จุดเชื่อมสำคัญคือราคาน้ำมัน Texas Precious Metals ระบุว่า กิจกรรมทางการทูตที่เข้มข้นขึ้นรอบความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านทำให้น้ำมันดิบร่วงมากกว่า 7% ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลง ซึ่งเป็นชุดเงื่อนไขที่โดยรวมหนุนกลุ่มโลหะมีค่า
GoldSilver.com อธิบายกรอบคิดนี้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดผ่านสำคัญของน้ำมันโลก: หากความเสี่ยงการปิดกั้นหรือการหยุดชะงักบริเวณฮอร์มุซทำให้น้ำมันและเงินเฟ้อ PCE อยู่สูง เฟดก็มีพื้นที่ลดดอกเบี้ยน้อยลง แต่ถ้ามีทางออกทางการทูต ห่วงโซ่นี้อาจเดินกลับด้าน คือแรงกดดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อลดลง
ดังนั้น การพุ่งขึ้นของทองคำและโลหะเงินจึงไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกับข่าวสันติภาพ หากน้ำมันลดลงจนตลาดเชื่อว่าแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง และยีลด์ลดลงตาม ภาพมหภาคก็อาจเป็นมิตรกับโลหะมีค่ามากขึ้น แม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จะผ่อนคลาย Money Mansion ก็อธิบายคล้ายกันว่า ความเสี่ยงเงินเฟ้อที่โยงกับน้ำมันลดลงทำให้ฉากหลังของโลหะมีค่าเอนเอียงไปทางบวกในระดับหนึ่ง แต่ตลาดยังต้องจับตาข้อมูลจ้างงานและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดเพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยต่อไป
ทองคำและโลหะเงินไม่จ่ายดอกเบี้ย ดังนั้นเมื่อผลตอบแทนพันธบัตรลดลง ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือโลหะมีค่าก็ลดลงเมื่อเทียบกับการถือพันธบัตร รายงานที่อ้างถึงต่างระบุว่า ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ลดลงเป็นหนึ่งในแรงหนุนสำคัญของรอบนี้ GoldSilver.com ยังชี้ว่า ผลตอบแทนที่แท้จริง หรือ real yields เป็นกลไกหลักที่อยู่เบื้องหลังแรงซื้อทองคำในเหตุการณ์นี้
อีกช่องทางคือค่าเงินดอลลาร์ เพราะทองคำและโลหะเงินมักอ้างอิงราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ เมื่อดอลลาร์อ่อนลง ราคาสำหรับผู้ซื้อที่ใช้สกุลเงินอื่นจะดูเข้าถึงง่ายขึ้น รายงานล่าสุดจึงย้ำว่าดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง เมื่อประกอบกับยีลด์ที่ลดลง เป็นแรงหนุนสำคัญต่อทั้งทองคำและโลหะเงิน
ถ้าเป็นการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม ข่าวที่อธิบายแรงซื้อได้ง่ายกว่ามักเป็นข่าวความขัดแย้งยกระดับ ไม่ใช่ข่าวคลี่คลาย GoldSilver.com ระบุชัดว่า การเคลื่อนไหววันที่ 6 พฤษภาคมไม่ได้เป็นแรงซื้อ safe haven เป็นหลัก แต่เป็นการปรับราคาตามเส้นทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ยของเฟดที่ผูกกับฮอร์มุซและน้ำมัน
พูดให้สั้นคือ พาดหัวข่าวเป็นเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ แต่กลไกการซื้อขายเป็นเรื่องมหภาค: น้ำมัน ยีลด์ ดอลลาร์ และความคาดหวังต่อเฟด
โลหะเงินมักเคลื่อนไหวแรงกว่า เพราะมีสองบทบาทพร้อมกัน คือเป็นโลหะมีค่าที่ถูกมองในมุมการเงิน และเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรม GoldSilver.com รายงานว่า โลหะเงินขึ้นเกือบสองเท่าของทองคำ เพราะความหวังข้อตกลงหนุนทั้งเรื่องสินทรัพย์การเงินและเรื่องอุปสงค์อุตสาหกรรม
InvestorsHub ระบุแยกต่างหากว่า ในสัปดาห์ดังกล่าวโลหะเงินและแพลทินัมทำผลงานดีกว่าทองคำ โดยได้แรงหนุนจากลักษณะอุปสงค์อุตสาหกรรมและความคาดหวังว่าอุปทานอาจขาดแคลน ส่วน Tradingpedia รายงานก่อนหน้านั้นว่า ราคาโลหะเงินสปอตทรงตัวใกล้จุดสูงสุดในรอบหนึ่งเดือนในเดือนเมษายน จากความหวังดีลสันติภาพสหรัฐฯ–อิหร่าน ดอลลาร์ที่อ่อนลง และยีลด์พันธบัตรที่ลดลง
ห่วงโซ่เดียวกันนี้สามารถย้อนกลับได้ หากการเจรจาสันติภาพสูญเสียความน่าเชื่อถือและน้ำมันดีดกลับ แรงกดดันเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นอีก ยีลด์อาจปรับสูงขึ้น และเรื่องเล่าที่ว่าเฟดมีพื้นที่ลดดอกเบี้ยมากขึ้นก็อาจอ่อนแรงลง ซึ่งทั้งหมดคือแรงหนุนที่รายงานตลาดระบุไว้เบื้องหลังการขึ้นของโลหะมีค่า
ดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าก็เป็นอีกปัจจัยลบ เพราะดอลลาร์อ่อนเป็นหนึ่งในแรงหนุนที่ถูกพูดถึงซ้ำในรายงานเกี่ยวกับรอบนี้ แม้บรรยากาศการทูตจะดีขึ้น ตลาดยังต้องการข้อมูลมหภาคมายืนยัน โดยรายงานวันที่ 7 พฤษภาคมชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากน้ำมันที่ลดลงทำให้ภาพโลหะมีค่าค่อนข้างเป็นบวก แต่ข้อมูลจ้างงานและคำกล่าวของเจ้าหน้าที่เฟดยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อมุมมองดอกเบี้ย
ทองคำและโลหะเงินขึ้นจากความหวังสหรัฐฯ–อิหร่าน เพราะนักลงทุนตีความการผ่อนคลายความตึงเครียดว่าเป็นข่าวลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ไม่ใช่แค่ข่าวลดความเสี่ยงสงคราม น้ำมันที่อ่อนลง ยีลด์พันธบัตรที่ลดลง และดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ทำให้สภาพแวดล้อมเอื้อต่อโลหะมีค่า โดยเฉพาะถ้าตลาดเชื่อว่าเฟดจะมีพื้นที่ผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น ส่วนโลหะเงินขึ้นแรงกว่า เพราะแรงหนุนจากดอกเบี้ยและดอลลาร์มาบวกกับเรื่องอุปสงค์อุตสาหกรรม
Comments
0 comments