อีกปัจจัยหนึ่งคือการเปลี่ยนกลยุทธ์ของผู้ผลิตรถยนต์จีนเอง
แม้จีนยังเป็นตลาด EV ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่การเติบโตภายในประเทศเริ่มไม่สม่ำเสมอ ยอดขายรถ EV ในจีนเดือนเมษายน ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือประมาณ 614,000 คัน
สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ผลิตหลายรายหันไปพึ่งตลาดต่างประเทศมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น BYD ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิต EV รายใหญ่ของโลก มียอดขายรถพลังงานใหม่กว่า 320,000 คันในเดือนเมษายน โดยแรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น
ยุโรปจึงกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการส่งออก เพราะเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีกำลังซื้อสูง และกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้า
ผลรวมของความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการส่งออกที่เร่งตัว ทำให้เกิดเหตุการณ์สำคัญในตลาดยุโรป
ปัจจัยสำคัญมีสองประการ
ผลลัพธ์คือ ผู้ผลิตจีนกำลังเปลี่ยนสถานะจากผู้เล่นเฉพาะกลุ่ม มาเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของยุโรป
รถ Plug‑in Hybrid (PHEV) กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในกลยุทธ์ของผู้ผลิตจีน
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่รถไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เป็นหลัก
ดังนั้น ผู้ผลิตจีนจึงปรับกลยุทธ์ ส่งออกรถ PHEV มากขึ้น เพื่อ หลีกเลี่ยงภาษี EV ที่สูงกว่า และยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคา
นอกจากนี้ PHEV ยังตอบโจทย์ผู้ใช้ในยุโรปบางกลุ่ม เพราะสามารถขับด้วยไฟฟ้าในระยะสั้น แต่ยังมีเครื่องยนต์น้ำมันสำหรับการเดินทางไกล
อีกปัจจัยที่ทำให้แบรนด์จีนเติบโตเร็วคือ ความคุ้มค่าของรถ
ผู้ผลิตจีนมักเสนอรถ EV ที่
โมเดลที่ “ใหม่กว่า ถูกกว่า หรือให้ฟีเจอร์มากกว่า” เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ช่วยผลักดันการเติบโตของตลาด EV ในยุโรป
ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศจีน โดยเฉพาะด้านแบตเตอรี่ ทำให้ผู้ผลิตสามารถเสนอรถที่มีระยะวิ่งยาว ซอฟต์แวร์ทันสมัย และระบบช่วยขับขั้นสูง ในราคาที่แข่งขันได้
สำหรับผู้บริโภคยุโรปที่เผชิญราคาน้ำมันสูงและกำลังสนใจรถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ข้อเสนอแบบนี้จึงน่าสนใจอย่างยิ่ง
การเติบโตของแบรนด์จีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาด EV
ปัจจุบันผู้ผลิตจีนกำลังเข้าใกล้ ประมาณ 10% ของตลาดรถยนต์นั่งทั้งหมดในยุโรป ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ส่วนใหญ่ของการเติบโตมาจากรถพลังงานทางเลือก เช่น EV และไฮบริด
ในช่วงปลายปี 2025 แบรนด์จีนครอง ประมาณ 16% ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดรวมกันในยุโรป แสดงให้เห็นว่าพวกเขาแข็งแกร่งเป็นพิเศษในกลุ่มรถพลังงานใหม่
แนวโน้มนี้กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป ซึ่งต้องแข่งขันทั้งด้านราคา เทคโนโลยี และความเร็วในการเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่
การเติบโตของผู้ผลิตจีนในยุโรปเกิดจากการผสมผสานของหลายปัจจัย ได้แก่
การที่ส่วนแบ่งตลาด EV ทะลุ 15% แสดงให้เห็นว่าแบรนด์จีนไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นใหม่อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นกำลังสำคัญในการแข่งขันด้านรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรป
หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป อิทธิพลของผู้ผลิตจีนต่อราคา เทคโนโลยี และการแข่งขันในตลาดรถยนต์ยุโรปอาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า
Comments
0 comments