หัวใจของแพลตฟอร์มคือการทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างซอฟต์แวร์ธุรกิจกับระบบภาษีของรัฐ
กระบวนการทำงานทั่วไปมีลักษณะดังนี้
การทำงานลักษณะนี้ช่วยให้บริษัทไม่ต้องสร้างอินทิเกรชันเฉพาะประเทศสำหรับข้อกำหนดอย่าง
บริษัทระบุว่าแพลตฟอร์มสามารถช่วยให้ซอฟต์แวร์รองรับข้อกำหนดด้าน e‑invoicing ได้ มากกว่า 30 ประเทศ ผ่าน API เดียว
DDD Invoices ยังผสานเทคโนโลยี AI เพื่อช่วยจัดการขั้นตอนด้าน compliance บางส่วน
ความสามารถหลัก ได้แก่
ระบบจะเปลี่ยนเอกสารเหล่านี้ให้เป็นข้อมูลที่อ่านได้ด้วยเครื่อง (machine‑readable) และตรวจสอบให้ตรงตามข้อกำหนดก่อนส่งไปยังหน่วยงานภาษีหรือเครือข่าย e‑invoicing
แพลตฟอร์มถูกออกแบบให้ ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์เดิมขององค์กร ไม่ได้มาแทนที่ระบบเดิม
ระบบสามารถเชื่อมต่อกับ
นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มยอดนิยม เช่น
ทำให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สามารถฝังระบบออกใบแจ้งหนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมายเข้าไปใน workflow ทางการเงินได้ง่ายขึ้น
มีบริษัทซอฟต์แวร์หลายแห่งเริ่มใช้ DDD Invoices เพื่อรองรับกฎ e‑invoicing ในหลายประเทศ เช่น
บริษัทเหล่านี้ใช้โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวเพื่อให้ลูกค้าของตนสามารถออกใบแจ้งหนี้ที่ถูกต้องตามข้อกำหนดในแต่ละตลาดได้
นักลงทุนหลัก ได้แก่
นอกจากนี้ยังมี angel investors และที่ปรึกษาจากอุตสาหกรรม ERP และ e‑invoicing เช่น
บริษัทวางแผนนำเงินทุนใหม่ไปใช้ในหลายด้าน ได้แก่
เมื่อรัฐบาลทั่วโลกเริ่มบังคับใช้การรายงานใบแจ้งหนี้แบบดิจิทัลมากขึ้น โครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยจัดการความซับซ้อนของกฎเหล่านี้จึงกลายเป็นส่วนสำคัญของสแต็กซอฟต์แวร์ด้านการเงินสมัยใหม่ และ DDD Invoices กำลังพยายามวางตำแหน่งตัวเองเป็น API กลางที่ทำให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจข้ามประเทศได้โดยไม่ต้องสร้างอินทิเกรชันใหม่ทีละประเทศ
Comments
0 comments