คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ DRAM และ NAND ขาดแคลน ส่งผลให้ต้นทุนสมาร์ตโฟนสูงขึ้นและยอดส่งมอบทั่วโลกลดลง [12][2] IDC คาดว่ายอดส่งมอบสมาร์ตโฟนปี 2026 อาจลดลง 12.9% เหลือราว 1.1 พันล้านเครื่อง ขณะที่ Counterpoint และ Omdia ประเมินการหดตัวในระดับที่ต่างกัน [11][13][20] ตลาดระดับล่างและประเทศกำลังพัฒนาได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่แบรนด์พรีเมียมอย่าง Apple ยังเติบโตได้แม้ตลาดรวมจะหดตัว [3][32] What is causing global smartphone sales to fall to their lowest levels since the COVID era in 2026, how is the AI-driven memory chip shortag AI data‑center demand for memory chips is squeezing supply for consumer devices, contributing to the global smartphone slowdown in 2026. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is causing global smartphone sales to fall to their lowest levels since the COVID era in 2026, how is the AI-driven memory chip shortag. Article summary: Global smartphone demand is weakening in 2026 mainly because AI data-center demand is absorbing DRAM and NAND supply, pushing component costs and device prices higher and squeezing low-end buyers. Forecasts differ: IDC i. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "## Global smartphone shipments are expected to fall 2.1 percent in 2026, Counterpoint said, a sharp downgrade from its earlier forecast of flat-to-positive growth. A shortage of me" source context "AI-driven memory chip shortage to push smartphone prices higher in 2026: Counterpoint - Storyboard18" Reference imag
openai.com ในปี 2026 ตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกเริ่มชะลอตัวอีกครั้ง หลังจากเคยฟื้นตัวต่อเนื่องหลายไตรมาส สาเหตุสำคัญไม่ใช่แค่กำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนลง แต่เป็น วิกฤตชิปหน่วยความจำ (memory chip shortage) ที่เกิดจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังดึงทรัพยากรสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไปจากอุปกรณ์ผู้บริโภค
ผลลัพธ์คือ ต้นทุนการผลิตสมาร์ตโฟนสูงขึ้น อุปทานชิ้นส่วนตึงตัว และยอดส่งมอบทั่วโลกเริ่มลดลงอีกครั้ง
ปัญหาหลัก: AI ใช้หน่วยความจำจำนวนมหาศาล
การเติบโตของ AI โดยเฉพาะในศูนย์ข้อมูล (data centers) ทำให้ความต้องการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตชิปจึงหันไปจัดสรรกำลังการผลิตให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งมีมาร์จินสูงกว่าอุปกรณ์ผู้บริโภคอย่างสมาร์ตโฟน
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ยอดขายสมาร์ตโฟนทั่วโลกกำลังลดลงในปี 2026 เพราะอะไร" คืออะไร ความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ DRAM และ NAND ขาดแคลน ส่งผลให้ต้นทุนสมาร์ตโฟนสูงขึ้นและยอดส่งมอบทั่วโลกลดลง [12][2]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ DRAM และ NAND ขาดแคลน ส่งผลให้ต้นทุนสมาร์ตโฟนสูงขึ้นและยอดส่งมอบทั่วโลกลดลง [12][2] IDC คาดว่ายอดส่งมอบสมาร์ตโฟนปี 2026 อาจลดลง 12.9% เหลือราว 1.1 พันล้านเครื่อง ขณะที่ Counterpoint และ Omdia ประเมินการหดตัวในระดับที่ต่างกัน [11][13][20]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ตลาดระดับล่างและประเทศกำลังพัฒนาได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่แบรนด์พรีเมียมอย่าง Apple ยังเติบโตได้แม้ตลาดรวมจะหดตัว [3][32]
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมมือถือ ได้แก่
ต้นทุนชิ้นส่วน (bill of materials) ของผู้ผลิตเพิ่มขึ้น
การจัดหาชิ้นส่วนสำหรับรุ่นใหม่ทำได้ยากขึ้น
ราคาขายปลีกของสมาร์ตโฟนสูงขึ้น
รายงานตลาดหลายแห่งระบุว่า ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนทั่วโลกลดลงประมาณ 4–6% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 1 ปี 2026 แม้ว่าวิธีคำนวณของแต่ละสำนักจะต่างกันเล็กน้อยก็ตาม
DRAM และ NAND: ชิ้นส่วนสำคัญที่กำลังขาดแคลน สมาร์ตโฟนพึ่งพาหน่วยความจำหลักสองประเภท
DRAM สำหรับการประมวลผลแอปและการทำงานหลายงานพร้อมกัน
NAND flash สำหรับพื้นที่เก็บข้อมูล
เมื่อความต้องการหน่วยความจำจากอุตสาหกรรม AI เพิ่มขึ้น ชิปทั้งสองประเภทจึงเริ่มตึงตัวด้านอุปทาน และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นก็ถูกส่งต่อไปยังราคาของอุปกรณ์โดยตรง
ข้อมูลจากรายงานที่เกี่ยวข้องกับ IDC ระบุว่า ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ตโฟนทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 14% ในปี 2026 เป็น 523 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดใหม่ของตลาด
ผลกระทบนี้รุนแรงที่สุดกับโทรศัพท์ราคาประหยัด เพราะต้นทุนหน่วยความจำคิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับราคารวมของเครื่อง
นักวิเคราะห์มองตลาดปี 2026 ต่างกันแค่ไหน บริษัทวิจัยตลาดหลักหลายแห่งเห็นตรงกันว่าตลาดสมาร์ตโฟนปี 2026 จะหดตัว แต่ขนาดของการหดตัวแตกต่างกัน
IDC (มุมมองที่มองลบที่สุด)
IDC คาดว่ายอดส่งมอบสมาร์ตโฟนทั่วโลกจะ ลดลง 12.9% เหลือประมาณ 1.1 พันล้านเครื่องในปี 2026 ซึ่งอาจเป็นการลดลงรุนแรงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ
Counterpoint Research
รายงานของ Counterpoint ระบุว่า ยอดส่งมอบทั่วโลกลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 1 ปี 2026 โดยมีทั้งปัญหาหน่วยความจำและอุปสงค์ผู้บริโภคที่อ่อนตัวเป็นปัจจัยหลัก
Omdia
Omdia มองภาพที่เบากว่า โดยคาดว่า ยอดส่งมอบทั้งปีจะลดลงราว 7% หากแรงกดดันด้านราคาหน่วยความจำเริ่มคลี่คลายในช่วงครึ่งหลังของปี
ทำไมตัวเลขไตรมาสแรกถึงดูขัดแย้งกัน ข้อมูลของบริษัทวิจัยบางแห่งไม่ตรงกันในช่วงต้นปี
Omdia รายงานว่าตลาด เติบโต 1% โดยยอดส่งมอบแตะ 298.5 ล้านเครื่อง ในไตรมาสแรก
ขณะที่บริษัทอื่นรายงานว่าตลาดลดลงประมาณ 4–6% ในช่วงเดียวกัน
Omdia อธิบายว่าการเติบโตชั่วคราวเกิดจาก การเร่งส่งสินค้าสต็อกล่วงหน้า (inventory front‑loading) ผู้ผลิตส่งสินค้าไปยังผู้จัดจำหน่ายก่อนที่ต้นทุนหน่วยความจำจะเพิ่มขึ้น ทำให้ตัวเลข shipment ดูดีในระยะสั้น แม้ความต้องการจริงจะอ่อนตัว
ตลาดภูมิภาค: ประเทศกำลังพัฒนาได้รับผลกระทบหนัก วิกฤตหน่วยความจำส่งผลต่างกันในแต่ละภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Omdia ระบุว่ายอดส่งมอบสมาร์ตโฟนในภูมิภาคนี้ ลดลง 9% ในไตรมาส 1 ปี 2026 เหลือ 21.6 ล้านเครื่อง ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 19% เป็น 349 ดอลลาร์
จีน
ตลาดจีนลดลงเพียงเล็กน้อย โดยยอดส่งมอบ ลดลง 1% เหลือ 69.8 ล้านเครื่อง ในไตรมาสเดียวกัน เนื่องจากต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้ผลิตต้องปรับราคาอุปกรณ์
ตะวันออกกลาง
ภูมิภาคนี้เผชิญแรงกดดันจากทั้งต้นทุนที่สูงขึ้นและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลให้ยอดส่งมอบลดลงในช่วงต้นปี
โดยรวมแล้ว หลายบริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับ กำไรต่อเครื่องมากกว่าปริมาณยอดขาย ในตลาดที่อ่อนไหวต่อราคา
ทำไมแบรนด์พรีเมียมยังไปต่อได้ วิกฤตหน่วยความจำกำลังทำให้ช่องว่างระหว่างแบรนด์พรีเมียมกับแบรนด์ราคาประหยัดกว้างขึ้น
ผู้ผลิตระดับไฮเอนด์มีข้อได้เปรียบหลายอย่าง เช่น
มาร์จินที่สูงกว่า ทำให้ดูดซับต้นทุนได้
อำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์ที่มากกว่า
ลูกค้าที่ไวต่อราคาน้อยกว่า
ในทางตรงกันข้าม แบรนด์ระดับเริ่มต้นต้องพึ่งพาราคาต่ำและกำไรบาง ทำให้ได้รับผลกระทบจากต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นมากกว่า
Apple เติบโตได้แม้ตลาดหดตัว หนึ่งในข้อยกเว้นสำคัญคือ Apple
Counterpoint ระบุว่า Apple เติบโตประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 1 ปี 2026 และครองส่วนแบ่งตลาดโลกประมาณ 21% ทำให้เป็นผู้นำตลาดในไตรมาสแรกของปีเป็นครั้งแรก
นักวิเคราะห์มองว่าความแข็งแกร่งของ Apple มาจาก
การเน้นตลาดพรีเมียม
การควบคุมซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง
ความต้องการที่ยังมั่นคงในกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับสูง
ข้อได้เปรียบเหล่านี้ช่วยให้บริษัทรับมือกับต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นได้ดีกว่าผู้ผลิต Android หลายราย
วิกฤตหน่วยความจำจะจบเมื่อไร การคาดการณ์ยังแตกต่างกันในอุตสาหกรรม
Omdia คาดว่าแรงกดดันด้านอุปทานและราคาหน่วยความจำอาจ เริ่มผ่อนคลายในครึ่งหลังของปี 2026
การวิเคราะห์อื่น ๆ มองว่าสมดุลระหว่างอุปสงค์จาก AI และอุปทานอาจ ไม่กลับมาปกติจนถึงปี 2027
ภาพใหญ่: ซัพพลายเชนเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยน การชะลอตัวของตลาดสมาร์ตโฟนในปี 2026 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
เมื่อการประมวลผล AI ขยายตัวอย่างรวดเร็ว หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงกำลังถูกจัดสรรให้กับเซิร์ฟเวอร์และศูนย์ข้อมูลก่อนอุปกรณ์ผู้บริโภค มากขึ้น
สำหรับตลาดสมาร์ตโฟน นั่นหมายถึงชิ้นส่วนที่จำกัด ราคาที่สูงขึ้น และการเติบโตที่ช้าลง จนกว่าอุปทานของหน่วยความจำจะตามทันคลื่นความต้องการจาก AI ในรอบใหม่นี้