CK Zheng คาดว่าบิตคอยน์อาจขึ้นไปแตะ 150,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2027 แต่เป็นการคาดการณ์แบบมีเงื่อนไข ไม่ใช่การรับประกันราคา เขามองว่าการปรับฐานครั้งล่าสุดแตกต่างจากวิกฤตปี 2022 เพราะตลาดมีฐานนักลงทุนสถาบันที่ลึกขึ้น ทั้งกองทุน ETF คริปโตและบริษัทที่ถือบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ในงบดุล CLARITY Act ของสหรัฐฯ หนี้รัฐบาลสหรัฐ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is former Credit Suisse global head of valuation risk CK Zheng, now co-founder and CIO of ZX Squared Capital, predicting for Bitcoin by. Article summary: CK Zheng’s forecast is that Bitcoin will reach $150,000 by the end of 2027. It is a conditional bullish thesis—not a certainty—based on regulatory progress, expanding institutional demand, and Bitcoin’s scarcity amid exp. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
CK Zheng ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (CIO) ของ ZX Squared Capital และอดีตหัวหน้าฝ่ายความเสี่ยงด้านการประเมินมูลค่าระดับโลกของ Credit Suisse คาดว่า บิตคอยน์จะขึ้นไปแตะ 150,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2027 1
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นมุมมองเชิงบวกที่มีเงื่อนไข ไม่ใช่คำยืนยันว่าราคาจะไปถึงระดับดังกล่าวอย่างแน่นอน โดย Zheng อาศัยปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ความชัดเจนด้านกฎระเบียบของสหรัฐฯ การยอมรับจากนักลงทุนสถาบัน และอุปทานบิตคอยน์ที่มีจำกัด
Zheng ตีความการปรับตัวลงรอบล่าสุดว่าเป็นสัญญาณของตลาดที่กำลังเติบโต มากกว่าจะเป็นการกลับไปสู่การล่มสลายแบบปี 2022 ซึ่งในเวลานั้นเกิดเหตุการณ์สำคัญอย่าง Terra/Luna, Celsius, Voyager และ FTX ล้มเหลวต่อเนื่องกัน 2
3
ความแตกต่างที่เขาเน้นคือ ตลาดปัจจุบันมีฐานนักลงทุนสถาบันแข็งแรงขึ้น และดูเหมือนจะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการกู้ยืมเกินตัวและปัญหาคู่สัญญาในลักษณะเดียวกับวิกฤตครั้งก่อน
ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะการคลี่คลายของสินเชื่อทั่วทั้งตลาดย่อมส่งผลต่างจากการปรับฐานในตลาดลงทุนที่มีโครงสร้างมั่นคงขึ้น ภายใต้มุมมองของ Zheng การอ่อนตัวของราคาในครั้งนี้จึงไม่ได้ลบล้างเรื่องราวการยอมรับบิตคอยน์ในระยะยาวโดยอัตโนมัติ
Zheng ชี้ไปที่การขยายตัวของกองทุน ETF คริปโตแบบสปอต การจัดสรรบิตคอยน์ไว้ในงบดุลของบริษัท และการเพิ่มขึ้นของผู้ถือบิตคอยน์ระยะยาว ว่าเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อกำลังมีลักษณะเป็นสถาบันมากขึ้น และพึ่งพาการเก็งกำไรระยะสั้นน้อยลง 2
3
เขายังมองว่าวัฏจักร 4 ปีของบิตคอยน์ยังมีความสำคัญในเชิงโครงสร้าง แม้ว่าการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันอาจเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหวของแต่ละวัฏจักรไปก็ตาม
แก่นของสมมติฐานนี้เรียบง่าย: หากสถาบันเข้าถึงบิตคอยน์ได้มากขึ้น ขณะที่ผู้ถือเดิมยังถือครองในระยะยาว อุปทานที่จำกัดก็อาจต้องเผชิญกับอุปสงค์ที่สูงขึ้นเมื่อแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างที่จับต้องได้คือ Strategy ซึ่งมีรายงานว่าซื้อบิตคอยน์เพิ่ม 4,603 BTC มูลค่าประมาณ 369.7 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้บริษัทถือครองรวม 845,050 BTC 10
ธุรกรรมนี้สนับสนุนมุมมองที่ว่าอย่างน้อยหนึ่งบริษัทขนาดใหญ่ยังคงเข้าซื้อบิตคอยน์ในช่วงตลาดอ่อนตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทอื่นหรือตลาดโดยรวมจะทำตาม Strategy และไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าบิตคอยน์จะไปถึงเป้าหมายของ Zheng
ความชัดเจนด้านกฎระเบียบคือปัจจัยเร่งระยะใกล้ที่สำคัญที่สุดในมุมมองของ Zheng เขาเคยระบุว่าสถาบันขนาดใหญ่จำนวนมากยังรอกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนก่อนจัดสรรเงินทุนเพิ่มเติม และการผ่านกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการอาจเปิดทางให้เกิดตลาดกระทิงรอบใหม่ เมื่อสถาบันต่าง ๆ เร่งเข้ามาสร้างสถานะการลงทุน 8
รายงานอื่น ๆ ก็ระบุว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจเป็นตัวเร่งให้สถาบันเข้าร่วมตลาดมากขึ้น แต่เส้นทางในสภาคองเกรสยังไม่สิ้นสุด และการลงมติในวุฒิสภาถูกเลื่อนไปเป็นช่วงเดือนกันยายน 10
ดังนั้น CLARITY Act จึงเป็นเพียง “ตัวเร่งที่อาจเกิดขึ้น” ไม่ใช่เหตุการณ์ที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น หากกฎหมายเดินหน้าด้วยเนื้อหาที่สร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนที่ยังลังเล ก็อาจช่วยเพิ่มการเข้าถึงและความเชื่อมั่นในตลาดได้ แต่หากการผ่านกฎหมายล่าช้า หรือรายละเอียดสุดท้ายไม่เป็นที่พอใจของนักลงทุน แรงซื้อจากสถาบันที่คาดหวังไว้อาจเกิดช้าลงหรือมีขนาดเล็กกว่าที่ Zheng ประเมิน
เหตุผลระยะยาวของ Zheng ยังเชื่อมโยงกับแรงกดดันด้านการคลังและการเงินของสหรัฐฯ เขามองว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ในปี 2027 อาจเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ที่ถูกมองว่าใช้ป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าของเงินดอลลาร์ได้ 2
3
ในกรอบความคิดนี้ บิตคอยน์มีจุดเด่นจากอุปทานที่จำกัดไว้ที่ 21 ล้านเหรียญ ประกอบกับการยอมรับที่เพิ่มขึ้น และความเป็นไปได้ที่นักลงทุนสถาบันจะเร่งเข้าซื้อเมื่อการฟื้นตัวของตลาดดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
แต่ทั้งหมดนี้เป็นฉากทัศน์ทางเศรษฐกิจมหภาค ไม่ใช่สูตรคำนวณราคาที่ทำงานโดยอัตโนมัติ หนี้ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าเงินทุนจะไหลเข้าสู่บิตคอยน์เสมอไป และอุปทานที่จำกัดก็ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะสูงขึ้น หากไม่มีอุปสงค์เพียงพอ
ดังนั้น เป้าหมาย 150,000 ดอลลาร์จึงต้องอาศัยสมมติฐานหลายข้อเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งการยอมรับที่ยังเติบโต กฎระเบียบที่คาดการณ์ได้มากขึ้น และการที่นักลงทุนมองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่มีประโยชน์ในพอร์ตช่วงที่เกิดความกังวลด้านการเงินหรือการคลัง
แม้แรงซื้อจากองค์กรจะช่วยหนุนเรื่องราวด้านอุปสงค์ แต่ภาพทางเทคนิคยังไม่ถือว่ายืนยันการกลับตัวอย่างสมบูรณ์ นักวิเคราะห์จับตาบริเวณแนวต้าน 81,000–83,000 ดอลลาร์ โดยการปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือกรอบดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และการย่อตัวกลับมาทดสอบแล้วไม่หลุด อาจเป็นสัญญาณที่แข็งแรงกว่าว่าการฟื้นตัวกำลังพัฒนาเป็นแนวโน้มขาขึ้นจริง
หากบิตคอยน์ยังไม่สามารถผ่านและยืนเหนือโซนนี้ได้ การฟื้นตัวก็ยังมีความเสี่ยงที่จะถูกขายทำกำไรหรือถูกปฏิเสธที่แนวต้าน นั่นหมายความว่าการเข้าซื้อของ Strategy สนับสนุนเรื่องแรงซื้อจากองค์กร แต่ยังไม่สามารถยืนยันเป้าหมาย 150,000 ดอลลาร์ หรือตัดความเสี่ยงขาลงในระยะใกล้ได้
การคาดการณ์นี้ยังเผชิญความเสี่ยงแบบเดียวกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงทั่วไป ความคืบหน้าด้านกฎระเบียบอาจหยุดชะงัก แรงซื้อจากสถาบันอาจชะลอตัว หรือภาวะเศรษฐกิจมหภาคอาจทำให้บิตคอยน์ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เสี่ยง แทนที่จะเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง
นอกจากนี้ การซื้อบิตคอยน์ของ Strategy ยังสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ซื้อรายใหญ่รายหนึ่ง ไม่ใช่การยืนยันจากตลาดทั้งหมด
การอ่านคำคาดการณ์ของ Zheng ที่รอบคอบที่สุดจึงไม่ใช่การสรุปว่า “บิตคอยน์ต้องไปถึง 150,000 ดอลลาร์” แต่คือการมองว่าเขาเห็นเส้นทางที่เป็นไปได้ หากฐานนักลงทุนสถาบันยังขยายตัว และความชัดเจนด้านกฎระเบียบช่วยปลดล็อกอุปสงค์ชุดใหม่
CK Zheng ตั้งเป้าหมายบิตคอยน์ไว้ที่ 150,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2027 โดยให้เหตุผลว่าการปรับฐานครั้งปัจจุบันสะท้อนตลาดที่เติบโตขึ้นกว่าช่วงการล่มสลายในปี 2022 พร้อมฐานนักลงทุนสถาบันที่แข็งแรงขึ้น ผู้ถือระยะยาวที่เพิ่มขึ้น และวัฏจักรตลาด 4 ปีที่ยังมีบทบาท 1
2
3
ในระยะใกล้ CLARITY Act คือปัจจัยเร่งสำคัญที่สุด ส่วนการเพิ่มขึ้นของหนี้สหรัฐฯ ความกังวลเรื่องการด้อยค่าของดอลลาร์ และอุปทานบิตคอยน์ที่จำกัด คือเหตุผลด้านเศรษฐกิจมหภาคในระยะยาว การสะสมบิตคอยน์ของ Strategy สอดคล้องกับเรื่องราวแรงซื้อจากสถาบัน แต่ยังไม่อาจขจัดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกฎระเบียบ การยอมรับ และแนวโน้มราคาครั้งต่อไป
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
CK Zheng คาดว่าบิตคอยน์อาจขึ้นไปแตะ 150,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2027 แต่เป็นการคาดการณ์แบบมีเงื่อนไข ไม่ใช่การรับประกันราคา
CK Zheng คาดว่าบิตคอยน์อาจขึ้นไปแตะ 150,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2027 แต่เป็นการคาดการณ์แบบมีเงื่อนไข ไม่ใช่การรับประกันราคา เขามองว่าการปรับฐานครั้งล่าสุดแตกต่างจากวิกฤตปี 2022 เพราะตลาดมีฐานนักลงทุนสถาบันที่ลึกขึ้น ทั้งกองทุน ETF คริปโตและบริษัทที่ถือบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ในงบดุล
CLARITY Act ของสหรัฐฯ หนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น และอุปทานบิตคอยน์ที่จำกัดไว้ 21 ล้านเหรียญ คือแกนหลักของมุมมองนี้ ขณะที่การซื้อเพิ่มของ Strategy สะท้อนแรงซื้อจากองค์กร แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าราคาจะถึงเป้าหมายแน่นอน
CK Zheng คาดว่าบิตคอยน์อาจขึ้นไปแตะ 150,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2027 แต่เป็นการคาดการณ์แบบมีเงื่อนไข ไม่ใช่การรับประกันราคา เขามองว่าการปรับฐานครั้งล่าสุดแตกต่างจากวิกฤตปี 2022 เพราะตลาดมีฐานนักลงทุนสถาบันที่ลึกขึ้น ทั้งกองทุน ETF คริปโตและบริษัทที่ถือบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ในงบดุล CLARITY Act ของสหรัฐฯ หนี้รัฐบาลสหรัฐ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is former Credit Suisse global head of valuation risk CK Zheng, now co-founder and CIO of ZX Squared Capital, predicting for Bitcoin by. Article summary: CK Zheng’s forecast is that Bitcoin will reach $150,000 by the end of 2027. It is a conditional bullish thesis—not a certainty—based on regulatory progress, expanding institutional demand, and Bitcoin’s scarcity amid exp. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
CK Zheng ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (CIO) ของ ZX Squared Capital และอดีตหัวหน้าฝ่ายความเสี่ยงด้านการประเมินมูลค่าระดับโลกของ Credit Suisse คาดว่า บิตคอยน์จะขึ้นไปแตะ 150,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2027 1
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นมุมมองเชิงบวกที่มีเงื่อนไข ไม่ใช่คำยืนยันว่าราคาจะไปถึงระดับดังกล่าวอย่างแน่นอน โดย Zheng อาศัยปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ความชัดเจนด้านกฎระเบียบของสหรัฐฯ การยอมรับจากนักลงทุนสถาบัน และอุปทานบิตคอยน์ที่มีจำกัด
Zheng ตีความการปรับตัวลงรอบล่าสุดว่าเป็นสัญญาณของตลาดที่กำลังเติบโต มากกว่าจะเป็นการกลับไปสู่การล่มสลายแบบปี 2022 ซึ่งในเวลานั้นเกิดเหตุการณ์สำคัญอย่าง Terra/Luna, Celsius, Voyager และ FTX ล้มเหลวต่อเนื่องกัน 2
3
ความแตกต่างที่เขาเน้นคือ ตลาดปัจจุบันมีฐานนักลงทุนสถาบันแข็งแรงขึ้น และดูเหมือนจะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการกู้ยืมเกินตัวและปัญหาคู่สัญญาในลักษณะเดียวกับวิกฤตครั้งก่อน
ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะการคลี่คลายของสินเชื่อทั่วทั้งตลาดย่อมส่งผลต่างจากการปรับฐานในตลาดลงทุนที่มีโครงสร้างมั่นคงขึ้น ภายใต้มุมมองของ Zheng การอ่อนตัวของราคาในครั้งนี้จึงไม่ได้ลบล้างเรื่องราวการยอมรับบิตคอยน์ในระยะยาวโดยอัตโนมัติ
Zheng ชี้ไปที่การขยายตัวของกองทุน ETF คริปโตแบบสปอต การจัดสรรบิตคอยน์ไว้ในงบดุลของบริษัท และการเพิ่มขึ้นของผู้ถือบิตคอยน์ระยะยาว ว่าเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อกำลังมีลักษณะเป็นสถาบันมากขึ้น และพึ่งพาการเก็งกำไรระยะสั้นน้อยลง 2
3
เขายังมองว่าวัฏจักร 4 ปีของบิตคอยน์ยังมีความสำคัญในเชิงโครงสร้าง แม้ว่าการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันอาจเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหวของแต่ละวัฏจักรไปก็ตาม
แก่นของสมมติฐานนี้เรียบง่าย: หากสถาบันเข้าถึงบิตคอยน์ได้มากขึ้น ขณะที่ผู้ถือเดิมยังถือครองในระยะยาว อุปทานที่จำกัดก็อาจต้องเผชิญกับอุปสงค์ที่สูงขึ้นเมื่อแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างที่จับต้องได้คือ Strategy ซึ่งมีรายงานว่าซื้อบิตคอยน์เพิ่ม 4,603 BTC มูลค่าประมาณ 369.7 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้บริษัทถือครองรวม 845,050 BTC 10
ธุรกรรมนี้สนับสนุนมุมมองที่ว่าอย่างน้อยหนึ่งบริษัทขนาดใหญ่ยังคงเข้าซื้อบิตคอยน์ในช่วงตลาดอ่อนตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทอื่นหรือตลาดโดยรวมจะทำตาม Strategy และไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าบิตคอยน์จะไปถึงเป้าหมายของ Zheng
ความชัดเจนด้านกฎระเบียบคือปัจจัยเร่งระยะใกล้ที่สำคัญที่สุดในมุมมองของ Zheng เขาเคยระบุว่าสถาบันขนาดใหญ่จำนวนมากยังรอกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนก่อนจัดสรรเงินทุนเพิ่มเติม และการผ่านกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการอาจเปิดทางให้เกิดตลาดกระทิงรอบใหม่ เมื่อสถาบันต่าง ๆ เร่งเข้ามาสร้างสถานะการลงทุน 8
รายงานอื่น ๆ ก็ระบุว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจเป็นตัวเร่งให้สถาบันเข้าร่วมตลาดมากขึ้น แต่เส้นทางในสภาคองเกรสยังไม่สิ้นสุด และการลงมติในวุฒิสภาถูกเลื่อนไปเป็นช่วงเดือนกันยายน 10
ดังนั้น CLARITY Act จึงเป็นเพียง “ตัวเร่งที่อาจเกิดขึ้น” ไม่ใช่เหตุการณ์ที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น หากกฎหมายเดินหน้าด้วยเนื้อหาที่สร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนที่ยังลังเล ก็อาจช่วยเพิ่มการเข้าถึงและความเชื่อมั่นในตลาดได้ แต่หากการผ่านกฎหมายล่าช้า หรือรายละเอียดสุดท้ายไม่เป็นที่พอใจของนักลงทุน แรงซื้อจากสถาบันที่คาดหวังไว้อาจเกิดช้าลงหรือมีขนาดเล็กกว่าที่ Zheng ประเมิน
เหตุผลระยะยาวของ Zheng ยังเชื่อมโยงกับแรงกดดันด้านการคลังและการเงินของสหรัฐฯ เขามองว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ในปี 2027 อาจเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ที่ถูกมองว่าใช้ป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าของเงินดอลลาร์ได้ 2
3
ในกรอบความคิดนี้ บิตคอยน์มีจุดเด่นจากอุปทานที่จำกัดไว้ที่ 21 ล้านเหรียญ ประกอบกับการยอมรับที่เพิ่มขึ้น และความเป็นไปได้ที่นักลงทุนสถาบันจะเร่งเข้าซื้อเมื่อการฟื้นตัวของตลาดดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
แต่ทั้งหมดนี้เป็นฉากทัศน์ทางเศรษฐกิจมหภาค ไม่ใช่สูตรคำนวณราคาที่ทำงานโดยอัตโนมัติ หนี้ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าเงินทุนจะไหลเข้าสู่บิตคอยน์เสมอไป และอุปทานที่จำกัดก็ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะสูงขึ้น หากไม่มีอุปสงค์เพียงพอ
ดังนั้น เป้าหมาย 150,000 ดอลลาร์จึงต้องอาศัยสมมติฐานหลายข้อเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งการยอมรับที่ยังเติบโต กฎระเบียบที่คาดการณ์ได้มากขึ้น และการที่นักลงทุนมองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่มีประโยชน์ในพอร์ตช่วงที่เกิดความกังวลด้านการเงินหรือการคลัง
แม้แรงซื้อจากองค์กรจะช่วยหนุนเรื่องราวด้านอุปสงค์ แต่ภาพทางเทคนิคยังไม่ถือว่ายืนยันการกลับตัวอย่างสมบูรณ์ นักวิเคราะห์จับตาบริเวณแนวต้าน 81,000–83,000 ดอลลาร์ โดยการปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือกรอบดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และการย่อตัวกลับมาทดสอบแล้วไม่หลุด อาจเป็นสัญญาณที่แข็งแรงกว่าว่าการฟื้นตัวกำลังพัฒนาเป็นแนวโน้มขาขึ้นจริง
หากบิตคอยน์ยังไม่สามารถผ่านและยืนเหนือโซนนี้ได้ การฟื้นตัวก็ยังมีความเสี่ยงที่จะถูกขายทำกำไรหรือถูกปฏิเสธที่แนวต้าน นั่นหมายความว่าการเข้าซื้อของ Strategy สนับสนุนเรื่องแรงซื้อจากองค์กร แต่ยังไม่สามารถยืนยันเป้าหมาย 150,000 ดอลลาร์ หรือตัดความเสี่ยงขาลงในระยะใกล้ได้
การคาดการณ์นี้ยังเผชิญความเสี่ยงแบบเดียวกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงทั่วไป ความคืบหน้าด้านกฎระเบียบอาจหยุดชะงัก แรงซื้อจากสถาบันอาจชะลอตัว หรือภาวะเศรษฐกิจมหภาคอาจทำให้บิตคอยน์ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เสี่ยง แทนที่จะเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง
นอกจากนี้ การซื้อบิตคอยน์ของ Strategy ยังสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ซื้อรายใหญ่รายหนึ่ง ไม่ใช่การยืนยันจากตลาดทั้งหมด
การอ่านคำคาดการณ์ของ Zheng ที่รอบคอบที่สุดจึงไม่ใช่การสรุปว่า “บิตคอยน์ต้องไปถึง 150,000 ดอลลาร์” แต่คือการมองว่าเขาเห็นเส้นทางที่เป็นไปได้ หากฐานนักลงทุนสถาบันยังขยายตัว และความชัดเจนด้านกฎระเบียบช่วยปลดล็อกอุปสงค์ชุดใหม่
CK Zheng ตั้งเป้าหมายบิตคอยน์ไว้ที่ 150,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2027 โดยให้เหตุผลว่าการปรับฐานครั้งปัจจุบันสะท้อนตลาดที่เติบโตขึ้นกว่าช่วงการล่มสลายในปี 2022 พร้อมฐานนักลงทุนสถาบันที่แข็งแรงขึ้น ผู้ถือระยะยาวที่เพิ่มขึ้น และวัฏจักรตลาด 4 ปีที่ยังมีบทบาท 1
2
3
ในระยะใกล้ CLARITY Act คือปัจจัยเร่งสำคัญที่สุด ส่วนการเพิ่มขึ้นของหนี้สหรัฐฯ ความกังวลเรื่องการด้อยค่าของดอลลาร์ และอุปทานบิตคอยน์ที่จำกัด คือเหตุผลด้านเศรษฐกิจมหภาคในระยะยาว การสะสมบิตคอยน์ของ Strategy สอดคล้องกับเรื่องราวแรงซื้อจากสถาบัน แต่ยังไม่อาจขจัดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกฎระเบียบ การยอมรับ และแนวโน้มราคาครั้งต่อไป
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
CK Zheng คาดว่าบิตคอยน์อาจขึ้นไปแตะ 150,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2027 แต่เป็นการคาดการณ์แบบมีเงื่อนไข ไม่ใช่การรับประกันราคา
CK Zheng คาดว่าบิตคอยน์อาจขึ้นไปแตะ 150,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2027 แต่เป็นการคาดการณ์แบบมีเงื่อนไข ไม่ใช่การรับประกันราคา เขามองว่าการปรับฐานครั้งล่าสุดแตกต่างจากวิกฤตปี 2022 เพราะตลาดมีฐานนักลงทุนสถาบันที่ลึกขึ้น ทั้งกองทุน ETF คริปโตและบริษัทที่ถือบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ในงบดุล
CLARITY Act ของสหรัฐฯ หนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น และอุปทานบิตคอยน์ที่จำกัดไว้ 21 ล้านเหรียญ คือแกนหลักของมุมมองนี้ ขณะที่การซื้อเพิ่มของ Strategy สะท้อนแรงซื้อจากองค์กร แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าราคาจะถึงเป้าหมายแน่นอน