อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นนี้มีความ “กระจุกตัวสูง” อย่างผิดปกติ รายงานหลายแห่งระบุว่าเพียง สามบริษัทชิปเอเชีย—TSMC, Samsung และ SK Hynix—มีบทบาทอย่างมากในการผลักดันดัชนี EM สู่ระดับสูงสุดใหม่
นั่นหมายความว่า ภาพรวมดัชนีที่ดูแข็งแกร่งอาจปกปิดความอ่อนแอในภาคอื่น ๆ ของเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่
AI ได้กลายเป็นศูนย์กลางของการลงทุนด้านเทคโนโลยีทั่วโลก บริษัทที่พัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ต้องใช้ชิปประมวลผลขั้นสูงและหน่วยความจำความเร็วสูงจำนวนมหาศาล
ตลาดชิปประเภทนี้ถูกครอบครองโดยผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายในเอเชีย ได้แก่
เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีน้ำหนักสูงในดัชนีตลาดเกิดใหม่ การปรับขึ้นของหุ้นเพียงไม่กี่ตัวจึงสามารถดันดัชนีทั้งตลาดขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลรายได้ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในช่วงต้นปี 2026 ยังยืนยันว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
แม้หุ้นเทคโนโลยีจะพุ่งแรง แต่สภาพเศรษฐกิจมหภาคของตลาดเกิดใหม่กลับมีความท้าทายมากขึ้น
ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ได้ผลักดันราคาน้ำมันขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเพิ่มความผันผวนให้ตลาดการเงินโลก
ผลกระทบของราคาน้ำมันต่อประเทศตลาดเกิดใหม่ไม่เท่ากัน
ตัวอย่างเช่น ตลาดหุ้นอินเดียอ่อนตัวลงจากความกังวลเรื่องราคาน้ำมันและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ตลาดเอเชียที่มีบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่ยังคงปรับตัวขึ้น
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังส่งผลโดยตรงต่อเงินเฟ้อ
ต้นทุนเชื้อเพลิงทำให้ราคาการขนส่ง ค่าไฟฟ้า และอาหารเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในหลายประเทศตลาดเกิดใหม่สูงกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลาง
หากเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว ธนาคารกลางอาจจำเป็นต้องชะลอการลดดอกเบี้ย หรือแม้แต่ปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งจะกดดันเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ การบริโภค และภาคธุรกิจที่พึ่งพาการกู้ยืม
ขณะเดียวกัน การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกก็สร้างแรงกดดันต่อประเทศกำลังพัฒนา เมื่อดอกเบี้ยในประเทศพัฒนาแล้วสูงขึ้น เงินทุนมักไหลกลับ ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลและบริษัทใน EM สูงขึ้น
ข้อมูลบางส่วนแสดงให้เห็นว่าความผันผวนของราคาน้ำมันได้ทำให้ ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของหลายประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนความเสี่ยงด้านการเงินที่เพิ่มขึ้น
แม้ตลาดหุ้นจะดูแข็งแกร่ง แต่ภาพเศรษฐกิจพื้นฐานของตลาดเกิดใหม่ยังคงไม่สม่ำเสมอ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ในปี 2026 ลงเหลือประมาณ 3.9% โดยให้เหตุผลว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังกดดันเศรษฐกิจหลายประเทศ
กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ ตลาดหุ้นกำลังถูกขับเคลื่อนโดยวัฏจักรการลงทุนใน AI มากกว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่โดยรวม
ปัจจัยหลายอย่างจะเป็นตัวกำหนดว่าการปรับขึ้นของตลาดจะยั่งยืนหรือไม่
ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของตลาด
เมื่อดัชนี EM พึ่งพาหุ้นชิปเพียงไม่กี่ตัว หากความต้องการชิป AI ชะลอตัวหรือผลประกอบการต่ำกว่าคาด ดัชนีอาจปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว
ความเสี่ยงด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์
หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อหรือการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกรบกวน ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นอีก
ความเสี่ยงด้านนโยบายการเงิน
เงินเฟ้อที่สูงอาจทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาด
ความเสี่ยงด้านค่าเงินและการระดมทุน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกที่สูงขึ้นอาจทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมของประเทศตลาดเกิดใหม่
การพุ่งขึ้นของหุ้นตลาดเกิดใหม่ในปี 2026 ไม่ได้เกิดจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่เกิดจาก กระแสการลงทุนใน AI ที่ผลักดันบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียให้กลายเป็นหัวรถจักรของดัชนี
ในระยะสั้น ความต้องการชิป AI ที่แข็งแกร่งยังสามารถชดเชยผลกระทบจากราคาน้ำมันและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ได้
แต่ในระยะยาว ความยั่งยืนของการปรับขึ้นครั้งนี้จะขึ้นอยู่กับคำถามสำคัญสองข้อ: รายได้ของบริษัทชิปจะเติบโตทันกับความคาดหวังของตลาดหรือไม่ และเศรษฐกิจโลกจะสามารถควบคุมเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และอัตราดอกเบี้ยได้หรือไม่
Comments
0 comments