ตลาดพันธบัตรทั่วโลกกำลังเผชิญแรงขายพร้อมกัน ทำให้อัตราผลตอบแทนในสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นพุ่งขึ้น จากความกังวลเงินเฟ้อที่กลับมาเพราะราคาน้ำมันสูงและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งใกล้ 4.6% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบประมาณหนึ่งปี ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปีแตะ 5.82% สูงสุดตั้งแต่ปี 1...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is driving the current global bond market selloff, how have U.S., Japanese, and European government bond yields moved to multi-year or. Article summary: The selloff is being driven by a renewed inflation shock: higher oil prices tied to the Middle East conflict, stronger expectations that central banks may need to keep rates high or even raise them, and investors demandi. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "A sell-off in global long-dated bonds sent Japan's government borrowing costs to record highs on Wednesday, as mounting concerns over government debt" source context "Global bonds selloff keeps investors on edge as gold hits records" Reference image 2: visual subject "Japan's government bond yields jumped across t
ตลาดพันธบัตรทั่วโลกกำลังเผชิญแรงขายครั้งใหญ่พร้อมกัน (global bond selloff) หลังนักลงทุนเริ่มประเมินความเสี่ยงเงินเฟ้อใหม่ และปรับมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงในรอบหลายปี โดยแรงกดดันสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความเชื่อที่เพิ่มขึ้นว่าดอกเบี้ยอาจต้องอยู่ในระดับสูง “นานกว่าที่ตลาดเคยคาด”
หนึ่งในตัวจุดชนวนสำคัญคือราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นอีกครั้งจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)
ในช่วงหนึ่งราคาน้ำมันดิบพุ่งเข้าใกล้ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่าการขนส่งพลังงานอาจถูกรบกวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค ซึ่งทำให้ต้นทุนพลังงานและการขนส่งทั่วโลกเพิ่มขึ้น และอาจดันเงินเฟ้อให้กลับมาเร่งตัวอีกครั้ง
เมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงเริ่มขายพันธบัตรรัฐบาล ส่งผลให้ราคาพันธบัตรลดลง และ อัตราผลตอบแทน (yield) ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากรัฐบาลต้องเสนอผลตอบแทนที่มากขึ้นเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ
ในสหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะตลาดเริ่มเชื่อว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) อาจต้องคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดไว้นานกว่าที่คาด หรืออาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของตลาดการเงินโลก พุ่งขึ้นแตะประมาณ 4.63% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ต้นปี 2025
ขณะเดียวกัน การประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีล่าสุดก็ออกมาที่ผลตอบแทนสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 สะท้อนว่านักลงทุนต้องการผลตอบแทนมากขึ้นเพื่อถือหนี้ระยะยาวของรัฐบาล
การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐมีผลต่อทั้งโลก เพราะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐถูกใช้เป็น มาตรฐานอ้างอิงของต้นทุนเงินทุน สำหรับสินทรัพย์การเงินจำนวนมาก
แรงขายในตลาดพันธบัตรไม่ได้เกิดเฉพาะในสหรัฐ แต่ลามไปทั่วยุโรป
พันธบัตรรัฐบาลของประเทศหลัก เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสหราชอาณาจักร ต่างมีอัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้นตามตลาดสหรัฐ เพราะนักลงทุนกำลังปรับความคาดหวังเกี่ยวกับเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ย
ในสหราชอาณาจักร การเคลื่อนไหวเด่นชัดเป็นพิเศษ โดย พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปี (gilt) พุ่งขึ้นสู่ประมาณ 5.82% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 1998
ตัวเลขนี้สะท้อนความกังวลของตลาดว่าเงินเฟ้อที่เกี่ยวข้องกับพลังงานอาจทำให้ธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางอังกฤษต้องคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดไว้นานกว่าที่คาด
แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่มีดอกเบี้ยต่ำมากมาเป็นเวลานาน แต่ขณะนี้พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นก็เริ่มเผชิญแรงขายเช่นกัน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี เนื่องจากกระแสแรงขายในตลาดพันธบัตรโลกแพร่กระจายจากนิวยอร์กไปถึงโตเกียว
ญี่ปุ่นมีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานเป็นพิเศษ เพราะต้องนำเข้าน้ำมันและก๊าซจำนวนมาก ดังนั้นราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นสามารถดันเงินเฟ้อในประเทศได้รวดเร็ว และเพิ่มแรงกดดันต่อ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan) ที่กำลังค่อย ๆ ถอนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากเป็นพิเศษ
ราคาพลังงานมีบทบาทสำคัญต่อความคาดหวังเงินเฟ้อของนักลงทุน
เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จะทำให้ต้นทุนหลายด้านของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เช่น
ในช่วงความผันผวนล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นมากกว่า 7% ภายในสัปดาห์เดียว ซึ่งทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจไม่ลดลงตามที่เคยคาดไว้
เมื่อเงินเฟ้อคาดว่าจะสูงขึ้น มูลค่าที่แท้จริงของดอกเบี้ยคงที่จากพันธบัตรจะลดลง นักลงทุนจึงเรียกร้อง อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น ก่อนจะยอมซื้อพันธบัตรระยะยาว
อีกปัจจัยสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงความคาดหวังของตลาดเกี่ยวกับนโยบายการเงิน
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนจำนวนมากคาดว่าธนาคารกลางจะเริ่มลดดอกเบี้ยในไม่ช้า แต่ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากพลังงานและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ตลาดเริ่มทบทวนสมมติฐานนั้นใหม่
นักลงทุนจึงลดการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ และบางส่วนเริ่มพิจารณาความเป็นไปได้ของ การขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ในบางเศรษฐกิจ
แนวคิดที่เรียกว่า “higher for longer” หมายถึงดอกเบี้ยอาจต้องอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ซึ่งมีผลหลายด้าน เช่น
การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังส่งผลต่อหุ้นทั่วโลกด้วย
เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น นักลงทุนมักใช้ผลตอบแทนดังกล่าวเป็นอัตราคิดลดในการประเมินมูลค่าหุ้น ทำให้มูลค่าปัจจุบันของกำไรในอนาคตลดลง
ในช่วงความผันผวนล่าสุด ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปลดลงประมาณ 1.4% ขณะที่ดัชนีหุ้นโลกโดยรวมก็ปรับตัวลงตามแรงกดดันจากตลาดพันธบัตร
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าตลาดพันธบัตรมักมีบทบาทสำคัญในการกำหนดสภาพการเงินโดยรวมของโลก เมื่อผลตอบแทนพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งตลาดหุ้นและแนวโน้มเศรษฐกิจก็มักเผชิญแรงกดดันตามไปด้วย
สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดการเงินตอนนี้สะท้อนกลไกเศรษฐกิจมหภาคแบบคลาสสิก
ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น → ต้นทุนพลังงานผลักเงินเฟ้อ → นักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น → ธนาคารกลางอาจต้องคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น
ตราบใดที่แรงกดดันเงินเฟ้อจากพลังงานยังไม่ลดลง หรือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ ตลาดพันธบัตรทั่วโลกก็มีแนวโน้มจะผันผวนต่อไป และยุคของ ดอกเบี้ยสูงเป็นเวลานาน อาจยังคงกำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลกในระยะต่อไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ตลาดพันธบัตรทั่วโลกกำลังเผชิญแรงขายพร้อมกัน ทำให้อัตราผลตอบแทนในสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นพุ่งขึ้น จากความกังวลเงินเฟ้อที่กลับมาเพราะราคาน้ำมันสูงและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ตลาดพันธบัตรทั่วโลกกำลังเผชิญแรงขายพร้อมกัน ทำให้อัตราผลตอบแทนในสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นพุ่งขึ้น จากความกังวลเงินเฟ้อที่กลับมาเพราะราคาน้ำมันสูงและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งใกล้ 4.6% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบประมาณหนึ่งปี ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปีแตะ 5.82% สูงสุดตั้งแต่ปี 1998
อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลกเพิ่มขึ้น กดดันตลาดหุ้นและตอกย้ำมุมมองว่าดอกเบี้ยอาจต้องอยู่ในระดับสูงไปอีกนาน