอยู่ในกลุ่มโปรเจกต์ที่ปิดตัวในช่วงเวลาเดียวกัน แม้ว่ารายละเอียดเหตุผลจากแต่ละทีมจะยังถูกเปิดเผยไม่มากนัก
การปิดตัวเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดด ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่กว้างขึ้นในตลาดคริปโต
ข้อมูลรายงานระบุว่า
หลายทีมให้เหตุผลคล้ายกัน ได้แก่
ในช่วงตลาดขาขึ้น บริษัทคริปโตจำนวนมากสามารถอยู่รอดได้ด้วยการเปิดตัวโทเค็นใหม่ การเก็งกำไรของนักลงทุน หรือการใช้เงินทุนจาก VC เพื่อเร่งการเติบโต แต่เมื่อสภาพตลาดเปลี่ยน โมเดลเหล่านี้มักพังลงอย่างรวดเร็ว
นักวิเคราะห์บางส่วนจึงมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็น “การรีเซ็ตของตลาด” มากกว่าการล่มสลายของทั้งอุตสาหกรรม
แม้บางส่วนของระบบนิเวศคริปโตจะหดตัว แต่ก็ยังมีแพลตฟอร์มที่เติบโตต่อเนื่อง โดยมักมีจุดร่วมคือมี ความต้องการใช้งานจริงจากผู้ใช้
Hyperliquid ซึ่งเป็น decentralized exchange สำหรับสัญญาฟิวเจอร์สแบบ perpetual เติบโตอย่างรวดเร็วแม้ตลาดโดยรวมจะซบเซา
ตลาดอนุพันธ์มักมีการซื้อขายมากขึ้นในช่วงที่ตลาดผันผวนหรือขาลง จึงช่วยให้แพลตฟอร์มที่มีสภาพคล่องสูงยังสามารถเติบโตได้
Polymarket ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม prediction market เติบโตด้วยรูปแบบที่แตกต่าง เพราะผู้ใช้ไม่ได้เก็งกำไรจากโทเค็นเพียงอย่างเดียว แต่เดิมพันผลลัพธ์ของเหตุการณ์ในโลกจริง เช่น การเมือง กีฬา หรือเศรษฐกิจ
ข้อมูลระบุว่า
แม้ปริมาณการเทรดจะลดลงประมาณ 8.9% ในเดือนเมษายน แต่ก็ยังสูงกว่า 10 พันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าความสนใจยังคงแข็งแกร่ง
เนื่องจากตลาดทำนายเหตุการณ์ผูกกับข่าวและเหตุการณ์จริง การมีส่วนร่วมของผู้ใช้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาคริปโตเพียงอย่างเดียว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าอุตสาหกรรมคริปโตกำลังเข้าสู่ช่วง การรวมตัวและคัดกรองหลังยุคเก็งกำไร
โปรเจกต์ที่พึ่งพา
กำลังเผชิญความยากลำบากในสภาพตลาดที่สภาพคล่องลดลง
ในทางกลับกัน แพลตฟอร์มที่มี การใช้งานจริงและโมเดลรายได้ชัดเจน เช่น การเทรดอนุพันธ์สภาพคล่องสูง หรือ prediction markets ที่อิงเหตุการณ์โลก ยังคงดึงดูดผู้ใช้และเงินทุนได้
ดังนั้นคลื่นการปิดตัวในช่วงนี้จึงอาจไม่ใช่จุดจบของคริปโต แต่เป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม ที่ทำให้โปรเจกต์ที่อ่อนแอหายไป และเปิดทางให้แพลตฟอร์มที่มีคุณค่าจริงเติบโตต่อไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ปี 2026 เกิดคลื่นปิดกิจการในอุตสาหกรรมคริปโต หลายโปรเจกต์รวมถึง Syndicate Labs และ Bitcoin Depot ต้องยุติการดำเนินงานจากผู้ใช้และเงินทุนที่ลดลง
ปี 2026 เกิดคลื่นปิดกิจการในอุตสาหกรรมคริปโต หลายโปรเจกต์รวมถึง Syndicate Labs และ Bitcoin Depot ต้องยุติการดำเนินงานจากผู้ใช้และเงินทุนที่ลดลง รายงานระบุว่ามีการปลดพนักงานมากกว่า 5,000 ตำแหน่งในบริษัทคริปโต 87 แห่ง และอย่างน้อย 21 โปรเจกต์ได้ปิดตัวหรือปรับลดบริการในช่วงตลาดหมี
แพลตฟอร์มที่ยังเติบโต เช่น Hyperliquid และ Polymarket มักมีการใช้งานจริงชัดเจน เช่น การเทรดอนุพันธ์สภาพคล่องสูงหรือการทำนายเหตุการณ์โลก