Greenpixie ทำงานอยู่ในจุดตัดของสองแนวคิดสำคัญในการบริหารคลาวด์
เมื่อรวมสองแนวคิดนี้เข้าด้วยกัน องค์กรสามารถค้นหาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น
เงินทุนรอบล่าสุดของ Greenpixie มีมูลค่า £4.7 ล้าน โดยมี
VERBUND X Ventures เป็นหน่วยลงทุนของบริษัทพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ของยุโรป VERBUND AG การลงทุนครั้งนี้จะช่วยให้ Greenpixie ขยายแพลตฟอร์มด้าน "sustainability intelligence" สำหรับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ในองค์กรขนาดใหญ่
เป้าหมายคือช่วยบริษัทต่าง ๆ ลดทั้ง
การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ทำให้ความต้องการพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก
งานวิจัยที่อ้างโดย Gartner ระบุว่า
นอกจากไฟฟ้าแล้ว ดาต้าเซ็นเตอร์ยังใช้น้ำจำนวนมากสำหรับระบบระบายความร้อน ซึ่งทำให้หลายองค์กรเริ่มต้องติดตามตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ ข้อมูลด้านความยั่งยืนจึงกำลังกลายเป็น ตัวชี้วัดเชิงปฏิบัติการ (operational metric) ที่ทีมวิศวกรรม การเงิน และฝ่ายความยั่งยืนต้องใช้ร่วมกันในแต่ละวัน
เทคโนโลยีของ Greenpixie ถูกใช้งานโดยองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงบริษัทในกลุ่ม Fortune 1000 อย่าง Mastercard
องค์กรเหล่านี้ใช้แพลตฟอร์มเพื่อ
ผลลัพธ์คือทีมไอทีและการเงินสามารถตัดสินใจด้านโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ทั้งในแง่ ต้นทุน ประสิทธิภาพ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจดิจิทัล ความต้องการพลังงานของระบบคอมพิวติ้งก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แนวทางของ Greenpixieสะท้อนแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรม: การทำให้ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมกลายเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารระบบไอทีในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงรายงานด้าน ESG ที่จัดทำปีละครั้ง
หากการใช้ AI ยังเติบโตต่อไป เครื่องมือที่ช่วยเปิดเผย "ต้นทุนพลังงานและคาร์บอนที่ซ่อนอยู่" ในการประมวลผล อาจกลายเป็นองค์ประกอบมาตรฐานของการบริหารคลาวด์ในองค์กรทั่วโลก
Comments
0 comments