ในช่วงปี 2025–2026 ยูเครนเพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย โดยเฉพาะ โรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่แปรรูปน้ำมันดิบให้กลายเป็นเบนซิน ดีเซล และเชื้อเพลิงชนิดอื่น
ข้อมูลจากรายงานอุตสาหกรรมและการคำนวณของ Reuters ระบุว่า
โรงกลั่นขนาดใหญ่หลายแห่งในรัสเซียตอนกลางจึงต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวหรือผลิตลดลง ส่งผลให้การผลิตเชื้อเพลิงลดลงในช่วงเวลาหนึ่ง
เมื่อโรงกลั่นเสียหาย ปริมาณน้ำมันดิบที่สามารถแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงก็ลดลงตามไปด้วย
เนื่องจากโรงกลั่นผลิตเชื้อเพลิงหลายชนิดพร้อมกัน การหยุดชะงักจึงกระทบทั้ง
โรงกลั่นที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีมีสัดส่วน มากกว่า 30% ของการผลิตเบนซิน และราว 25% ของดีเซลในรัสเซีย ทำให้การหยุดเดินเครื่องแม้เพียงบางส่วนสามารถส่งผลต่อซัพพลายทั้งประเทศได้
อย่างไรก็ตาม การลดลงของการผลิตจริงทั่วประเทศไม่ได้รุนแรงเท่ากับกำลังการกลั่นที่เสียหายสูงสุด เนื่องจากรัสเซียพยายามบรรเทาผลกระทบด้วยมาตรการต่าง ๆ เช่น
ข้อมูลอุตสาหกรรมระบุว่ามาตรการเหล่านี้ช่วยจำกัดการลดลงของการกลั่นทั่วประเทศให้เหลือเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ในบางช่วงของปี 2025 แม้จะมีการโจมตีหลายครั้ง
แม้การลดลงของการผลิตทั้งประเทศจะไม่สูงมาก แต่พื้นที่ที่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานยาว เช่น ไครเมีย มักได้รับผลกระทบก่อน
ไครเมียต้องพึ่งพาการขนส่งเชื้อเพลิงจากรัสเซียแผ่นดินใหญ่ผ่าน
เมื่อการผลิตลดลงหรือโลจิสติกส์สะดุด พื้นที่รอบนอกเหล่านี้จึงอาจถูกลดการจัดส่งก่อน ส่งผลให้เกิด
ในบางช่วง เจ้าหน้าที่ต้องใช้มาตรการบริหารตลาด เช่น การตรึงราคาหรือจำกัดปริมาณซื้อ เพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันการกักตุน
การโจมตีโรงกลั่นไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับการขาดแคลนเชื้อเพลิงในบางภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อเศรษฐกิจรัสเซียในวงกว้าง
ประการแรก การลดกำลังการกลั่นอาจกระทบ รายได้จากการส่งออกพลังงาน เพราะผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป เช่น เบนซินและดีเซล เป็นสินค้าส่งออกสำคัญ
ประการที่สอง ความตึงตัวของซัพพลายเชื้อเพลิงทำให้ ราคาน้ำมันภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยในปี 2025 ราคาน้ำมันเบนซินในรัสเซียเพิ่มขึ้นเร็วกว่าระดับเงินเฟ้อโดยรวม ส่วนหนึ่งเพราะการซ่อมโรงกลั่นที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า
นอกจากนี้ การโจมตีของยูเครนยังขยายไปถึง โครงสร้างพื้นฐานการส่งออกน้ำมัน เช่น ท่าเรือและศูนย์โลจิสติกส์ ซึ่งทำให้การส่งออกจากบางท่าหยุดชะงักชั่วคราว และอาจบังคับให้โรงกลั่นลดการผลิตหากไม่สามารถส่งสินค้าออกได้
การจำกัดการซื้อน้ำมันในเซวาสโตปอลเป็นเพียง สัญญาณของปัญหาพลังงานที่ใหญ่กว่า ที่กำลังเกิดขึ้นกับรัสเซีย
การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันด้วยโดรนของยูเครนทำให้กำลังการกลั่นบางส่วนหยุดทำงาน ชะลอการผลิตเชื้อเพลิง และสร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานของประเทศ
แม้ว่ารัสเซียจะยังสามารถลดผลกระทบได้บางส่วนด้วยกำลังการกลั่นสำรองและการซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว แต่พื้นที่ที่พึ่งพาการขนส่งเชื้อเพลิง เช่น ไครเมีย ยังคงมีความเสี่ยงที่จะเผชิญการขาดแคลนและมาตรการจำกัดการซื้อเป็นระยะ
Comments
0 comments