Bitcoin ลดลงใกล้ $76,800 จากสภาพตลาดแบบ risk‑off ที่เกิดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันสูง และยีลด์พันธบัตรที่เพิ่มขึ้น Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐมีเงินไหลออกประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ในหนึ่งสัปดาห์ ทำให้แรงซื้อจากสถาบันอ่อนตัวลง การล้างพอร์ตเลเวอเรจเกือบ $500 ล้านในเวลาเพียงราว 15 นาที ทำให้การปรับฐานของตลาดคร...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is driving Bitcoin’s fourth straight decline to around $76,869, and how are the Strait of Hormuz crisis, the “NACHO” macro thesis, risi. Article summary: Bitcoin is falling because several bearish forces are hitting at once: geopolitical risk around the Strait of Hormuz, higher oil-driven inflation fears, rising Treasury yields, ETF outflows, and forced selling from lever. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "[Skip Navigation](https://www.cnbc.com/2026/05/08/traders-nacho-trade-strait-hormuz-oil-markets-taco-trump-iran.html#MainContent). [Markets](https://www.cnbc.com/markets/). * [Pr" source context "‘Not a Chance Hormuz Opens’: How Wall Street’s new NACHO trade bets on a prolonged oil shock" Reference image 2: visua
ราคา Bitcoin ลดลงสู่ระดับใกล้ $76,800 หลังปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ สะท้อนว่าตลาดคริปโตกำลังตอบสนองต่อปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคมากกว่าข่าวเฉพาะในวงการคริปโต
แรงกดดันหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ยีลด์พันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้น เงินไหลออกจากกองทุน ETF และการล้างพอร์ตจากนักเทรดเลเวอเรจ ซึ่งรวมกันสร้างสภาวะ risk‑off ในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง
ความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และความไม่แน่นอนรอบช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้นักลงทุนทั่วโลกระมัดระวังมากขึ้น
Bitcoin ร่วงลงแตะประมาณ $76,711 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่าสองสัปดาห์ ขณะที่นักเทรดลดความเสี่ยงในพอร์ต และเหรียญใหญ่อื่น ๆ อย่าง Ether และ Solana ก็ปรับตัวลงพร้อมกัน แสดงว่าการขายเกิดขึ้นทั้งตลาด ไม่ใช่เฉพาะ Bitcoin
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก การหยุดชะงักของเส้นทางนี้สามารถกระทบอุปทานน้ำมันและก๊าซทั่วโลกได้ทันที
บนวอลล์สตรีทเริ่มมีการพูดถึงแนวคิดการลงทุนที่เรียกว่า “NACHO” (Narrowing Assumption that the Channel will Hold Open) ซึ่งมองว่าความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซอาจกลายเป็นสภาพแวดล้อมปกติของตลาดในระยะหนึ่ง ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ชั่วคราว
มุมมองนี้ทำให้นักลงทุนจัดพอร์ตแบบเฉพาะทาง เช่น
ผลลัพธ์คือ ราคาน้ำมันสูงขึ้นและยีลด์พันธบัตรเพิ่มขึ้น ซึ่งมักกดดันสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างคริปโต
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้ ราคาพลังงานปรับตัวขึ้นแรง ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อทั่วโลกอาจกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง
เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ต้นทุนขนส่ง การผลิต และอาหารก็มีแนวโน้มเพิ่มตาม ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน
สำหรับตลาดการเงิน นั่นหมายความว่า ธนาคารกลางอาจไม่รีบลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin
ในเวลาเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields) ก็ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน โดยยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปีขึ้นไปใกล้ช่วงประมาณ 4% กลาง ๆ
ยีลด์ที่สูงขึ้นกระทบ Bitcoin ในสองทางหลัก
เมื่อยีลด์เพิ่มขึ้นพร้อมกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนจึงมักลดการถือครองสินทรัพย์เก็งกำไร เช่น คริปโต
อีกแรงกดดันสำคัญคือ เงินลงทุนจากสถาบันที่เริ่มไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ETF เหล่านี้ในสหรัฐมี เงินไหลออกสุทธิประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบประมาณสามเดือน
นอกจากนี้ ยังมีวันที่มีเงินไหลออกจาก ETF ประมาณ $268 ล้านภายในวันเดียว ซึ่งทำให้กระแสเงินไหลเข้าในช่วงก่อนหน้าสะดุดลง
เนื่องจาก ETF เป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่สถาบันใช้ลงทุนใน Bitcoin การไหลออกต่อเนื่องจึงลดแรงหนุนสำคัญของราคาในระยะสั้น
ตลาดอนุพันธ์คริปโตยังทำให้การปรับตัวลงรุนแรงขึ้น
รายงานตลาดระบุว่า มีการล้างพอร์ตสถานะฝั่งขาขึ้นเกือบ $500 ล้านภายในเวลาประมาณ 15 นาที ระหว่างการซื้อขายช่วงเอเชีย
กลไกนี้เกิดขึ้นเมื่อ:
กระบวนการนี้มักทำให้การปรับฐานเล็ก ๆ กลายเป็นการร่วงลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่นาน
การลดลงไม่ได้เกิดกับ Bitcoin เพียงอย่างเดียว
เหรียญหลักอื่น ๆ เช่น Ether และ Solana ก็ปรับตัวลงพร้อมกัน ขณะที่นักลงทุนลดความเสี่ยงในพอร์ตคริปโตโดยรวม
สถานการณ์นี้สะท้อนว่า ในช่วงเวลานี้คริปโตถูกมองเป็น สินทรัพย์เสี่ยงที่เคลื่อนไหวตามสภาพคล่องของตลาดโลก มากกว่าจะเป็นสินทรัพย์หลบภัยจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ทิศทางของ Bitcoin ในระยะใกล้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยมหภาคหลายอย่าง เช่น
หากแรงกดดันมหภาคเริ่มคลี่คลาย หรือเงินทุนจาก ETF กลับมาไหลเข้า ตลาดคริปโตอาจฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว แต่ถ้าราคาพลังงานและยีลด์ยังเพิ่มขึ้นต่อ สภาพตลาดแบบ risk‑off อาจยังคงกดดัน Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลต่อไปอีกระยะหนึ่ง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Bitcoin ลดลงใกล้ $76,800 จากสภาพตลาดแบบ risk‑off ที่เกิดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันสูง และยีลด์พันธบัตรที่เพิ่มขึ้น
Bitcoin ลดลงใกล้ $76,800 จากสภาพตลาดแบบ risk‑off ที่เกิดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันสูง และยีลด์พันธบัตรที่เพิ่มขึ้น Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐมีเงินไหลออกประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ในหนึ่งสัปดาห์ ทำให้แรงซื้อจากสถาบันอ่อนตัวลง
การล้างพอร์ตเลเวอเรจเกือบ $500 ล้านในเวลาเพียงราว 15 นาที ทำให้การปรับฐานของตลาดคริปโตรุนแรงขึ้น