ราคาหุ่นยนต์เฉลี่ยของ Unitree ดิ่งลง 72% จาก 85,000 ดอลลาร์ในปี 2023 เหลือเพียง 25,000 ดอลลาร์ในปี 2025 ขณะที่ยอดขายทั่วโลกยังไม่ถึง 20,000 ตัว สะท้อนภาวะซัพพลายล้นที่ชวนให้นึกถึงสงครามราคาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) [12][15] GigaAI สตาร์ทอัพจากอู่ฮั่น เพิ่งส่งหุ่นยนต์ SeeLight S1 จำนวน 100 ตัว เข้าไปทดลองใช้ฟรีในครัวเรื...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is driving the price war fears in China's humanoid robot industry, how does it compare to the earlier EV sector collapse, and what spec. Article summary: China's humanoid robot industry is experiencing severe price war fears driven by a flood of new entrants, a state mandate for rapid deployment, and a dramatic gap between surging manufacturing capacity and unproven comme. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Hardware, data, and foundation models — how China's supply chain density, state-backed industrial policy, and EV-adjacent manufacturing base have made it the world's humanoid produ" source context "China Robotics Market 2026: Humanoids, Manufacturing & Global Leadership | SVRC" Reference image 2: visual sub
อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนกำลังเคลื่อนที่เร็วกว่าที่ใครหลายคนคาดการณ์ไว้ แต่ทิศทางที่ไปอาจไม่ใช่สัญญาณที่ดีนัก ในปี 2025 บริษัทจีนส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์คิดเป็นประมาณ 80% ถึง 90% ของยอดทั่วโลก ความเป็นผู้นำนี้สร้างขึ้นจากเป้าหมายของภาครัฐที่ก้าวร้าว เงินลงทุนจำนวนมหาศาล และระบบนิเวศการผลิตที่สามารถลดต้นทุนได้เร็วกว่าประเทศใดในโลก ทว่า แม้ราคาจะดิ่งลงอย่างน่าใจหาย—ราคาหุ่นยนต์เฉลี่ยของ Unitree ลดลงถึง 72% ในสองปี จากราว 85,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2023 เหลือเพียง 25,000 ดอลลาร์ในปี 2025—อุตสาหกรรมนี้กำลังเผชิญกับคำถามที่ตอบยากยิ่งกว่า: ใครกันแน่ที่อยากจะซื้อ?
คำถามนี้เห็นได้ชัดเจนจากการทดลองที่ไม่ธรรมดาที่กำลังเกิดขึ้นในอู่ฮั่น สตาร์ทอัพ GigaAI เพิ่งส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ SeeLight S1 ล็อตแรกจำนวน 100 ตัว เข้าสู่ครัวเรือนจริงเพื่อให้ทดลองใช้ฟรี เป็นความพยายามที่จะค้นหาว่าครอบครัวทั่วไปจะยอมรับเครื่องจักรที่ทำอาหาร ซักผ้า และพับผ้าได้หรือไม่ การทดลองนี้ซึ่งจะขยายผลไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2027 นับเป็นการทดสอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับใช้ในบ้านในโลกแห่งความเป็นจริงขนาดใหญ่ครั้งแรกของจีน และมันเผยให้เห็นถึงความตึงเครียดหลักของทั้งอุตสาหกรรม โรงงานต่าง ๆ พร้อมแล้วที่จะผลิตหลายแสนตัว แต่หลักฐานที่บ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่แท้จริงจากผู้บริโภคยังคงขาดหายไปเป็นส่วนใหญ่
ปัจจุบันจีนเป็นที่ตั้งของบริษัทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ประมาณครึ่งหนึ่งของโลก หรือราว 200 บริษัท การเพิ่มจำนวนนั้นรุนแรงเสียจนคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) หน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจระดับสูงของจีน ได้ออกมาเตือนอย่างเป็นทางการซึ่งเกิดขึ้นได้ยากในช่วงปลายปี 2025 เกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดฟองสบู่ในภาคส่วนนี้ โดยชี้ว่ามีบริษัทมากกว่า 150 แห่งที่ผลิตหุ่นยนต์ที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่ง
ผู้ก่อตั้งและนักลงทุนต่างใช้คำเดียวกันที่เคยนิยามตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีนอย่างเปิดเผย นั่นคือ อวี้เจวี่ยน (Involution) หรือการแข่งขันแบบห้ำหั่นทำลายล้างตัวเอง
การเปรียบเทียบนั้นไม่ใช่เรื่องผิวเผิน ภาคส่วนรถยนต์ไฟฟ้าเคยเห็นสตาร์ทอัพหลายร้อยรายถือกำเนิดขึ้น ราคาตกต่ำ และบริษัทหลายสิบแห่งต้องปิดตัวลงเมื่อการผลิตแซงหน้าอุปสงค์ของผู้บริโภคอย่างมาก ภาคส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งมียอดขายต่อปีในจีนยังไม่ถึง 20,000 ตัว กลับตั้งราคาเหมือนเป็นตลาดมวลชนแล้ว นั่นเป็นสัญญาณว่าสงครามราคาอาจกำลังมาถึงเร็วเกินไปในวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ นักวิเคราะห์จาก Caixin, Reuters และบริษัทวิจัยหลายแห่งได้ทำการเปรียบเทียบนี้อย่างชัดเจน โดยเตือนถึงกำลังการผลิตส่วนเกินและการทำลายกำไรที่จะตามมา
คำสั่งของรัฐบาลที่จะให้นำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 10,000 ตัวไปใช้งานจริงภายในปี 2026 ได้เร่งแผนการผลิตโดยไม่คำนึงถึงอุปสงค์เชิงพาณิชย์ที่แท้จริง ในขณะเดียวกัน ภาคส่วนนี้ดูดซับเงินทุนไปประมาณ 8.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 เพิ่มขึ้นมากกว่า 170% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยบริษัทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนระดมทุนได้เกือบ 17,000 ล้านหยวน (2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในช่วงเก้าเดือนแรกเพียงลำพัง
ดัชนี Solactive China Humanoid Robotics พุ่งขึ้นเกือบ 60% จนถึงเดือนตุลาคม 2025 ก่อนที่ความรู้สึกไม่สบายใจของนักลงทุนจะเริ่มก่อตัว
ภายในกลางปี 2026 ข้อจำกัดไม่ใช่การสร้างหุ่นยนต์อีกต่อไป แต่เป็นการหาคนมาจ่ายเงินซื้อ ฟิลิป หยาง รองประธานของ Lingyi iTech บอกกับ CNBC ว่าบริษัทตั้งเป้าผลิตหุ่นยนต์ให้ได้ 500,000 ตัวต่อปีภายในปี 2030 และการผลิตในระดับนั้นอาจลดราคาปัจจุบันที่ประมาณ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ลงได้ครึ่งหนึ่ง เซิง จง นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ให้ข้อคิดที่ทำให้ต้องกลับมาคิดว่า: ปัญหาคอขวดในตอนนี้ "ไม่ใช่กำลังการผลิตอีกต่อไป—แต่เป็นรายชื่อลูกค้าที่ยินดีจ่าย"
ยอดส่งมอบและส่วนแบ่งการตลาด (2025)
การพังทลายของราคา
การทดลอง SeeLight S1 ของ GigaAI ที่อู่ฮั่น เป็นภาพประกอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับช่องว่างทางอุปสงค์ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่มีล้อนี้ถูกออกแบบมาสำหรับงานบ้าน มันสามารถทำอาหาร ซักผ้า ทำความสะอาด และพับผ้าได้ แม้ว่างานบางอย่าง—เช่น การพับผ้า—จะยังคงใช้เวลานานกว่า 10 นาที หุ่นยนต์ 100 ตัวแรกถูกนำไปใช้ในที่พักของพนักงานในเขตออพติกส์ วัลเลย์ เมืองอู่ฮั่น ในไตรมาสที่สามของปี 2026 โดยการทดลองใช้ในบ้านฟรีสำหรับสาธารณะ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ เด็ก หรือสัตว์เลี้ยง จะเริ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2027
GigaAI คาดว่าจะตั้งราคาขายปลีกที่ประมาณ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในกลางปี 2027 และบัญชี WeChat ของบริษัทได้รับข้อความมากกว่า 2,000 ข้อความจากผู้คนที่กระตือรือร้นที่จะลงทะเบียน
การทดลองนี้เป็นก้าวสำคัญอย่างแท้จริง แต่ก็เผยให้เห็นปัญหาพื้นฐานอย่างชัดเจนเช่นกัน เหล่าบริษัทใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างหุ่นยนต์ให้ราคาถูกพอที่จะวางไว้ในบ้าน—แล้วก็แจกฟรี เพียงเพื่อทดสอบว่ามีตลาดผู้บริโภคที่เหมาะสมอยู่จริงหรือไม่ ดังที่ CNBC ได้กล่าวไว้ คำถามไม่ใช่ "เราสร้างมันได้ไหม" อีกต่อไป แต่เป็น "ใครจะซื้อมัน" นักวิเคราะห์บางคนแย้งว่าภาคหุ่นยนต์อาจต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยห้าปีเพื่อไปสู่ "ช่วงเวลาอีวี" ของการยอมรับในวงกว้าง หากถูกต้อง สงครามราคาในปัจจุบันก็กำลังมาถึงเร็วเกินไปอย่างอันตราย
ในตอนนี้ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนเป็นทั้งเรื่องราวความสำเร็จทางการผลิตที่น่าทึ่ง และเป็นคำถามปลายเปิดเกี่ยวกับศักยภาพเชิงพาณิชย์ หุ่นยนต์มีอยู่จริง ราคากำลังถูกลง และโรงงานกำลังขยายกำลังการผลิต—แต่การค้นหาลูกค้าที่ยินดีจ่ายเงินเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ราคาหุ่นยนต์เฉลี่ยของ Unitree ดิ่งลง 72% จาก 85,000 ดอลลาร์ในปี 2023 เหลือเพียง 25,000 ดอลลาร์ในปี 2025 ขณะที่ยอดขายทั่วโลกยังไม่ถึง 20,000 ตัว สะท้อนภาวะซัพพลายล้นที่ชวนให้นึกถึงสงครามราคาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) [12][15]
ราคาหุ่นยนต์เฉลี่ยของ Unitree ดิ่งลง 72% จาก 85,000 ดอลลาร์ในปี 2023 เหลือเพียง 25,000 ดอลลาร์ในปี 2025 ขณะที่ยอดขายทั่วโลกยังไม่ถึง 20,000 ตัว สะท้อนภาวะซัพพลายล้นที่ชวนให้นึกถึงสงครามราคาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) [12][15] GigaAI สตาร์ทอัพจากอู่ฮั่น เพิ่งส่งหุ่นยนต์ SeeLight S1 จำนวน 100 ตัว เข้าไปทดลองใช้ฟรีในครัวเรือนจริงช่วง Q3 2026 ตอกย้ำปัญหาหลักของอุตสาหกรรม: ผลิตหุ่นราคาถูกได้แล้ว แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าผู้คนจะยอมจ่ายเงินซื้อหรือไม่...
บริษัทจีนส่งออกหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์คิดเป็น 80–90% ของยอดทั่วโลก 13,000–18,000 ตัวในปี 2025 นำโดย AgiBot (5,168 ตัว) และ Unitree (4,200–5,500 ตัว) ในขณะที่คู่แข่งสหรัฐฯ อย่าง Tesla และ Figure AI ส่งมอบได้เพียงราว 150 ตั...
Loading comments...
Comments
0 comments