แนวคิดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Google ที่เรียกว่า “agentic AI” ซึ่ง AI ไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่สามารถลงมือทำงานจริงแทนผู้ใช้ได้ .
Gemini Spark ทำงานผ่าน virtual machines เฉพาะบน Google Cloud ทำให้ระบบสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องพึ่งฮาร์ดแวร์ของผู้ใช้ .
ภายในระบบมีรายงานว่า Spark ใช้ โมเดล Gemini 3.5 และทำงานผ่านแพลตฟอร์ม Antigravity ของ Google ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการ AI agents และเวิร์กโฟลว์ระยะยาว .
ในทางปฏิบัติ ผู้ใช้สามารถตั้งเป้าหมาย เช่น
จากนั้น Spark จะคอยตรวจสอบข้อมูลในแอปที่เชื่อมต่อและรวบรวมผลลัพธ์ให้โดยอัตโนมัติ
Google และรายงานจากสื่อระบุว่า Spark ถูกออกแบบให้เป็น AI สำหรับงานทั่วไปด้าน productivity ที่ช่วยจัดการงานดิจิทัลจำนวนมากได้โดยอัตโนมัติ .
ตัวอย่างงานที่ทำได้ เช่น
เพราะระบบทำงานอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา Spark สามารถเตรียมผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้าได้ เช่น สรุปการประชุมหรือรวบรวมอัปเดตของโปรเจกต์ข้ามคืน .
Gemini Spark ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับระบบนิเวศของ Google อย่างลึกซึ้ง โดยเชื่อมต่อกับ Google Workspace หลายแอป เช่น
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Spark รองรับ การเชื่อมต่อกับแอปภายนอกมากกว่า 30 บริการ เช่น Uber, OpenTable และ Dropbox .
เนื่องจาก AI agent สามารถทำการกระทำจริง เช่น การจองหรือการซื้อสินค้า Google ระบุว่า Spark จะทำงาน “ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้” โดยผู้ใช้เป็นผู้กำหนดคำสั่งและสิทธิ์การทำงาน .
รายงานยังกล่าวถึงระบบ AP2 safeguards ซึ่งช่วยควบคุมการใช้จ่ายและธุรกรรมที่ AI ทำแทนผู้ใช้ เพื่อให้มีการจำกัดและการอนุมัติที่เหมาะสม .
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับอินเทอร์เฟซการตั้งค่าสิทธิ์หรือระบบบันทึกการทำงานยังไม่ได้ถูกเปิดเผยทั้งหมดในเอกสารสาธารณะ
การเปิดให้ใช้งานในช่วงแรกมีข้อจำกัด ได้แก่
Spark เป็นเพียงส่วนหนึ่งของฟีเจอร์ AI ใหม่ที่ Google เปิดตัวในงาน I/O ปีนี้ เช่น
Google ยังพัฒนาโมเดลใหม่อย่าง Gemini 3.5 Flash และโมเดลมัลติโหมดอื่น ๆ เพื่อรองรับระบบ AI agent เหล่านี้ .
Gemini Spark ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของกลยุทธ์ AI แบบ agent‑first ของ Google
แทนที่จะเป็นเครื่องมือแยกกัน Google ต้องการให้ Gemini ทำหน้าที่เป็นชั้น AI ที่เชื่อมบริการต่าง ๆ เช่น Search, Workspace, Android, YouTube และบริการภายนอกเข้าด้วยกัน .
หากแนวทางนี้ประสบความสำเร็จ ผู้ช่วย AI ในอนาคตอาจไม่ใช่แค่แชตบอตที่รอคำถาม แต่จะกลายเป็น ซอฟต์แวร์ผู้ช่วยที่ทำงานแทนผู้ใช้ตลอดเวลา และสามารถจัดการงานข้ามแอปและบริการต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตได้โดยอัตโนมัติ.
Comments
0 comments