ความกังวลนี้สะสมมาระยะหนึ่งแล้ว ดัชนี STOXX Europe Luxury 10 ซึ่งติดตามหุ้นลักชัวรีรายใหญ่ 10 ตัวของยุโรป เคยทำไตรมาสที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 หลังการฟื้นตัวของจีนสะดุด โดยในช่วงดังกล่าว มูลค่าตลาดของหุ้นทั้ง 10 ตัวหายไปราว 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนับจากสิ้นเดือนมีนาคม
ก่อนหน้านั้น RTE รายงานในปี 2023 ว่ามาตรวัดหุ้นลักชัวรีชั้นนำของยุโรปลดลงมากถึง 20.05% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการฟื้นตัวหลังโควิดของจีนและยอดขายในสหรัฐฯ ที่อ่อนแรง
แรงขายรอบนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องยอดขาย แต่เป็นเรื่องมูลค่าหุ้นด้วย นักวิเคราะห์บางส่วนเคยเตือนว่าหุ้นลักชัวรีดูตึงตัวหลังการปรับขึ้นก่อนหน้า ทำให้กลุ่มนี้เปราะบางหากภาพการฟื้นตัวไม่เป็นไปตามคาด
Futu รายงานว่า Morgan Stanley ปรับลดคำแนะนำ LVMH เป็น Neutral หรือเป็นกลาง โดยชี้ถึงความเสี่ยงจากภาษีศุลกากรและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจกดดันกำไร ขณะที่ Bank of America ระบุว่าตลาดสะท้อนความคาดหวังต่อการฟื้นตัวไปมากแล้ว
พูดง่าย ๆ คือ เมื่อนักลงทุนจ่ายราคาเผื่อการฟื้นตัวไว้ล่วงหน้า ข่าวที่แค่ไม่ดีพอก็อาจทำให้ตลาดเปลี่ยนมุมมองจากหุ้นแกร่งระยะยาว เป็นหุ้นราคาแพงที่มีความเสี่ยงต่อกำไรทันที
ฉากหลังของตลาดโดยรวมยิ่งทำให้แรงขายในหุ้นลักชัวรีลุกลามง่ายขึ้น รายงานของ Investing.com ระบุว่า ในการซื้อขายวันหนึ่ง LVMH, Hermès, Kering, Richemont, Moncler, Burberry, Brunello Cucinelli, Swatch และ Hugo Boss ต่างลดลงระหว่าง 0.04% ถึง 2.6% ขณะหุ้นยุโรปอ่อนตัวจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้นและความกังวลด้านอุปสงค์
ภาษีและความเสี่ยงต่อการเติบโตโลกเป็นอีกชั้นของแรงกดดัน MarketScreener รายงานว่า ความปั่นป่วนจากภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ บั่นทอนความหวังการฟื้นตัวของลักชัวรีและเพิ่มความกลัวเศรษฐกิจถดถอย โดยมีนักวิเคราะห์วอลล์สตรีทคาดการณ์ว่ายอดขายสินค้าแบรนด์หรูทั่วโลกจะลดลง 2% จากเดิมที่เคยคาดว่าจะเติบโต 5%
สำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้ตามตลาดยุโรปทุกวัน ต้องเข้าใจก่อนว่า หุ้นลักชัวรีไม่ได้เป็นแค่ธีมเล็ก ๆ ของสินค้าแฟชั่น แต่เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อดัชนีใหญ่และต่อความเชื่อมั่นโดยรวม
Devdiscourse รายงานว่า ดัชนี STOXX 600 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นยุโรปวงกว้าง ปิดลดลง 0.7% ที่ 608.51 จุด โดยหุ้นลักชัวรีเป็นกลุ่มนำลงและ LVMH ร่วงแรง
อีกรายงานระบุว่า STOXX 600 ลดลง 0.5% หลังหุ้นลักชัวรีอ่อนตัวจากข้อมูลการค้าจีนที่อ่อนแอ ขณะที่ CAC 40 ดัชนีหุ้นหลักของฝรั่งเศสลดลง 1.1%
นั่นทำให้แรงขายหุ้นแบรนด์หรูมีความหมายมากกว่าเรื่องกระเป๋า เสื้อผ้า หรือนาฬิกาแพง ๆ เพราะตลาดมักมองหุ้นเหล่านี้เป็นตัวแทนของกำลังซื้อผู้บริโภคระดับบน การเติบโตโลก อัตราแลกเปลี่ยน นโยบายการค้า และความสามารถในการรักษามาร์จิ้น
สิ่งที่นักลงทุนอยากเห็นมีไม่กี่ข้อ แต่แต่ละข้อยังไม่ง่าย: ดีมานด์จีนที่ชัดขึ้น ผลประกอบการที่สะอาดจากกลุ่มใหญ่ เช่น LVMH, Hermès และ Kering ความไม่แน่นอนด้านภาษีที่ลดลง และฉากหลังภูมิรัฐศาสตร์ที่สงบกว่าเดิม
รายงานล่าสุดยังสะท้อนว่าประเด็นเหล่านี้ยังไม่คลี่คลาย ตั้งแต่ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ไปจนถึงความระมัดระวังต่อทิศทางธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางยุโรป รวมถึงความเสี่ยงด้านการค้าและภาษี
สรุปคือ หุ้นลักชัวรียุโรปร่วงเพราะนักลงทุนไม่พร้อมเชื่ออีกต่อไปว่าแบรนด์พรีเมียมจะวิ่งหนีดีมานด์อ่อน จีนที่ฟื้นไม่เต็มที่ และความเครียดมหภาคได้ง่าย ๆ จนกว่ายอดขายและกำไรจะกลับมาแข็งแรง หรือความเสี่ยงโลกจะเบาลง กลุ่มนี้อาจถูกมองน้อยลงในฐานะหลุมหลบภัย และมากขึ้นในฐานะหุ้นวัฏจักรมูลค่าสูงที่อ่อนไหวต่อข่าวร้าย
Comments
0 comments