แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ “เลือกให้ถูกธีม” มากกว่า “ซื้อทั้งตลาด” เอกสารของ Citi เกี่ยวกับหุ้นจีนและอินเดียมองหุ้นตลาดเกิดใหม่เป็นจุดสนใจเชิงกลยุทธ์ โดยมีปัจจัยหนุนจากพื้นฐานที่แข็งแรง การคาดหวัง Fed ลดดอกเบี้ย และมูลค่าหุ้น AI ที่ยังน่าสนใจ
แกนของมุมมอง Citi มี 3 เรื่องหลัก
กำไรดูแข็งแรงกว่าหลายภูมิภาค
Citi Research คาดว่าตลาดเกิดใหม่จะมีกำไรเติบโตแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาภูมิภาคหลักในปี 2026 โดยฉันทามติคาด EPS โตประมาณ 17%
ดอกเบี้ยสหรัฐฯ อาจเป็นลมส่งท้ายเรือ
Citi ระบุว่าการคาดหวัง Fed ลดดอกเบี้ย บวกกับภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอแบบนุ่มนวล หรือ soft landing เป็นฉากหลังที่เอื้อต่อหุ้นตลาดเกิดใหม่ ขณะเดียวกัน Citi Wealth มองว่าสภาพแวดล้อมมหภาคช่วงต้นปี 2026 ยังสร้างสรรค์ โดยกำไรบริษัทและการเติบโตโลกได้รับแรงหนุนจากนโยบายการเงินและการคลังที่เอื้อกว่าเดิม
AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าหุ้น EM แล้ว
Citi ระบุในประเด็นสำคัญด้านหุ้นจีนและอินเดียว่า มูลค่าหุ้น AI ที่น่าสนใจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หุ้นตลาดเกิดใหม่ยังอยู่ในโฟกัส Citi Wealth ยังย้ำว่าเทคโนโลยีเป็นการถือครองหลักระยะยาว และชี้ถึงโอกาสในโครงสร้างพื้นฐาน AI
| ตลาด | มุมมองที่เกี่ยวข้องกับ Citi สำหรับปี 2026 | ทำไมจึงสำคัญ |
|---|---|---|
| ตลาดเกิดใหม่โดยรวม | Citi Research ยังมองเชิงบวก โดยให้เป้าหมาย MSCI EM ที่ 1,540 จุด หรืออัพไซด์ราว 13% และคาด EPS โตประมาณ 17% | ประเด็นหลักคือการเติบโตของกำไร ไม่ใช่แค่หุ้นดูถูกในเชิงมูลค่า |
| จีน | Citi ระบุว่าหุ้นจีนอาจได้แรงหนุนจากแผน 5 ปีฉบับที่ 15 ที่เน้นการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีและการเติบโตของส่งออก แต่ยังมีความท้าทายจากตลาดอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างประชากรสูงวัย | จีนเป็นช่องทางตรงในการลงทุนกับธีมนโยบายรัฐบวกเทคโนโลยีในตลาดเกิดใหม่ |
| เกาหลีใต้ | รายงานตลาดที่อ้างนักกลยุทธ์ของ Citi ระบุว่าเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในตลาด EM ที่ Citi ชอบร่วมกับจีน จากแรงหนุน AI และมูลค่าหุ้นที่สมเหตุสมผล | เกาหลีใต้เชื่อมกับห่วงโซ่เทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ แต่รายละเอียดจากแหล่ง Citi สาธารณะในชุดนี้มีข้อมูลจีนและอินเดียมากกว่าเกาหลีใต้ |
| อินเดีย | รายงานตลาดระบุว่า Citi มีมุมมองเป็นกลางต่ออินเดีย เพราะเรื่องการเติบโตสะท้อนในราคาไปมากแล้ว และยังมีความเสี่ยงด้านค่าเงิน | “เป็นกลาง” ไม่ได้แปลว่าเป็นลบเต็มตัว เพราะเอกสารของ Citi ยังมองว่าอินเดียอาจมีการฟื้นตัวของกำไรใน FY27 จากกระแสเงินในประเทศและนโยบายรัฐ แต่ยังต้องจับตาความเสี่ยง |
ธีม AI สำคัญต่อหุ้นตลาดเกิดใหม่เพราะไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ เท่านั้น Citi’s EM Equity Strategy Compass ระบุว่า กลุ่ม EM Tech เพิ่มขึ้นราว 50% นับตั้งแต่การพักมาตรการภาษีศุลกากรระยะแรกของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยได้แรงหนุนจากผลลัพธ์ด้านภาษีที่ไม่รุนแรงเท่าที่กังวล และความเชื่อมั่นที่กลับมาในธีม AI
ในมุมของ Citi ธีม AI ยังกลับมาเด่นผ่านการปรับตัวนำของหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ส่วนเซมิคอนดักเตอร์คือชิ้นส่วนกลางของเรื่องนี้ รายงานภายนอกที่อ้างถึงเพลย์บุ๊กปี 2026 ของ Citi ระบุว่าเซมิคอนดักเตอร์เป็น “กลุ่มเติบโตที่ชอบ” จากแรงหนุนของความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI และการปรับประมาณการกำไรเชิงบวก
อย่างไรก็ตาม ธีมนี้ไม่ใช่ทางด่วนที่ไร้หลุมบ่อ บทวิเคราะห์ที่เชื่อมโยงกับ Citi ในฝั่งเซมิคอนดักเตอร์ระบุว่า Citi คาดว่า AI supercycle จะต่อเนื่องถึงปี 2026 แต่ก็เตือนว่าสมดุลระหว่างผลตอบแทนกับความเสี่ยงเริ่มน่าสนใจน้อยลง
อีกจุดที่ทำให้เอเชียเกี่ยวข้องกับ AI อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือซัพพลายเชน Citi ระบุว่าไต้หวันอยู่ใจกลางการปฏิวัติ AI เพราะเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีนี้ ภาพรวมจึงทำให้ธีม AI ในตลาดเกิดใหม่ไหลผ่านทั้งฮาร์ดแวร์ ชิป โครงสร้างพื้นฐาน และการปรับประมาณการกำไรของประเทศในเอเชีย
ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดคือราคาหุ้นวิ่งนำกำไรไปไกลเกินไป Citi’s Global Equity Quarterly ระบุว่าความกังวลหลักคือมูลค่าหุ้นที่ตึงตัวอาจจำกัดอัพไซด์ในอนาคต หาก EPS ไม่สามารถเติบโตได้ตามที่ตลาดคาด
ความเสี่ยงรายประเทศก็สำคัญไม่แพ้กัน จีนยังมีโจทย์ตลาดอสังหาริมทรัพย์และประชากรสูงวัย แม้จะมีแรงหนุนจากนโยบายพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีและการส่งออก ส่วนอินเดียถูกมองเป็นกลางในรายงานตลาดที่อ้าง Citi เพราะเรื่องราวการเติบโตถูกสะท้อนในมูลค่าหุ้นไปมากแล้ว และยังมีความเสี่ยงด้านค่าเงิน
กลยุทธ์หุ้นตลาดเกิดใหม่ปี 2026 ของ Citi คือการให้น้ำหนักเชิงบวกแบบคัดเลือก โดยวางอยู่บน 3 เสาหลัก ได้แก่ การเติบโตของกำไร การคาดหวัง Fed ลดดอกเบี้ย และธีม AI/เซมิคอนดักเตอร์ ตลาดที่รายงานระบุว่าโดดเด่นคือจีนและเกาหลีใต้ ส่วนอินเดียยังอยู่ในสถานะเป็นกลางมากกว่า
พูดให้ตรงที่สุด: กลยุทธ์นี้จะเวิร์กถ้า EPS ของตลาดเกิดใหม่โตจริงตามคาด และความต้องการชิป/โครงสร้างพื้นฐาน AI ยังหนุนการปรับกำไรขึ้นต่อเนื่อง แต่จะเปราะบางทันทีหากมูลค่าหุ้นตึงขึ้นอีก หรือกำไรออกมาต่ำกว่าที่ตลาดหวัง