ตลาดพันธบัตรทั่วโลกกำลังเผชิญแรงเทขายครั้งใหญ่ ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นพุ่งสู่ระดับสูงในรอบหลายปี ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อที่กลับมาอีกครั้ง พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ใกล้ 4.6% ขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปีทะลุ 5% ส่วนพันธบัตรเยอรมนีและญี่ปุ่นก็ปรับตัวขึ้นแรงตามกระแสขายทั่วโลก ราคาน้ำมันที่สูงจา...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is driving the current global bond rout, how have U.S., Japanese, and European government bond yields moved to multi-year highs, what r. Article summary: The bond rout is being driven mainly by a renewed inflation shock: higher oil prices linked to the Middle East conflict are pushing investors to price in tighter central-bank policy, so bond prices are falling and yields. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "The rout was led by longer-dated bonds that are the most vulnerable to accelerating inflation, sending 30-year US Treasury yields to the cusp of" source context "Global Bond Selloff Worsens as Rising Oil Prices Spook Investors" Reference image 2: visual subject "Japan's 5-year and 20-year government bond yi
ตลาดพันธบัตรทั่วโลกกำลังเผชิญแรงเทขายพร้อมกันในหลายภูมิภาค ขณะที่นักลงทุนเร่งปรับมุมมองต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยใหม่ ผลคือ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงในรอบหลายปี
ปัจจัยสำคัญที่จุดกระแสนี้คือ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง และบังคับให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องคงดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่เคยคาดการณ์
เนื่องจากราคาพันธบัตรเคลื่อนไหวสวนทางกับผลตอบแทน การที่ผลตอบแทนพุ่งขึ้นจึงสะท้อนว่าเกิดการขายพันธบัตรในวงกว้าง และเป็นการปรับมุมมองของตลาดต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรวดเร็ว
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (U.S. Treasuries) กลายเป็นศูนย์กลางของแรงขายครั้งนี้ หลังนักลงทุนเริ่มประเมินใหม่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) อาจต้องคงนโยบายการเงินที่ตึงตัวนานกว่าที่คาด
ความเคลื่อนไหวสำคัญในตลาด ได้แก่
การปรับขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผลตอบแทนพุ่งมากกว่า 20 เบสิสพอยต์ในสัปดาห์เดียว แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังปรับราคาอย่างรวดเร็วต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ยของ Fed
แรงขายไม่ได้เกิดเฉพาะในสหรัฐเท่านั้น ตลาดพันธบัตรรัฐบาลยุโรปก็เผชิญแรงกดดันเช่นกัน
ตัวอย่างสำคัญคือ พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี (Bund) ซึ่งผลตอบแทนปรับขึ้นใกล้ 3.1% ระดับที่เข้าใกล้จุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011
พันธบัตรของประเทศอื่นในยูโรโซน รวมถึงพันธบัตรรัฐบาลสหราชอาณาจักร ก็ปรับตัวขึ้นแรงเช่นกัน สะท้อนว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็น กระแสระดับโลก มากกว่าจะเกิดจากปัจจัยเศรษฐกิจเฉพาะประเทศ
ญี่ปุ่นซึ่งเคยเป็นประเทศที่มีผลตอบแทนพันธบัตรต่ำมากเป็นเวลานาน ก็เริ่มเห็นต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้น
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (Japanese Government Bonds หรือ JGBs) ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี เมื่อแรงเทขายในตลาดโลกแพร่กระจายมายังเอเชีย
แม้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan) จะเคยใช้นโยบายควบคุมผลตอบแทนเพื่อกดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำ แต่แรงกดดันจากเงินเฟ้อโลกและผลตอบแทนที่สูงขึ้นในประเทศอื่นกำลังทำให้พันธบัตรญี่ปุ่นปรับขึ้นตาม
หนึ่งในตัวเร่งสำคัญของการเทขายพันธบัตรคือ ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ความกังวลหลักของตลาดอยู่ที่เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอย่าง ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญของโลก หากเกิดการหยุดชะงักของการขนส่ง น้ำมันอาจปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อราคาพลังงานสูงขึ้น ต้นทุนด้านการขนส่ง การผลิต และราคาสินค้าผู้บริโภคทั่วโลกก็มักเพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง
ตามปกติ เมื่อเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนมักซื้อพันธบัตรรัฐบาลในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ผลตอบแทนลดลง
แต่ครั้งนี้เกิดปรากฏการณ์ตรงกันข้าม
เหตุผลคือ ตลาดมองว่าความขัดแย้งครั้งนี้ อาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น มากกว่าจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวเพียงอย่างเดียว เมื่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น มูลค่าที่แท้จริงของดอกเบี้ยคงที่จากพันธบัตรจะลดลง นักลงทุนจึงขายพันธบัตรแทนที่จะซื้อ
อีกแรงผลักดันสำคัญของการขายพันธบัตรคือการปรับมุมมองต่อทิศทางนโยบายการเงิน
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนจำนวนมากคาดว่าธนาคารกลางหลักของโลกจะเริ่ม ลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อกลับมา ตลาดจึงเริ่มตั้งสมมติฐานใหม่ว่า
การเปลี่ยนมุมมองนี้ทำให้ราคาพันธบัตรทั่วโลกต้องปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว
แรงสั่นสะเทือนจากตลาดพันธบัตรเริ่มลามไปยังสินทรัพย์อื่นด้วย
ข้อมูลตลาดระบุว่า
ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น เพราะผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้นดึงดูดเงินทุน และนักลงทุนมองดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงในช่วงตลาดผันผวน
แรงเทขายพันธบัตรในปี 2026 ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายแรงกดดันพร้อมกัน ได้แก่
หากราคาพลังงานยังคงสูงและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่คลี่คลาย ตลาดการเงินโลกอาจต้องเผชิญสภาพแวดล้อมที่ เงินเฟ้อดื้อด้านและดอกเบี้ยสูงยาวนาน ซึ่งจะส่งผลต่อทุกสินทรัพย์ ตั้งแต่พันธบัตร หุ้น ไปจนถึงต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลและภาคธุรกิจทั่วโลก
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ตลาดพันธบัตรทั่วโลกกำลังเผชิญแรงเทขายครั้งใหญ่ ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นพุ่งสู่ระดับสูงในรอบหลายปี ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อที่กลับมาอีกครั้ง
ตลาดพันธบัตรทั่วโลกกำลังเผชิญแรงเทขายครั้งใหญ่ ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นพุ่งสู่ระดับสูงในรอบหลายปี ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อที่กลับมาอีกครั้ง พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ใกล้ 4.6% ขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปีทะลุ 5% ส่วนพันธบัตรเยอรมนีและญี่ปุ่นก็ปรับตัวขึ้นแรงตามกระแสขายทั่วโลก
ราคาน้ำมันที่สูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังทำให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางอาจต้องคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น ส่งผลกดดันหุ้นและหนุนค่าเงินดอลลาร์