ในมุมมองของ Feist โครงสร้างแบบนี้ทำให้ไม่มีองค์กรใดที่ มีแรงจูงใจทางการเงินสอดคล้องกับความสำเร็จของ Ethereum อย่างแท้จริง
เขาจึงเสนอว่าการสร้างองค์กรที่ “ผูกผลประโยชน์กับ ETH โดยตรง” จะช่วยผลักดันการยอมรับของเครือข่าย ปกป้องผลประโยชน์ของระบบนิเวศ และแข่งขันกับบล็อกเชนอื่นได้ดีขึ้น
ข้อเสนอคือการสร้างองค์กรใหม่ที่มี เงินทุนตั้งต้นอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจถือครองในรูปแบบ ETH เป็นหลัก เพื่อสร้างคลังทุนระยะยาวสำหรับสนับสนุนการพัฒนาและการผลักดันระบบนิเวศ
องค์กรนี้จะไม่ใช่องค์กรไม่แสวงหากำไรแบบเดิม แต่จะถูกออกแบบให้ ผลประโยชน์ขององค์กรเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามความสำเร็จของ Ethereum เพื่อให้เป้าหมายสอดคล้องกับผู้ถือ ETH และชุมชนทั้งหมด
Feist เปรียบแนวคิดนี้ว่าเป็นการสร้าง “war chest” หรือกองทุนยุทธศาสตร์ของ Ethereum เพื่อใช้สนับสนุนโครงการสำคัญ สร้างอิทธิพลเชิงนโยบาย และแข่งขันในอุตสาหกรรมบล็อกเชนที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว
จากรายงานที่สรุปโพสต์ของ Feist โครงสร้างขององค์กรใหม่ควรมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้
องค์กรควรเริ่มต้นด้วยเงินทุนอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อให้สามารถดำเนินงานระดับโลกและสนับสนุนโครงการระยะยาวได้
Feist เสนอว่าองค์กรควรมี รายได้ประจำที่เชื่อมโยงกับ Ethereum เช่น
องค์กรควรมี คณะกรรมการที่รับผิดชอบต่อชุมชนหรือผู้ถือ ETH พร้อมโครงสร้างกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อให้การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์สอดคล้องกับผลประโยชน์ระยะยาวของเครือข่าย
Feist ยังเน้นว่าควรมี ผู้นำที่มีประสบการณ์และพร้อมผลักดัน Ethereum อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงเน้นการวิจัยหรือความเป็นกลางทางเทคนิคเท่านั้น
องค์กรใหม่นี้จึงถูกมองว่าจะมีบทบาทเชิงกลยุทธ์มากกว่าองค์กรเดิม เช่น การสนับสนุนการยอมรับของตลาดและการแข่งขันกับบล็อกเชนอื่น
ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ระบบนิเวศ Ethereum เผชิญแรงกดดันภายในหลายด้าน
รายงานหลายแห่งระบุว่ามีการ ลาออกของนักพัฒนาและนักวิจัยสำคัญหลายคน เช่น
ในขณะเดียวกัน สมาชิกบางส่วนของชุมชนยังแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับ ประสิทธิภาพด้านราคาและตำแหน่งการแข่งขันของ ETH เมื่อเทียบกับบล็อกเชนคู่แข่ง
ผู้สนับสนุนแนวคิดของ Feist มองว่าองค์กรใหม่ที่มีเงินทุนมากและมีเป้าหมายชัดเจน อาจช่วยแก้ปัญหานี้ได้ โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการผลักดันการเติบโตของ Ethereum
แม้ข้อเสนอนี้จะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่ในปัจจุบันยังถือว่า เป็นเพียงแนวคิดในระยะต้น
รายละเอียดส่วนใหญ่ยังมาจากการสรุปโพสต์ของ Feist บนโซเชียลมีเดีย มากกว่าจะเป็นแผนโครงสร้างองค์กรหรือโมเดลเงินทุนที่กำหนดไว้อย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ได้จุดประกายการถกเถียงครั้งใหญ่ในชุมชน Ethereum ว่าในอนาคตเครือข่ายอาจต้องการสถาบันใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อ ผลักดันผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการแข่งขันของ Ethereum โดยตรง
Comments
0 comments