มูลค่าสินทรัพย์จริงที่ถูกโทเคนไนซ์บนบล็อกเชนเพิ่มขึ้นเป็นราว 27–29 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 จากเพียงไม่กี่พันล้านเมื่อไม่กี่ปีก่อน [18][38][43] สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและสินเชื่อเอกชน กลายเป็นแกนหลักของตลาด โดยพันธบัตรสหรัฐแบบโทเคนไนซ์มีมูลค่ามากกว่า 10 พันล้านดอลลาร์ [17][48] สถาบันการเงินขน...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is driving the rapid growth of the real‑world asset (RWA) tokenization market to $38 billion, how are major institutions like BlackRock. Article summary: The market is growing fast because tokenization is moving from pilots to products: institutions are launching regulated, yield-bearing funds on public blockchains, investors are using tokenized Treasuries and private cre. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Real-world asset ([RWA](https://www.mexc.com/learn/article/what-are-real-world-assets-rwas-/1)) tokenization has passed the point of no return. [MEXC](https://www.mexc.com/) lists" source context "RWA Tokenization in 2026: How to Invest in Real-World Assets on ..." Reference image 2: visual subject "Real-world as
การโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง (Real‑World Asset Tokenization หรือ RWA) หมายถึงการนำสินทรัพย์ทางการเงินแบบดั้งเดิม เช่น พันธบัตร หุ้น หรือสินเชื่อ มาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน แนวคิดนี้เคยถูกมองว่าเป็นเพียงการทดลองในวงการคริปโต แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มันได้กลายเป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วระดับสถาบัน
ภายในต้นปี 2026 มูลค่าสินทรัพย์จริงที่ถูกนำขึ้นบล็อกเชนมีมูลค่ารวมประมาณ 27–29 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นหลายเท่าจากช่วงก่อนหน้า และยังเติบโตต่อเนื่องจากแรงผลักดันของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ทั่วโลก
จุดสำคัญคือ การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากนักลงทุนรายย่อยในคริปโตเป็นหลัก แต่เกิดจาก ผู้จัดการสินทรัพย์ ธนาคาร และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานตลาดการเงิน ที่เริ่มนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินจริงเข้าสู่เครือข่ายบล็อกเชน
หลายแรงผลักดันเกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้การโทเคนไนซ์กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ใหญ่ของการเงินยุคใหม่
1. การเข้าสู่ตลาดของสถาบันการเงิน
ผู้จัดการสินทรัพย์ระดับโลกเริ่มเปลี่ยนจากการทดลองเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์จริง บริษัทอย่าง BlackRock, Franklin Templeton และ JPMorgan ได้เปิดหรือขยายกองทุนและผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ทำงานบนบล็อกเชนแล้ว
2. ความต้องการสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนบนบล็อกเชน
ในโลกคริปโตที่สินทรัพย์ส่วนใหญ่มักมีความผันผวนสูง นักลงทุนจำนวนมากต้องการสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างเสถียร เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
ภายในต้นปี 2026 พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐแบบโทเคนไนซ์มีมูลค่ามากกว่า 10 พันล้านดอลลาร์ ทำให้กลายเป็นหนึ่งในหมวดสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบ RWA
3. การเติบโตของสินเชื่อเอกชน (Private Credit)
อีกหนึ่งกลุ่มที่เติบโตเร็วคือสินเชื่อเอกชน ซึ่งถูกนำมาโทเคนไนซ์บนแพลตฟอร์มบล็อกเชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเปิดโอกาสให้เข้าถึงนักลงทุนมากขึ้น
การวิเคราะห์บางแห่งประเมินว่า สินเชื่อเอกชนคิดเป็นประมาณ 60–65% ของตลาด RWA ที่ถูกโทเคนไนซ์ ซึ่งสะท้อนความต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาล
4. ข้อได้เปรียบด้านโครงสร้างของบล็อกเชน
การใช้บล็อกเชนช่วยให้สินทรัพย์สามารถออก จำหน่าย โอน และชำระบัญชีได้อย่างรวดเร็วขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้ซื้อขายได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังลดความซับซ้อนในกระบวนการ เช่น การบริหารหลักประกันและการรายงานข้อมูล
ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ระดับโลกเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของกระแสนี้
BlackRock ซึ่งเป็นผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เปิดตัวกองทุน BlackRock USD Institutional Digital Liquidity Fund (BUIDL)
กองทุนนี้มีสินทรัพย์หลักเป็น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เงินสด และธุรกรรมรีโป โดยโทเคนบนบล็อกเชนจะเป็นตัวแทนของหน่วยลงทุนในกองทุน และผู้ถือโทเคนจะได้รับผลตอบแทนจากพันธบัตรโดยตรง
การเปิดตัวในปี 2024 ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่า กองทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลสามารถทำงานบนโครงสร้างบล็อกเชนได้จริง
Franklin Templeton เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกด้านนี้ โดยเปิดตัว Franklin OnChain U.S. Government Money Fund ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนที่ใช้บล็อกเชนสาธารณะเป็นระบบบันทึกธุรกรรมและความเป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการ
บริษัทมองว่าในอนาคต สินทรัพย์จำนวนมากสามารถถูกโทเคนไนซ์ได้ เช่น
แนวคิดนี้สะท้อนมุมมองของหลายสถาบันที่เชื่อว่า แทบทุกสินทรัพย์ทางการเงินสามารถถูกแปลงเป็นโทเคนได้ในระยะยาว
นอกจากผู้จัดการสินทรัพย์แล้ว ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานตลาดการเงินก็เริ่มเข้ามามีบทบาทเช่นกัน
ตัวอย่างสำคัญคือ Depository Trust & Clearing Corporation (DTCC) ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลกระบวนการเคลียร์และชำระธุรกรรมหลักทรัพย์จำนวนมหาศาลทั่วโลก
DTCC ได้เริ่มสำรวจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการโทเคนไนซ์ รวมถึงแนวทางในการนำสินทรัพย์อย่างพันธบัตรรัฐบาลเข้าสู่ระบบดิจิทัล
การมีส่วนร่วมขององค์กรลักษณะนี้บ่งชี้ว่า การโทเคนไนซ์อาจไม่ได้มาแทนระบบการเงินเดิม แต่จะ เชื่อมต่อเข้ากับโครงสร้างตลาดที่มีอยู่แล้ว
คำว่า Real‑World Assets ครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายประเภท แต่ปัจจุบันมีหมวดหลัก ๆ ดังนี้
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและเครื่องมือการเงินระยะสั้น
สินทรัพย์กลุ่มนี้เติบโตเร็ว เพราะให้ผลตอบแทนค่อนข้างมั่นคงและมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำ กองทุนจำนวนมากจึงโทเคนไนซ์หน่วยลงทุนที่ถือพันธบัตรรัฐบาล
สินเชื่อเอกชน (Private Credit)
แพลตฟอร์มสินเชื่อบนบล็อกเชนและกองทุนสถาบันกำลังนำเงินกู้และโครงสร้างสินเชื่อมาโทเคนไนซ์ ซึ่งมักให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล
กองทุนและพอร์ตการลงทุนของสถาบัน
โทเคนถูกใช้แทนหน่วยลงทุนในกองทุนต่าง ๆ เช่น กองทุนตลาดเงินหรือกองทุนสินทรัพย์ทางเลือก
สินทรัพย์อื่น ๆ
งานวิจัยในอุตสาหกรรมระบุว่าในอนาคตอาจรวมถึง หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ และ ETF
Michael Saylor ประธานบริหารของบริษัท Strategy เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนแนวคิดว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนอาจเปลี่ยนโครงสร้างตลาดเครดิตโลก
เขาเคยกล่าวว่า ตลาดเครดิตแบบดั้งเดิมซึ่งมีมูลค่าประมาณ 300 ล้านล้านดอลลาร์ อาจถูกท้าทายโดยระบบเครดิตดิจิทัลบนบล็อกเชน
ในมุมมองของเขา ตลาดเครดิตที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักประกัน เช่น Bitcoin อาจแข่งขันกับระบบธนาคาร เงินฝาก และตลาดตราสารหนี้แบบเดิมได้ในอนาคต
แม้แนวคิดนี้ยังเป็นที่ถกเถียง แต่ก็สะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมว่า โทเคนไนซ์อาจเปลี่ยนวิธีการออกและซื้อขายเครดิตในระดับโลก
ทิศทางในระยะต่อไปของตลาดนี้อาจขึ้นอยู่กับสองปัจจัยหลัก คือ กฎระเบียบและการยอมรับของสถาบัน
ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดขนาดของตลาด ได้แก่
แม้ตลาดจะเติบโตจนมีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์แล้ว แต่ก็ยังเป็นเพียง สัดส่วนเล็กมากของสินทรัพย์การเงินทั่วโลก
หากโครงสร้างกฎระเบียบชัดเจนขึ้นและสถาบันยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ หลายฝ่ายเชื่อว่า RWA tokenization อาจขยายตัวไปได้อีกมาก และอาจเปลี่ยนวิธีที่สินทรัพย์ถูกออก ซื้อขาย และชำระบัญชีในตลาดทุนโลก
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
มูลค่าสินทรัพย์จริงที่ถูกโทเคนไนซ์บนบล็อกเชนเพิ่มขึ้นเป็นราว 27–29 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 จากเพียงไม่กี่พันล้านเมื่อไม่กี่ปีก่อน [18][38][43]
มูลค่าสินทรัพย์จริงที่ถูกโทเคนไนซ์บนบล็อกเชนเพิ่มขึ้นเป็นราว 27–29 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 จากเพียงไม่กี่พันล้านเมื่อไม่กี่ปีก่อน [18][38][43] สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและสินเชื่อเอกชน กลายเป็นแกนหลักของตลาด โดยพันธบัตรสหรัฐแบบโทเคนไนซ์มีมูลค่ามากกว่า 10 พันล้านดอลลาร์ [17][48]
สถาบันการเงินขนาดใหญ่ เช่น BlackRock และ Franklin Templeton รวมถึงผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานตลาดกำลังผลักดันให้บล็อกเชนกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินหลัก