Commerzbank ธนาคารรายใหญ่อันดับสองของเยอรมนี ได้ประกาศ ปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการแบบไม่ร้องขอ (unsolicited takeover) จาก UniCredit ธนาคารยักษ์ใหญ่ของอิตาลี ส่งผลให้เกิดการต่อสู้เชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญในภาคการเงินยุโรป
ประเด็นหลักของความขัดแย้งคือคำถามว่า ข้อเสนอแลกหุ้นของ UniCredit ประเมินมูลค่า Commerzbank อย่างเหมาะสมหรือไม่ และการควบรวมข้ามประเทศจะสร้างประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น พนักงาน และระบบการเงินของเยอรมนีจริงหรือไม่
UniCredit ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Commerzbank ได้ยื่นข้อเสนอ แลกหุ้น (share‑exchange offer) เพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นให้เกิน 30% ซึ่งเป็นระดับที่อาจทำให้ต้องยื่นข้อเสนอซื้อกิจการเต็มรูปแบบตามกฎหมายเยอรมนี
ข้อเสนอนี้ประเมินมูลค่า Commerzbank ไว้ประมาณ €35–€39 พันล้าน ขึ้นอยู่กับราคาหุ้นในตลาด และใช้หุ้นของ UniCredit เป็นตัวแลกแทนเงินสด
UniCredit ระบุว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้าง กลุ่มธนาคารยุโรประดับแพน‑ยุโรปที่แข็งแกร่งขึ้น และไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ควบคุมธนาคารทันที แต่หวังว่าข้อเสนอจะเปิดทางสู่การเจรจาและความร่วมมือในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ฝั่ง Commerzbank มองว่าข้อเสนอนี้เป็นการเข้าซื้อแบบ “ไม่เป็นมิตร” และไม่ได้เกิดจากการเจรจาที่ตกลงร่วมกัน
คณะผู้บริหารและคณะกรรมการกำกับดูแลของ Commerzbank แนะนำอย่างเป็นทางการให้ผู้ถือหุ้น ไม่รับข้อเสนอแลกหุ้น โดยให้เหตุผลหลักว่าข้อเสนอนี้ประเมินมูลค่าธนาคารต่ำเกินไปและไม่ให้ผลตอบแทนพิเศษแก่ผู้ถือหุ้น
ประเด็นที่ถูกวิจารณ์มีหลายด้าน:
• ต่ำกว่าราคาตลาด: มูลค่าที่เสนออยู่ต่ำกว่าราคาหุ้นในตลาด ทำให้ผู้ถือหุ้นไม่ได้รับพรีเมียมจากการขายกิจการ
• ไม่พิสูจน์ว่าควบรวมแล้วดีกว่า: Commerzbank ระบุว่า UniCredit ยังไม่ได้แสดงหลักฐานชัดเจนว่าการควบรวมจะสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่ากลยุทธ์ที่ธนาคารดำเนินอยู่เอง
• สมมติฐานการควบรวมเสี่ยงเกินไป: ผู้บริหารกล่าวว่าแผนของ UniCredit ประเมินผลประหยัดต้นทุน (synergies) สูงเกินจริง และประเมินความสูญเสียรายได้ต่ำเกินไป รวมถึงมีไทม์ไลน์ที่ไม่สมจริง
• กระทบโมเดลธุรกิจหลัก: Commerzbank เชื่อว่าการรวมกิจการอาจทำให้เครือข่ายลูกค้าองค์กรในเยอรมนีและภูมิภาค DACH (เยอรมนี ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์) ซึ่งเป็นจุดแข็งของธนาคารอ่อนแอลง
ด้วยเหตุนี้ ธนาคารจึงผลักดันแนวคิดว่า การดำเนินธุรกิจอย่างอิสระจะสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นได้มากกว่า
เพื่อพิสูจน์ว่าธนาคารสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องควบรวม Commerzbank ได้เปิดแผนกลยุทธ์ใหม่ที่มุ่งเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการลดพนักงาน ประมาณ 3,000 ตำแหน่งเพิ่มเติม พร้อมตั้งเป้ารายได้และกำไรที่สูงขึ้นภายในสิ้นทศวรรษนี้
ผู้บริหารระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จะแสดงให้นักลงทุนเห็นว่า ธนาคารสามารถเพิ่มมูลค่าได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งการควบรวมกิจการ
ตัวแทนพนักงานและสหภาพแรงงานใน Commerzbank แสดงการต่อต้านดีลนี้อย่างชัดเจน
พวกเขากังวลว่าการควบรวมข้ามประเทศอาจนำไปสู่
• การลดพนักงานมากขึ้น
• การปิดสาขาที่ซ้ำซ้อน
• การย้ายศูนย์อำนาจตัดสินใจออกจากเยอรมนี
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่อง “อธิปไตยทางการเงิน” เนื่องจากหลายฝ่ายเชื่อว่าเยอรมนีควรมีธนาคารขนาดใหญ่ที่มุ่งสนับสนุนบริษัทเยอรมันและธุรกิจขนาดกลางหรือ Mittelstand ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจประเทศ
รัฐบาลเยอรมนีเองก็มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้
หลังวิกฤตการเงินโลก รัฐบาลได้เข้าช่วยเหลือ Commerzbank และยังถือหุ้นอยู่ในธนาคาร ทำให้มีอิทธิพลทางการเมืองต่อดีลนี้
เจ้าหน้าที่ในกรุงเบอร์ลินได้แสดงความไม่พอใจต่อสิ่งที่ถูกมองว่าเป็น การเข้าซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตรของธนาคารที่มีความสำคัญต่อระบบการเงินของประเทศ
ขณะนี้ฝ่ายบริหารของ Commerzbank ได้ออกคำแนะนำอย่างเป็นทางการให้ผู้ถือหุ้น ไม่เสนอขายหุ้นของตนในการแลกหุ้นกับ UniCredit
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับมุมมองของนักลงทุน หากพวกเขาเชื่อว่า UniCredit อาจปรับปรุงข้อเสนอหรือว่าการควบรวมจะสร้างมูลค่าเพิ่ม ก็อาจมีผู้ถือหุ้นบางส่วนสนับสนุนดีลนี้
สถานการณ์ในอนาคตมีหลายทางเป็นไปได้
1. UniCredit ปรับข้อเสนอใหม่
วิธีที่ง่ายที่สุดคือเพิ่มอัตราแลกหุ้นหรือเพิ่มพรีเมียมเพื่อจูงใจผู้ถือหุ้น
2. ดีลล้มเหลว แต่ยังถือหุ้นต่อ
หากผู้ถือหุ้นไม่ตอบรับเพียงพอ UniCredit อาจยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่โดยไม่ได้ควบคุมธนาคาร
3. กลับมาเจรจาใหม่ในอนาคต
บริษัทอาจรอจังหวะตลาดหรือแรงกดดันเชิงกลยุทธ์ก่อนเปิดการเจรจาอีกครั้ง
4. Commerzbank พิสูจน์กลยุทธ์อิสระสำเร็จ
หากธนาคารสามารถเพิ่มกำไรและมูลค่าหุ้นได้ตามแผน การเข้าซื้อกิจการก็อาจสูญเสียแรงสนับสนุน
การเผชิญหน้าระหว่างสองธนาคารไม่ได้เป็นเพียงดีลธุรกิจธรรมดา แต่สะท้อนคำถามใหญ่ของระบบการเงินยุโรปว่า
ยุโรปควรสร้าง ธนาคารข้ามชาติขนาดใหญ่เพื่อแข่งขันระดับโลก หรือควรรักษา ธนาคารแชมป์ระดับประเทศ ที่มุ่งสนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศ
สำหรับตอนนี้ Commerzbank กำลังเดิมพันกับเส้นทางของความเป็นอิสระ และหวังว่าผู้ถือหุ้นจะเห็นว่ามูลค่าของธนาคารสูงกว่าที่ UniCredit เสนอไว้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Commerzbank แนะนำผู้ถือหุ้นไม่ให้รับข้อเสนอแลกหุ้นจาก UniCredit มูลค่าประมาณ €35–€39 พันล้าน โดยระบุว่าไม่มีพรีเมียมการเข้าซื้อและประเมินมูลค่าธนาคารต่ำกว่าความเป็นจริง [3][17]
Commerzbank แนะนำผู้ถือหุ้นไม่ให้รับข้อเสนอแลกหุ้นจาก UniCredit มูลค่าประมาณ €35–€39 พันล้าน โดยระบุว่าไม่มีพรีเมียมการเข้าซื้อและประเมินมูลค่าธนาคารต่ำกว่าความเป็นจริง [3][17] รัฐบาลเยอรมนี ตัวแทนพนักงาน และผู้บริหารธนาคารต่างคัดค้านดีลนี้ เนื่องจากกังวลเรื่องการสูญเสียงาน การย้ายศูนย์อำนาจตัดสินใจออกจากเยอรมนี และผลกระทบต่อเครือข่ายลูกค้าองค์กรของธนาคาร [8][12]
หาก UniCredit ไม่ปรับปรุงข้อเสนอ ดีลอาจล้มเหลว ทำให้ UniCredit เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายใหญ่โดยไม่ได้ควบคุมธนาคาร หรืออาจกลับมาเจรจาใหม่ในอนาคต