ดังนั้น ดีลนี้จึงไม่ใช่การมองเอเชียเป็นตะกร้าเดียว แต่เป็นการเลือกพื้นที่ที่มีความเชื่อมโยงกับ AI ชัดที่สุด โดยเฉพาะเกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น
เกาหลีใต้กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกตรงที่สุดสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเกาะวัฏจักรเมมโมรีชิปของ AI Reuters รายงานตั้งแต่ปี 2567 ว่าเฮดจ์ฟันด์เริ่มหันไปหาผู้ผลิตชิปเกาหลีใต้อย่าง SK Hynix และ Samsung Electronics เพื่อมองหาโอกาสลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยอิงกับความต้องการชิปหน่วยความจำระดับสูง
มุมมองนี้ขยับจากธีมเฉพาะกลุ่มมาเป็นกระแสหลักของวอลล์สตรีทมากขึ้น Goldman Sachs มีรายงานว่าเรียกเกาหลีใต้ว่าเป็นตลาดเด่นที่สุดในเอเชีย และปรับเป้าดัชนี KOSPI ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ขึ้นเป็น 9,000 จุด โดยอ้างแรงหนุนจากความต้องการเมมโมรีชิปที่ขับเคลื่อนโดย AI JPMorgan ก็ปรับเพิ่มเป้าหมายหุ้นเกาหลีใต้เช่นกัน โดยยกเป้าฐานของ KOSPI เป็น 9,000 จุด และเป้ากรณีกระทิงเป็น 10,000 จุด พร้อมระบุปัจจัยสนับสนุนจากวัฏจักรเซมิคอนดักเตอร์ที่ดีขึ้น การปฏิรูปธรรมาภิบาลบริษัท และการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม
สำหรับเฮดจ์ฟันด์ เสน่ห์ของเกาหลีใต้จึงอยู่ที่การผสมกันของสามอย่าง: การฟื้นตัวเชิงวัฏจักร ธีม AI และโมเมนตัมระดับดัชนี หากการลงทุนศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังเดินหน้าต่อ ความต้องการหน่วยความจำขั้นสูงก็อาจสะท้อนเข้าสู่กำไรของบริษัทชิปเกาหลีใต้
ไต้หวันยังเป็นหัวใจของดีล AI เพราะมีฐานะสำคัญในธุรกิจโรงหล่อเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะผ่าน TSMC Morgan Stanley ระบุในเอกสารวิจัยเอเชียถึงความต้องการเซมิคอนดักเตอร์สำหรับ AI ที่แข็งแกร่งรอบ TSMC และมีรายงานที่ปรับบริษัทขึ้นเป็น ‘Top Pick’
JPMorgan Asset Management ยังระบุถึง TSMC ในฐานะหนึ่งในหุ้นเอเชียสำคัญที่อยู่ในพอร์ต ท่ามกลางความแข็งแกร่งของหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ในเชิงปฏิบัติ นี่ทำให้ไต้หวันเป็นแกนหลักสำหรับนักลงทุนที่ต้องการถือชั้นการผลิตของชิป AI ไม่ใช่แค่บริษัทที่ขายซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันปลายทาง
แต่ไต้หวันก็เป็นส่วนที่มีความอ่อนไหวสูงของดีลนี้ Morgan Stanley Investment Management ระบุว่าไต้หวันได้แรงหนุนจากความชัดเจนของกำไรบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยี รวมถึงความชอบของนักลงทุนต่อซัพพลายเชน AI แต่ก็เผชิญความผันผวนจากพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์
บทบาทของญี่ปุ่นต่างจากเกาหลีใต้และไต้หวัน ญี่ปุ่นไม่ได้เป็นการเดิมพันแบบตรงที่สุดกับเมมโมรีชิปหรือโรงหล่อชิป แต่เป็นตลาดพัฒนาแล้วขนาดใหญ่ มีสภาพคล่องสูง และถูกนับรวมอยู่ในแรงซื้อของเฮดจ์ฟันด์รอบเดียวกัน ข้อมูลของ Morgan Stanley ที่ชี้ว่าแรงซื้อรายสัปดาห์แตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี นับรวมหุ้นญี่ปุ่นควบคู่กับเกาหลีใต้และไต้หวัน
ข้อมูลของ Goldman Sachs ในช่วงต้นปี 2569 ก็ระบุว่าเฮดจ์ฟันด์ซื้อหุ้นเอเชียทั้งในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ ซึ่งหมายความว่าการหมุนเงินรอบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ้น emerging market สำหรับกองทุนระดับโลก ญี่ปุ่นจึงเป็นทางเข้าธีมเอเชียที่มีภาพลักษณ์ของตลาดพัฒนาแล้วและสภาพคล่องที่ลึกกว่า
ผลตอบแทนที่แตกต่างกันมากระหว่างตลาดเอเชียทำให้ดีลนี้ยิ่งมองข้ามยาก Morgan Stanley Investment Management ระบุว่าในไตรมาสแรกปี 2569 หุ้นตลาดเกิดใหม่ให้ผลตอบแทนแตกต่างกันชัดเจน โดยตลาดเอเชียเหนือที่มีน้ำหนักเทคโนโลยีสูงทำผลงานดีกว่า: เกาหลีใต้บวก 16.54% และไต้หวันบวก 9.09% ขณะที่อินเดียลบ 18.13% และจีนลบ 8.94%
เมื่อราคาวิ่ง แรงซื้อก็มักตามมา การปรับเพิ่มเป้าหมายจากวอลล์สตรีทช่วยยืนยันเรื่องกำไรและธีม AI ขณะที่กองทุนที่ยังถือไม่มากอาจกังวลว่าจะพลาดรอบขึ้นของตลาด
เกาหลีใต้เป็นตัวอย่างชัดเจน Business Insider รายงานว่า Goldman Sachs ยังมองหุ้นเกาหลีใต้ว่าน่าสนใจ แม้ตลาดจะเป็นหนึ่งในตลาดที่ปรับขึ้นร้อนแรงที่สุดของโลก ส่วน The Business Times รายงานว่าเป้ากรณีกระทิง 10,000 จุดของ JPMorgan มีนัยถึงอัพไซด์ 33% จากราคาปิดวันศุกร์ก่อนหน้า
สัญญาณการถือครองที่เพิ่มขึ้นเป็นบวกต่อโมเมนตัม แต่ไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงหายไป Aju Press ซึ่งอ้างบันทึกถึงลูกค้าของ Goldman Sachs รายงานว่า exposure ของเฮดจ์ฟันด์ต่อหุ้นเอเชียขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่อย่างน้อยปี 2559 โดยเงินไหลเข้ากระจุกในตลาดรวมถึงเกาหลีใต้และไต้หวัน
ตัวเลขนี้อ่านได้สองทาง ด้านหนึ่ง มันสะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันต่อธีม AI และเซมิคอนดักเตอร์ แต่อีกด้านหนึ่ง เมื่อดีลเริ่มแออัด ตลาดก็อาจเปราะบางต่อการขายทำกำไร ข่าวลบด้านกำไรชิป หรือความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น
รายงานสรุปของ AInvest ยังระบุว่าบางกองทุนใช้สถานะ short เชิงยุทธวิธีในไต้หวันและเกาหลีใต้ ควบคู่กับการรักษาสถานะ long ในเอเชียเกิดใหม่โดยรวม นั่นชี้ว่าตลาดไม่ได้เดิมพันทางเดียวแบบไม่ระวังตัว แต่พยายามถือธีม AI ระยะยาวไปพร้อมกับการป้องกันความเสี่ยงในจุดที่คนถือกันหนาแน่นหรืออ่อนไหวต่อข่าวการเมืองระหว่างประเทศ
การปรับมุมมองของโบรกเกอร์สำคัญ เพราะทำให้เรื่องเล่าเชิงธีมกลายเป็นตัวเลขเป้าดัชนีและประมาณการกำไร ในเกาหลีใต้ เป้า KOSPI 9,000 จุดของ Goldman Sachs และกรณีกระทิง 10,000 จุดของ JPMorgan ช่วยวางกรอบว่าตลาดเกาหลีใต้ไม่ได้เป็นเพียงการฟื้นตัวตามวัฏจักร แต่เป็นผู้ได้ประโยชน์หลักจาก AI
ยังมีมุมเศรษฐกิจมหภาคเข้ามาเสริมด้วย นักเศรษฐศาสตร์ของ Goldman Sachs มีรายงานว่าบูมของชิปที่ขับเคลื่อนโดย AI ในเกาหลีใต้และไต้หวันอาจทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของทั้งสองเศรษฐกิจพุ่งสู่สถิติใหม่ และเรียกภาพนี้ว่า ‘AI-driven super surplus’ สำหรับผู้อ่านทั่วไป ดุลบัญชีเดินสะพัดคือภาพรวมเงินรับจ่ายกับต่างประเทศจากการค้า บริการ และรายได้การลงทุน ดังนั้นหากการส่งออกชิปแข็งแรงจริง มันไม่ได้หนุนแค่กำไรบริษัท แต่ยังหนุนภาพเศรษฐกิจภายนอกของประเทศด้วย
ดีลหุ้นเอเชียรอบนี้สรุปได้เป็นสี่แกนหลัก:
ใจความสำคัญคือ เฮดจ์ฟันด์กำลังซื้อเกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น เพราะเอเชียเหนือเป็นจุดที่ให้การเข้าถึงวัฏจักรเซมิคอนดักเตอร์ของ AI ได้ชัดที่สุดในช่วงที่กำไร โมเมนตัมตลาด และการปรับเป้าจากวอลล์สตรีทกำลังไปในทิศทางเดียวกัน โอกาสยังมีจริง แต่ความเสี่ยงก็จริงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อดีล AI ที่ทุกคนชอบเริ่มกลายเป็นดีลที่คนถือกันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
Comments
0 comments