แม้การซ่อมบำรุงจะเป็นตัวจุดชนวนระยะสั้น แต่ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สำคัญกว่าคือ นโยบายของรัฐบาลอินโดนีเซีย
รัฐบาลในจาการ์ตากำลังเพิ่มการควบคุมใบอนุญาตเหมืองและโควตาการผลิตแร่ เพื่อบริหารอุปทานและพยุงราคานิกเกิล
แผนล่าสุดระบุว่า โควตาการผลิตแร่ในปี 2026 อาจลดลงเหลือประมาณ 250–260 ล้านตัน (wet tonnes) จาก 379 ล้านตันในปี 2025
เมื่อแร่ต้นน้ำลดลง ผลกระทบจะกระจายไปทั่วห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เหมือง โรงถลุง ไปจนถึงผู้ผลิตสเตนเลส โดยเฉพาะโรงถลุงในอินโดนีเซียที่ต้องพึ่งแร่ป้อนอย่างต่อเนื่องเพื่อเดินเครื่องเต็มกำลัง
ตลาดยังเริ่มรวม "ความเสี่ยงด้านนโยบาย" เข้าไปในราคาด้วย
อินโดนีเซียกำลังดำเนินยุทธศาสตร์ที่มุ่ง ควบคุมการส่งออกวัตถุดิบและเพิ่มมูลค่าการแปรรูปภายในประเทศ มากขึ้น
แนวทางนี้สะท้อนการเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการผลิตให้มากที่สุด ไปสู่การ
เพียงแค่สัญญาณว่านโยบายอาจจำกัดการผลิตหรือการส่งออก ก็สามารถดันราคาในตลาดล่วงหน้าได้ แม้ยังไม่มีมาตรการจริงออกมา
สำหรับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ นั่นหมายความว่าราคานิกเกิลกำลังถูกกำหนดมากขึ้นโดย นโยบายของอินโดนีเซีย ไม่ใช่แค่กลไกอุปสงค์‑อุปทานตามปกติ
Nickel pig iron (NPI) เป็นวัตถุดิบหลักสำหรับการผลิตสเตนเลส โดยเฉพาะในจีนและอินโดนีเซีย
เมื่อซัพพลาย NPI ตึงตัว ไม่ว่าจะจากการซ่อมบำรุง โควตาเหมือง หรือการลดกำลังผลิต โรงงานสเตนเลสอาจต้องเผชิญต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ได้แก่
ผลกระทบจริงจะขึ้นอยู่กับความต้องการจากภาคเศรษฐกิจ เช่น การก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และการผลิตอุตสาหกรรม
อีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาคือการลดลงของสต็อกในคลังซื้อขายโลหะ
การลดลงของสินค้าคงคลังในคลังของ LME ทำให้ตลาดไวต่อข่าวการหยุดชะงักของซัพพลายมากขึ้น และช่วยเสริมแรงการปรับขึ้นของราคา
ต้นทุนในกระบวนการแปรรูปนิกเกิลก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบบางชนิดที่ใช้ในกระบวนการผลิตนิกเกิลเกรดแบตเตอรี่
อย่างไรก็ตาม สัญญาณจากสต็อกยังไม่ชี้ถึงภาวะขาดแคลนอย่างแท้จริง โดยข้อมูลช่วงเดือนพฤษภาคมหนึ่งระบุว่าสต็อกนิกเกิลในคลัง LME ยังอยู่ที่ประมาณ 276,774 ตัน ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง
แม้ราคาจะปรับขึ้นในช่วงนี้ แต่นักวิเคราะห์หลายรายยังมองว่าตลาดนิกเกิลโลกอาจยังมี อุปทานเกินในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า
สาเหตุหลักคือการขยายกำลังการแปรรูปในอินโดนีเซีย ทั้งโรงถลุง NPI และโครงการ HPAL (High‑Pressure Acid Leach) สำหรับผลิตนิกเกิลเกรดแบตเตอรี่
จึงเกิดภาพตลาดที่แตกออกเป็นสองช่วงเวลา
กล่าวอีกแบบหนึ่ง การพุ่งขึ้นของราคานิกเกิลในช่วงนี้สะท้อน ความกังวลเรื่องความเสี่ยงของซัพพลาย มากกว่าการขาดแคลนจริงในระบบ
ทิศทางราคานิกเกิลในช่วงถัดไปจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
หากการหยุดผลิตเป็นเพียงชั่วคราว ราคานิกเกิลอาจกลับมาทรงตัวเมื่อกำลังผลิตกลับเข้าสู่ระบบ แต่หากอินโดนีเซียยังคงควบคุมโควตาเหมืองและการส่งออกอย่างเข้มงวด ตลาดนิกเกิลโลกอาจกำลังเข้าสู่ยุคที่ นโยบายรัฐมีบทบาทกำหนดราคาไม่แพ้ปัจจัยตลาด
Comments
0 comments