ความตึงเครียดเกี่ยวกับอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์สูงขึ้น กระตุ้นความกลัวเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูง ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวแตกต่างกัน [2][5] ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ถูกกดดันจากแรงขายทำกำไรในหุ้นชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix หลังการพุ่งขึ้นจากกระแส AI [4][20] ญี่ปุ่นเผชิญแรงกดดันเพิ่ม...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is driving the mixed performance in Asian stock markets amid the Iran conflict, including why South Korea’s Kospi and Japan’s Nikkei ar. Article summary: Asian markets are mixed because the Iran conflict is creating a classic risk-off shock through oil and bond yields, but local factors are splitting performance: Korea and Japan are under pressure from tech selling and ra. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# U.S.-Iran Extreme Tug-of-War; Asia-Pacific Stocks Mixed; Japan, South Korea Stocks Hit New Highs Again. US stock index futures rose following President Trump's extension of a cea" source context "U.S.-Iran Extreme Tug-of-War; Asia-Pacific Stocks Mixed; Japan, South Korea Stocks Hit New Highs Again" Reference im
ตลาดหุ้นเอเชียช่วงนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน บางประเทศปรับตัวลงแรง ขณะที่บางตลาดยังทรงตัวได้ เหตุผลสำคัญมาจากแรงกระแทกหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น และความกังวลเรื่องดอกเบี้ยทั่วโลก
สถานการณ์เกี่ยวกับอิหร่านทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่โหมดระมัดระวัง (risk‑off) นักลงทุนลดการถือสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้หุ้นบางประเทศปรับตัวลงแรง โดยเฉพาะตลาดที่มีน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสูง
หนึ่งในปัจจัยมหภาคที่สำคัญที่สุดคือราคาน้ำมัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้นักลงทุนกังวลว่าการขนส่งพลังงานโลกอาจถูกรบกวน โดยเฉพาะเส้นทางสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับประเทศในเอเชียซึ่งต้องนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจกระทบเศรษฐกิจโดยตรง ทั้งเพิ่มต้นทุนธุรกิจและลดกำลังซื้อของผู้บริโภค
นอกจากนี้ ราคาพลังงานที่สูงยังเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ทำให้ธนาคารกลางอาจจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
อีกแรงกดดันคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (bond yields) ที่ปรับตัวขึ้น เมื่อยีลด์สูงขึ้น นักลงทุนมักย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากกว่า เช่น พันธบัตร
หุ้นเติบโตสูง โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี มักได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะมูลค่าของบริษัทเหล่านี้ขึ้นอยู่กับกำไรในอนาคต ซึ่งจะถูกลดค่าลงเมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในตลาดที่ปรับตัวลงแรงที่สุดในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเพราะโครงสร้างตลาดพึ่งพาหุ้นเซมิคอนดักเตอร์อย่างมาก
บริษัทอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก และมีน้ำหนักสูงในดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้
ก่อนหน้านี้ หุ้นกลุ่มนี้ปรับขึ้นแรงจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มความต้องการชิปขั้นสูง แต่เมื่อบรรยากาศตลาดเปลี่ยนเป็นระมัดระวัง นักลงทุนจึงเริ่มขายทำกำไร ส่งผลให้ดัชนีทั้งตลาดถูกลากลง โดย Kospi เคยปรับลดราว 3% ในบางช่วงของการซื้อขาย
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นก็เผชิญแรงกดดัน แม้จะปรับลงไม่แรงเท่าเกาหลีใต้ หนึ่งในเหตุผลคือดัชนีเพิ่งทำระดับสูงใกล้สถิติ ทำให้มีแรงขายทำกำไรเมื่อความเสี่ยงโลกเพิ่มขึ้น
อีกปัจจัยสำคัญคือข้อมูลเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งเกินคาด GDP ไตรมาสแรกปี 2026 ขยายตัว 2.1% ต่อปี สูงกว่าคาดการณ์ประมาณ 1.7% โดยได้แรงหนุนจากการบริโภคและการส่งออก
แม้เศรษฐกิจที่แข็งแรงจะเป็นข่าวดีในระยะยาว แต่ก็เพิ่มความเป็นไปได้ที่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan) อาจขึ้นดอกเบี้ยต่อ ซึ่งมักกดดันตลาดหุ้นผ่านต้นทุนเงินที่สูงขึ้นและค่าเงินเยนที่มีแนวโน้มแข็งค่า
หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่กำลังขยายความผันผวนของตลาดเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศที่บริษัทไม่กี่แห่งมีมูลค่าตลาดสูงมาก
ตัวอย่างเช่น Samsung Electronics และ SK Hynix ไม่เพียงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมชิป แต่ยังมีน้ำหนักต่อดัชนีสูงมาก เมื่อหุ้นเหล่านี้ขึ้นหรือปรับฐาน ก็สามารถดึงทั้งตลาดขึ้นหรือลงได้อย่างชัดเจน
แม้หลายตลาดจะปรับลง แต่บางแห่งยังแสดงความยืดหยุ่นมากกว่า เช่น ออสเตรเลีย (S&P/ASX 200) และ ฮ่องกง (Hang Seng) ในบางช่วงการซื้อขาย
สาเหตุหลักมีหลายประการ
ภาพรวมของตลาดหุ้นเอเชียตอนนี้เหมือนแรงดึงสองด้านพร้อมกัน
ด้านหนึ่ง ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันที่สูง และบอนด์ยีลด์ที่เพิ่มขึ้น กำลังกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกและเพิ่มความกลัวเงินเฟ้อ
อีกด้านหนึ่ง ปัจจัยเฉพาะประเทศ เช่น โครงสร้างอุตสาหกรรม หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ นโยบายการเงิน และข้อมูลเศรษฐกิจในประเทศ กำลังทำให้แต่ละตลาดตอบสนองต่างกัน
ตราบใดที่ราคาพลังงานและความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยยังผันผวน ตลาดหุ้นเอเชียก็มีแนวโน้มจะยังเคลื่อนไหวแบบ “ไม่พร้อมกัน” ต่อไป แทนที่จะปรับขึ้นหรือลงทั้งภูมิภาคเหมือนกันทั้งหมด.
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ความตึงเครียดเกี่ยวกับอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์สูงขึ้น กระตุ้นความกลัวเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูง ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวแตกต่างกัน [2][5]
ความตึงเครียดเกี่ยวกับอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์สูงขึ้น กระตุ้นความกลัวเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูง ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวแตกต่างกัน [2][5] ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ถูกกดดันจากแรงขายทำกำไรในหุ้นชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix หลังการพุ่งขึ้นจากกระแส AI [4][20]
ญี่ปุ่นเผชิญแรงกดดันเพิ่ม เมื่อ GDP โตดีกว่าคาด ทำให้ตลาดคาดว่า Bank of Japan อาจขึ้นดอกเบี้ยต่อ ซึ่งไม่เอื้อต่อหุ้น [19]