พันธบัตรของประเทศอื่นในยูโรโซน รวมถึงพันธบัตรรัฐบาลสหราชอาณาจักร ก็ปรับตัวขึ้นแรงเช่นกัน สะท้อนว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็น กระแสระดับโลก มากกว่าจะเกิดจากปัจจัยเศรษฐกิจเฉพาะประเทศ
ญี่ปุ่นซึ่งเคยเป็นประเทศที่มีผลตอบแทนพันธบัตรต่ำมากเป็นเวลานาน ก็เริ่มเห็นต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้น
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (Japanese Government Bonds หรือ JGBs) ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี เมื่อแรงเทขายในตลาดโลกแพร่กระจายมายังเอเชีย
แม้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan) จะเคยใช้นโยบายควบคุมผลตอบแทนเพื่อกดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำ แต่แรงกดดันจากเงินเฟ้อโลกและผลตอบแทนที่สูงขึ้นในประเทศอื่นกำลังทำให้พันธบัตรญี่ปุ่นปรับขึ้นตาม
หนึ่งในตัวเร่งสำคัญของการเทขายพันธบัตรคือ ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ความกังวลหลักของตลาดอยู่ที่เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอย่าง ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญของโลก หากเกิดการหยุดชะงักของการขนส่ง น้ำมันอาจปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อราคาพลังงานสูงขึ้น ต้นทุนด้านการขนส่ง การผลิต และราคาสินค้าผู้บริโภคทั่วโลกก็มักเพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง
ตามปกติ เมื่อเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนมักซื้อพันธบัตรรัฐบาลในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ผลตอบแทนลดลง
แต่ครั้งนี้เกิดปรากฏการณ์ตรงกันข้าม
เหตุผลคือ ตลาดมองว่าความขัดแย้งครั้งนี้ อาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น มากกว่าจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวเพียงอย่างเดียว เมื่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น มูลค่าที่แท้จริงของดอกเบี้ยคงที่จากพันธบัตรจะลดลง นักลงทุนจึงขายพันธบัตรแทนที่จะซื้อ
อีกแรงผลักดันสำคัญของการขายพันธบัตรคือการปรับมุมมองต่อทิศทางนโยบายการเงิน
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนจำนวนมากคาดว่าธนาคารกลางหลักของโลกจะเริ่ม ลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อกลับมา ตลาดจึงเริ่มตั้งสมมติฐานใหม่ว่า
การเปลี่ยนมุมมองนี้ทำให้ราคาพันธบัตรทั่วโลกต้องปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว
แรงสั่นสะเทือนจากตลาดพันธบัตรเริ่มลามไปยังสินทรัพย์อื่นด้วย
ข้อมูลตลาดระบุว่า
ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น เพราะผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้นดึงดูดเงินทุน และนักลงทุนมองดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงในช่วงตลาดผันผวน
แรงเทขายพันธบัตรในปี 2026 ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายแรงกดดันพร้อมกัน ได้แก่
หากราคาพลังงานยังคงสูงและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่คลี่คลาย ตลาดการเงินโลกอาจต้องเผชิญสภาพแวดล้อมที่ เงินเฟ้อดื้อด้านและดอกเบี้ยสูงยาวนาน ซึ่งจะส่งผลต่อทุกสินทรัพย์ ตั้งแต่พันธบัตร หุ้น ไปจนถึงต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลและภาคธุรกิจทั่วโลก
Comments
0 comments