รายงานของ J.P. Morgan ระบุว่าในเดือนเมษายน 2026 เพียงเดือนเดียว
การพุ่งขึ้นของหุ้นชิปมีผลต่อดัชนีอย่างมาก เพราะบริษัทเหล่านี้มีขนาดใหญ่มากในตลาดท้องถิ่น
เมื่อหุ้นเหล่านี้ปรับขึ้น ดัชนีทั้งประเทศจึงพุ่งขึ้นตามไปด้วย
ดัชนี MSCI Emerging Markets เป็นดัชนีมาตรฐานที่นักลงทุนทั่วโลกใช้วัดผลการลงทุนในตลาดเกิดใหม่
ช่วงปี 2026 โครงสร้างของดัชนีนี้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เพราะน้ำหนักของ ไต้หวันและเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากมูลค่าบริษัทชิปที่เติบโตเร็ว
ผลคือ
ดังนั้นการเติบโตของ AI จึงสะท้อนเข้าไปในผลตอบแทนของดัชนี EM โดยตรง
นอกจากปัจจัยเทคโนโลยีแล้ว ปัจจัยมหภาค (Macro) ก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง
ในช่วงต้นปี 2026 ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) ลดลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ซึ่งมักเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่
เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า
หลังจากหลายปีที่นักลงทุนทั่วโลก ถือสินทรัพย์สหรัฐมากเกินไป (overweight) เงินทุนจึงเริ่มหมุนกลับไปยังตลาดต่างประเทศรวมถึงตลาดเกิดใหม่
อีกปัจจัยที่เร่งการปรับขึ้นคือ กระแสเงินลงทุน
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์แรกของปี 2026 นักลงทุนได้เพิ่มเงินประมาณ 32 พันล้านดอลลาร์เข้าสู่ ETF ตลาดเกิดใหม่ที่จดทะเบียนในสหรัฐ ซึ่งมากกว่าทั้งปีของปี 2025
เงินทุนเหล่านี้ช่วยให้
กล่าวอีกอย่างหนึ่ง การปรับขึ้นของตลาดไม่ได้มาจากกำไรบริษัทอย่างเดียว แต่ยังมาจาก การจัดสรรพอร์ตของนักลงทุนทั่วโลกที่กำลังเปลี่ยนทิศทาง
ตลาดหุ้นสหรัฐไม่ได้อ่อนแอ เพียงแต่ ผลตอบแทนเชิงเปรียบเทียบต่ำกว่าในบางช่วงของปี 2026
เหตุผลสำคัญ ได้แก่
จึงเกิดการย้ายความสนใจจากบริษัทซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์ม ไปยังผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ที่เป็นหัวใจของ AI
แม้ว่าตลาดเกิดใหม่จะปรับขึ้นแรง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงสำคัญ
การปรับขึ้นส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยบริษัทชิปไม่กี่ราย เช่น
ตัวอย่างเช่น เกาหลีใต้มีรายได้จากเซมิคอนดักเตอร์คิดเป็นประมาณ 37% ของการส่งออกในไตรมาสแรกปี 2026 ทำให้เศรษฐกิจมีความเสี่ยงหากความต้องการเทคโนโลยีโลกชะลอตัว
ไต้หวันเป็นศูนย์กลางการผลิตชิปขั้นสูงของโลก โดยผลิตมากกว่า 90% ของชิปขั้นสูงที่สุดในโลก ทำให้เกาะแห่งนี้อยู่กลางความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐ
หากความตึงเครียดเพิ่มขึ้น อาจกระทบทั้งห่วงโซ่อุปทานและตลาดหุ้นทั่วโลก
สรุปแล้ว การที่ตลาดเกิดใหม่ทำผลงานเหนือกว่าสหรัฐในปี 2026 เกิดจากการรวมกันของสองแรงหลัก
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นนี้ยัง กระจุกตัวอยู่ในเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ เช่น ไต้หวันและเกาหลีใต้ มากกว่าจะเกิดขึ้นทั่วทั้งตลาดเกิดใหม่
ตราบใดที่การลงทุนด้าน AI ยังเติบโต ตลาดเหล่านี้ก็ยังมีแนวโน้มได้รับประโยชน์มากที่สุด—but หากวัฏจักรชิปชะลอตัวหรือความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น ความกระจุกตัวเดียวกันนี้ก็อาจทำให้ตลาดพลิกผันได้อย่างรวดเร็ว
Comments
0 comments