ฝรั่งเศสกำลังผลักดันให้สหภาพยุโรป (EU) สร้างรายได้เพิ่ม มากกว่า 60,000 ล้านยูโรต่อปี สำหรับกรอบงบประมาณหลายปี (MFF) ช่วงปี 2028–2034 เป้าหมายไม่ใช่แผนภาษีของฝรั่งเศสเพียงประเทศเดียว แต่คือการเร่งแรงสนับสนุนต่อชุดข้อเสนอ “ทรัพยากรของตนเอง” ของคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 และอาจรวมถึงแหล่งรายได้ระดับ EU เพิ่มเติมในอนาคตด้วย ปารีสมองว่ารายได้ส่วนกลางจะช่วยจัดหาเงินสำหรับกลาโหมและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยลดการพึ่งพาเงินสมทบจากงบประมาณของประเทศสมาชิก
7
34
ประเด็นสำคัญคือ แม้ในทางการเมืองมักเรียกกันว่า “ภาษีระดับ EU” แต่คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า EU ไม่มีอำนาจทั่วไปในการจัดเก็บภาษีโดยตรงจากประชาชน มาตรการเหล่านี้จึงเป็นการกันส่วนแบ่งรายได้ที่กำหนดไว้ หรือกำหนดเงินสมทบจากประเทศสมาชิก เข้าสู่งบประมาณ EU ภายใต้ระบบทรัพยากรของตนเอง
4
5 แหล่งรายได้ใหม่ที่คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอ
แพ็กเกจเดือนกรกฎาคม 2025 มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่
- รายได้จาก ETS1: โอน 30% ของรายได้จากระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ EU ระยะแรก เข้างบ EU คาดสร้างรายได้เฉลี่ย 9,600 ล้านยูโรต่อปี
4
- รายได้จาก CBAM: โอน 75% ของรายรับจากกลไกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ซึ่งเรียกเก็บต้นทุนคาร์บอนกับสินค้านำเข้าบางประเภท คาดสร้างรายได้ 1,400 ล้านยูโรต่อปี
4
- ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกรวบรวม: ให้ประเทศสมาชิกจ่ายเงินสมทบ 2 ยูโรต่อกิโลกรัม ของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ถูกรวบรวมเพื่อนำไปรีไซเคิล คาดสร้างรายได้ราว 15,000 ล้านยูโรต่อปี
3
6
- TEDOR: เงินสมทบเท่ากับ 15% ของรายได้ ที่เกิดจากอัตราภาษีสรรพสามิตขั้นต่ำที่ทำให้สอดคล้องกัน สำหรับยาสูบแปรรูปและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
16
- CORE: เงินสมทบแบบก้าวหน้าจากบริษัทขนาดใหญ่ที่มีรายได้สุทธิต่อปีตั้งแต่ 100 ล้านยูโร ขึ้นไป
3
16
หากนับเฉพาะ 5 แหล่งรายได้ใหม่นี้ คาดว่าจะระดมได้ 43,900 ล้านยูโรต่อปีในราคาปี 2025 หรือ 49,400 ล้านยูโรในราคาปัจจุบัน แต่เมื่อรวมการปรับระบบทรัพยากรเดิมในแพ็กเกจเดียวกัน คณะกรรมาธิการประเมินว่ารายได้เพิ่มจะอยู่ที่ 58,200 ล้านยูโรต่อปีในราคาปี 2025 หรือ 65,600 ล้านยูโรในราคาปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่มาของเป้าหมาย “มากกว่า 60,000 ล้านยูโร” ที่ฝรั่งเศสยกขึ้นมา
17
ข้อเสนอใดมีโอกาสผ่านมากกว่า
มาตรการที่ดูมีความเป็นไปได้ทางการเมืองมากที่สุดในขณะนี้คือรายได้ที่โยงกับคาร์บอน และเงินสมทบจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดย ETS1 ใช้ฐานรายได้จากตลาดคาร์บอนที่มีอยู่แล้ว ส่วน CBAM ถูกวางกรอบว่าเป็นรายได้จากสินค้านำเข้าที่ปล่อยคาร์บอนสูง ขณะที่มาตรการขยะอิเล็กทรอนิกส์สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนของ EU รายงานการเจรจาระบุว่า CBAM และขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวเลือกที่มีโอกาสได้ฉันทามติมากที่สุด
2
6
7
ส่วนข้อเสนออื่นยังถูกคัดค้านมากกว่า ได้แก่
- CORE: หลายรัฐบาลกังวลถึงผลกระทบต่อบริษัทที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือดำเนินงานในประเทศตน แม้ฝรั่งเศสจะสนับสนุนชัดเจน
8
- TEDOR: เจรจายากเพราะรายได้ภาษีสรรพสามิตยาสูบเป็นฐานรายได้สำคัญของรัฐบาลประเทศสมาชิก
6
ตัวเลขทั้งหมดเป็นเพียงประมาณการ ไม่ใช่รายรับที่รับประกันได้ เพราะขึ้นอยู่กับราคาคาร์บอน ปริมาณสินค้านำเข้า ข้อมูลการเก็บรวบรวมขยะ และรายละเอียดสุดท้ายที่รัฐบาลสมาชิกตกลงกัน
17
22
เหตุใดฝรั่งเศสจึงเป็นผู้สนับสนุนหลัก
จุดยืนของฝรั่งเศสเชื่อมโยงกับข้อจำกัดทางการคลังของประเทศ คณะกรรมาธิการยุโรปคาดว่าการขาดดุลงบประมาณภาครัฐของฝรั่งเศสจะอยู่ที่ 5.1% ของ GDP ในปี 2025 และ 2026 ขณะที่ภาระดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
28
31
สำหรับปารีส การขยายฐานรายได้ของ EU เป็นทางเลือกในการสนับสนุนการใช้จ่ายร่วมกัน โดยไม่ต้องเพิ่มเงินสมทบจากงบชาติเป็นหลัก ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลที่มีพื้นที่จำกัดในการกู้เพิ่มหรือขึ้นภาษีภายในประเทศ ฝรั่งเศสยังไม่เห็นด้วยกับการลดขนาดงบประมาณ EU ชุดถัดไป
34
ภาษีเพิ่มเติมที่ปารีสอยากให้พิจารณา
วาระของฝรั่งเศสไม่ได้หยุดอยู่ที่ 5 ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ปารีสสนับสนุนให้พิจารณาแหล่งรายได้ระดับ EU จาก บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ รวมถึงแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ และจาก ผู้ก่อมลพิษจากต่างประเทศ แทนการพึ่งเงินสมทบของชาติสมาชิกเพียงอย่างเดียว
34
แนวคิดที่รัฐสภายุโรปเสนอและคณะกรรมาธิการนำไปศึกษายังรวมถึงการเรียกเก็บเงินจาก
- แพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่หรือบริการดิจิทัล
- สินทรัพย์คริปโตหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโต
- การพนันและการรับเดิมพันออนไลน์
- การขยายขอบเขตของเครื่องมือปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน
27
30
38
อย่างไรก็ดี แนวคิดเหล่านี้ ยังไม่ใช่ มาตรการที่บรรจุอยู่ในแพ็กเกจเดือนกรกฎาคม 2025 แต่เป็นทางเลือกเพิ่มเติมที่อยู่ระหว่างการหารือ และยังไม่ได้ตกลงเป็นรายได้ของ EU
3
27
กำหนดเวลาการตัดสินใจ
ประธานคณะมนตรียุโรป อันโตนีอู กอสตา ตั้งเป้าบรรลุข้อตกลงทางการเมืองเกี่ยวกับชุดแหล่งรายได้ใน เดือนตุลาคม 2026 ก่อนจะบรรลุข้อตกลงเรื่อง MFF ฉบับเต็มสำหรับปี 2028–2034 ภายใน สิ้นปี 2026
6
แต่กำหนดการดังกล่าวเป็นเป้าหมาย ไม่ใช่เส้นตายที่มีผลบังคับใช้ทันที เพราะการตัดสินใจเรื่องทรัพยากรของตนเองของ EU ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิก และผ่านกระบวนการให้สัตยาบันตามรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศ ประเด็นที่เห็นต่างสูง โดยเฉพาะ CORE และรายได้จากยาสูบ จึงอาจเป็นตัวชี้ขาดว่าไทม์ไลน์นี้จะเดินหน้าได้หรือไม่
6
17
สรุป: ฝรั่งเศสไม่ได้เสนอ “ภาษีใหม่ก้อนเดียว” มูลค่า 60,000 ล้านยูโร แต่กำลังผลักดันตะกร้าแหล่งรายได้สำหรับงบ EU โดย 5 มาตรการใหม่มีมูลค่าราว 44,000 ล้านยูโรต่อปี และเมื่อรวมการปรับรายได้เดิมจึงเกิน 60,000 ล้านยูโรตามราคาปัจจุบัน การเจรจารอบแรกดูเปิดทางมากกว่าสำหรับรายได้จากคาร์บอนและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่บริษัท ยาสูบ ดิจิทัล คริปโต และการพนัน น่าจะเป็นโจทย์ยากกว่า
6
17