หนึ่งในตัวเร่งสำคัญคือ แรงเทขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลก เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐ เพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนมักย้ายเงินออกจากตลาดเกิดใหม่ไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าและให้ผลตอบแทนสูงกว่าในรูปดอลลาร์
ช่วงที่ผ่านมา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวทะลุระดับ 5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 สะท้อนความกังวลว่าเงินเฟ้อทั่วโลกอาจอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะ
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงด้านเส้นทางขนส่งพลังงาน เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
สำหรับเศรษฐกิจเอเชียหลายประเทศ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นสร้างแรงกระแทกสองทางพร้อมกัน
ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันมาก เช่น อินโดนีเซีย อินเดีย และฟิลิปปินส์ จึงได้รับผลกระทบต่อค่าเงินมากเป็นพิเศษ
ค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ท่ามกลางเงินทุนไหลออกและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia) ต้องเข้ามาแทรกแซงตลาดหลายช่องทาง เช่น
นอกจากนี้ ธนาคารกลางยังใช้กลยุทธ์ซื้อพันธบัตรระยะยาวและขายพันธบัตรระยะสั้น เพื่อดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศและช่วยพยุงค่าเงิน
หากรูเปียห์ยังอ่อนค่าต่อไป แรงกดดันให้ ขึ้นอัตราดอกเบี้ย อาจเพิ่มขึ้น เพราะค่าเงินที่อ่อนลงทำให้เงินเฟ้อนำเข้ารุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม การขึ้นดอกเบี้ยมากเกินไปก็เสี่ยงทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงที่ต้นทุนพลังงานสูงอยู่แล้ว
ค่าเงินเปโซฟิลิปปินส์ก็อ่อนค่าลงตามแรงขายในตลาดเอเชีย เนื่องจากนักลงทุนย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
ปัญหาคือการอ่อนค่าของสกุลเงินมักเกิดขึ้นพร้อมกับ ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลที่สูงขึ้น เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรโลกปรับตัวขึ้น ประเทศตลาดเกิดใหม่ต้องเสนอผลตอบแทนที่สูงกว่าเพื่อดึงดูดนักลงทุน ส่งผลให้ต้นทุนการระดมทุนเพิ่มขึ้นทั้งสำหรับรัฐบาลและภาคธุรกิจ
ทำให้ธนาคารกลางต้องเดินเกมอย่างระมัดระวังระหว่าง
ค่าเงินรูปีของอินเดียก็เผชิญแรงกดดันคล้ายกัน โดยแตะระดับต่ำสุดใหม่ในช่วงที่ตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกถูกเทขาย
อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสูง เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ค่าเงินรูปีมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อ เว้นแต่จะมีเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาชดเชยหรือมีการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น
ความผันผวนของค่าเงินในเอเชียครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิกิริยาลูกโซ่ในระบบการเงินโลก
สถานการณ์นี้ทำให้ประเทศเศรษฐกิจเอเชียหลายแห่งต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างการปกป้องค่าเงินกับการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะการขึ้นดอกเบี้ยมากเกินไปอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอ แต่หากไม่ดำเนินการ ค่าเงินที่อ่อนค่าก็อาจกระตุ้นเงินเฟ้อได้เช่นกัน
ท้ายที่สุด เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แรงสั่นสะเทือนจากตลาดพลังงานและตลาดพันธบัตรโลกสามารถส่งผลต่อค่าเงินและนโยบายเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียได้อย่างรวดเร็ว