เมื่อหลายบริษัทกักตุนสินค้าในเวลาเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
สถานการณ์นี้ทำให้เกิดสิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกว่า “การแข่งขันสะสมสินค้าคงคลังทั่วโลก” ซึ่งสามารถทำให้การขาดแคลนรุนแรงขึ้น แม้ความต้องการสินค้าปลายทางจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก
ตัวชี้วัดด้านโลจิสติกส์หลายตัวเริ่มส่งสัญญาณเตือนแล้ว
รายงานจาก GEP ระบุว่า
เมื่อวัตถุดิบหายากขึ้นและค่าขนส่งสูงขึ้น ผู้ผลิตต้องจ่ายต้นทุนเพิ่ม และบางส่วนถูกส่งต่อไปยังราคาสินค้าปลายทาง
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่ายุโรปกำลังเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบชัดเจน โดยค่าดัชนีซัพพลายเชนอยู่ที่ 1.64 เท่ากับค่าเฉลี่ยโลก
เศรษฐกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น เยอรมนี มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนด้านพลังงานและซัพพลายเออร์จำนวนมากในห่วงโซ่การผลิต
ตัวอย่างเช่น ผลสำรวจ PMI ภาคการผลิตของเยอรมนีพบว่า แม้การผลิตและคำสั่งซื้อใหม่จะขยายตัว แต่สัญญาณความตึงเครียดในซัพพลายเชนจากสงครามอิหร่านเริ่มปรากฏชัดในกระบวนการผลิตแล้ว
อีกปัญหาหนึ่งคือ ข้อมูลเศรษฐกิจอาจสะท้อนภาพที่บิดเบือน
ในสถานการณ์ปกติ การเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อหมายถึงความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น แต่เมื่อบริษัทเร่งสั่งซื้อเพื่อสะสมสต็อก ตัวเลขการผลิตหรือ PMI อาจดูแข็งแรงกว่าความต้องการจริง
นักวิเคราะห์เตือนว่า การขยายตัวของภาคการผลิตในบางประเทศตอนนี้ อาจเกิดจากการซื้อสินค้าล่วงหน้าเพื่อสะสมสต็อก มากกว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์จริงในตลาด
หากความต้องการผู้บริโภคไม่เพิ่มตามมา ผู้ผลิตอาจต้องเผชิญ สินค้าคงคลังส่วนเกินในช่วงปลายปี 2026
แรงกดดันในซัพพลายเชนมักส่งผลโดยตรงต่อเงินเฟ้อ
เมื่อ
ต้นทุนการผลิตจะเพิ่มขึ้นในหลายอุตสาหกรรม และสุดท้ายอาจถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคในรูปแบบราคาสินค้าที่สูงขึ้น
รูปแบบนี้คล้ายกับเหตุการณ์ในช่วงปี 2021–2022 ที่การขาดแคลนสินค้าและค่าขนส่งที่สูงทำให้เงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งขึ้น
แนวโน้มในช่วง 6–12 เดือนข้างหน้า จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
ปัจจัยสำคัญได้แก่
หากเงื่อนไขเหล่านี้เกิดขึ้น ความตึงตัวของซัพพลายเชนอาจค่อย ๆ คลี่คลายในปีหน้า
แต่ถ้าความเสี่ยงด้านพลังงานยังดำเนินต่อไป หรือบริษัทต่าง ๆ ยังคงสะสมวัตถุดิบเพื่อป้องกันความเสี่ยง การขาดแคลนสินค้า ค่าขนส่งที่สูง และระยะเวลาจัดส่งที่ยาวนาน อาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2027
ตอนนี้ระบบซัพพลายเชนโลกยังไม่ถึงขั้นวิกฤตแบบช่วงโควิด แต่สัญญาณหลายอย่างชี้ว่าเครือข่ายการผลิตและการค้าระหว่างประเทศกำลังกลับเข้าสู่ช่วงที่เปราะบางอีกครั้ง
Comments
0 comments