กำลังการผลิตชิป Mature‑Node เริ่มตึงตัว เพราะผู้ผลิตชิประดับโลกหันไปโฟกัสชิป AI และหน่วยความจำ HBM ที่ทำกำไรสูงกว่า ทำให้คำสั่งผลิตชิปประเภทเดิมจำนวนมากไหลไปยังโรงงานจีน ดีมานด์จากอุตสาหกรรมผู้ใช้ชิปแบบเดิม เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ไฟฟ้า IoT และหุ่นยนต์ ฟื้นตัวพร้อมกัน จึงเพิ่มแรงกดดันต่อกำลังการผลิตในโหนดเก...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is driving the recent capacity crunch in mature-node semiconductors, and how has the global AI boom shifted orders to Chinese foundries. Article summary: Recent mature-node tightness is being driven by a mix of AI-driven capacity reallocation, recovering end-market demand, and supply-chain localisation. As overseas foundries prioritise high-margin AI chips and HBM, more m. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Capacity Cuts and Surging Demand for AI Power ICs Set Stage for Mature-Node Foundry Price Increases, Says TrendForce. (Photo credit: SMIC)." source context "[News] SMIC Founder Says China May Gain Edge in Niche Chips as 80% of Demand Lies Outside Advanced Nodes" Reference image 2: visual subject "Capacity Cuts an
อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังเผชิญคอขวดระลอกใหม่ แต่ครั้งนี้ไม่ได้เกิดกับชิประดับล้ำที่สุดอย่าง 3 nm หรือ 5 nm กลับเป็น ชิปกระบวนการผลิตรุ่นเก่า (Mature‑Node) เช่น 28 nm หรือ 40 nm ที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาลในชีวิตประจำวัน
แรงผลักดันสำคัญมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI infrastructure การฟื้นตัวของความต้องการชิปแบบดั้งเดิม และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนระดับโลก ส่งผลให้กำลังการผลิตของโหนดเก่าเริ่มตึงตัวมากขึ้น
ขณะเดียวกัน เมื่อโรงงานผลิตชิปชั้นนำของโลกหันไปโฟกัสชิป AI และหน่วยความจำความเร็วสูงอย่าง HBM (High‑Bandwidth Memory) ที่มีมาร์จินสูงกว่า คำสั่งผลิตจำนวนหนึ่งจึงถูกเบนไปยังโรงงานในจีน เช่น Semiconductor Manufacturing International Corp. (SMIC) ซึ่งมีฐานการผลิต mature‑node ขนาดใหญ่
ความตึงตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการขาดกำลังการผลิตทั่วโลก แต่เกิดจาก การจัดสรรกำลังการผลิตใหม่ ในอุตสาหกรรม
อย่างแรก กระแส AI ทำให้ชิประดับสูงและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น GPU สำหรับ AI accelerator และ advanced packaging กลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรสูง ผู้ผลิตชิปจึงให้ความสำคัญกับสายการผลิตเหล่านี้มากขึ้น ส่งผลให้พื้นที่ผลิตสำหรับชิป mature‑node ลดลง
อย่างที่สอง ความต้องการชิปแบบดั้งเดิมกำลังฟื้นตัวพร้อมกันหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะชิปประเภท power‑management ICs และส่วนประกอบพื้นฐานอื่น ๆ ที่ใช้ใน
เมื่อดีมานด์จากหลายภาคส่วนกลับมาในเวลาใกล้เคียงกัน จึงสร้างแรงกดดันต่อกำลังการผลิตโหนดเก่าอย่างมาก
บริษัทวิจัยตลาด TrendForce คาดว่า อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานเวเฟอร์ขนาด 8 นิ้วในกลุ่มผู้ผลิตชั้นนำของโลกอาจแตะประมาณ 90% ในปี 2026 และยังอยู่เหนือ 80% ไปจนถึงปี 2027 ซึ่งสะท้อนถึงภาวะตึงตัวต่อเนื่องของชิป mature‑node
เมื่อผู้ผลิตชิปรายใหญ่ในสหรัฐ ไต้หวัน หรือเกาหลีใต้ทุ่มกำลังไปที่ชิป AI ลูกค้าหลายรายจึงต้องหาผู้ผลิตรายอื่นสำหรับชิปโหนดเก่า
โรงงานในจีนจึงกลายเป็นตัวเลือกสำคัญ โดยผู้บริหารของ SMIC ระบุว่า ความต้องการด้าน AI ทำให้กำลังการผลิตของชิปแบบ mature‑process โดยเฉพาะ power‑management IC เกิดภาวะขาดแคลนโดยตรง และทำให้คำสั่งผลิตไหลเข้ามายังโรงงานจีนมากขึ้น
มีหลายปัจจัยที่ทำให้การเปลี่ยนทิศทางนี้เกิดขึ้นได้
เมื่อรวมกันแล้ว จึงเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า order spillover หรือคำสั่งผลิตที่ล้นจากผู้ผลิตระดับโลกไหลไปยังผู้ผลิตรายอื่น
ผลของการย้ายคำสั่งผลิตเริ่มเห็นชัดในตัวเลขอุตสาหกรรม
อัตราการใช้กำลังการผลิตของ SMIC เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยช่วงปลายปี 2025 บริษัทมี utilisation สูงกว่า 93% ซึ่งสะท้อนความต้องการผลิตเวเฟอร์ที่เพิ่มขึ้น
ในภาพรวมของตลาด foundry โลก ผู้เล่นที่เชี่ยวชาญโหนดล้ำหน้ากำลังได้ประโยชน์จากกระแส AI อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น TSMC มีส่วนแบ่งตลาด foundry โลกประมาณ 70% ในไตรมาส 2 ปี 2025 จากความต้องการชิปขั้นสูงและการแพ็กเกจสำหรับระบบ AI
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแบ่งโครงสร้างอุตสาหกรรมที่ชัดขึ้น
โรงงานจีน โดยเฉพาะ SMIC กลายเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์หลักจากแนวโน้มนี้
บริษัทรายงานผลประกอบการที่เติบโตแข็งแกร่ง
การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งมาจาก ปริมาณการส่งมอบเวเฟอร์ที่เพิ่มขึ้นและอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น จากความต้องการชิป mature‑node
ความตึงตัวของชิป mature‑node ในปัจจุบันไม่ได้หมายความว่าโลกกำลังขาดแคลนกำลังการผลิตชิปทั้งหมด แต่เป็นผลจาก การเปลี่ยนทิศทางของความต้องการ
กระแส AI ดึงทรัพยากรการผลิตไปยังเทคโนโลยีขั้นสูงและ HBM ในขณะที่ชิปโหนดเก่ายังคงเป็นหัวใจของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาล
ผลลัพธ์คือห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์กำลังถูกปรับสมดุลใหม่ โดย
แนวโน้มนี้กำลังทำให้ โรงงานผลิตชิปโหนดเก่ากลายเป็นทรัพยากรเชิงกลยุทธ์อีกครั้ง ในยุคที่ AI กำลังเร่งการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก.
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
กำลังการผลิตชิป Mature‑Node เริ่มตึงตัว เพราะผู้ผลิตชิประดับโลกหันไปโฟกัสชิป AI และหน่วยความจำ HBM ที่ทำกำไรสูงกว่า ทำให้คำสั่งผลิตชิปประเภทเดิมจำนวนมากไหลไปยังโรงงานจีน
กำลังการผลิตชิป Mature‑Node เริ่มตึงตัว เพราะผู้ผลิตชิประดับโลกหันไปโฟกัสชิป AI และหน่วยความจำ HBM ที่ทำกำไรสูงกว่า ทำให้คำสั่งผลิตชิปประเภทเดิมจำนวนมากไหลไปยังโรงงานจีน ดีมานด์จากอุตสาหกรรมผู้ใช้ชิปแบบเดิม เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ไฟฟ้า IoT และหุ่นยนต์ ฟื้นตัวพร้อมกัน จึงเพิ่มแรงกดดันต่อกำลังการผลิตในโหนดเก่า
SMIC ได้อานิสงส์จากกระแสนี้ โดยมีรายได้ปี 2025 ประมาณ 9.33 พันล้านดอลลาร์ และอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงกว่า 93%