ByteDance กำลังออกแบบซีพียูสำหรับศูนย์ข้อมูลของตัวเองบนสองสถาปัตยกรรมขนานกัน—Arm และ RISC V—เพื่อลดการพึ่งพา Intel และ AMD หลังราคาชิปเซิร์ฟเวอร์พุ่งขึ้นรายไตรมาสถึง 10–35% [3][5] โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ชิปขนานใหญ่: ByteDance เพิ่มงบลงทุนด้าน AI ในปี 2026 เป็นกว่า 2 แสนล้านหยวน (ประมาณ 9.7 แสนล้านบาท) พร้อ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is ByteDance doing with custom CPU development for AI, and what are the key details about the project's architecture, motivation, chall. Article summary: ByteDance is developing custom CPUs for its AI data centers on two parallel chip architectures — Arm and RISC-V — as surging prices from Intel and AMD (10–35% per quarter) and US export controls force large Chinese hyper. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "1 ByteDance and Broadcom: AI Chip Collaboration Amid Geopolitical Tensions. In a context of increasing restrictions and geopolitical tensions, ByteDance, the Chinese company behind" source context "ByteDance and Broadcom: New Era in AI Chips" Reference image 2: visual subject "Title: ByteDance in Talks with Samsu
ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok กำลังดำเนินหนึ่งในโครงการพัฒนาชิปภายในองค์กรที่ทะเยอทะยานที่สุดในจีน รายงานจากรอยเตอร์สเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ระบุว่า แผนการที่รั่วไหลออกมาเผยให้เห็นว่า ByteDance กำลังสร้างหน่วยประมวลผลกลาง (ซีพียู) สำหรับศูนย์ข้อมูล AI ของตัวเอง โดยเลือกเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งบนสถาปัตยกรรม Arm และ RISC-V แบบโอเพนซอร์ส แรงผลักดันสำคัญมาจากการขึ้นราคาอย่างรุนแรงจาก Intel และ AMD ประกอบกับมาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงของสหรัฐฯ ที่เข้มงวดมากขึ้น
แหล่งข่าวสามรายที่ให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ส ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2026 ระบุว่า ByteDance กำลังพัฒนาซีพียูเซิร์ฟเวอร์สำหรับใช้งานภายในศูนย์ข้อมูลของตนเอง โดยชิปเหล่านี้จะถูกวางให้เป็นหัวใจสำคัญของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent ครั้งใหญ่ ซึ่งรวมถึงแพลตฟอร์ม Coze ของบริษัท
สิ่งที่ไม่ธรรมดาคือ ByteDance ไม่ได้เลือกเดินหน้าเพียงการออกแบบเดียว บริษัทกำลังประเมินสถาปัตยกรรมชุดคำสั่งที่แตกต่างกันสองแบบไปพร้อมกัน :
กลยุทธ์สองทางนี้ทำให้ ByteDance มีเวลาและอำนาจต่อรองมากขึ้น บริษัทสามารถประเมินได้ว่าสถาปัตยกรรมใดเหมาะสมกับความต้องการระยะยาว ในขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณไปยังผู้ผลิตชิปเดิมว่าตนมีทางเลือกอื่นที่มีศักยภาพ โดยมีพันธมิตรภายนอกหลายรายที่คาดว่าจะเข้ามาช่วยเหลือในด้านการออกแบบและการจัดหาโรงงานผลิตชิป
นอกจากซีพียูแล้ว ByteDance ยังพัฒนา ASIC (Application-Specific Integrated Circuit) หรือชิปที่ออกแบบเฉพาะเพื่อการประมวลผล AI เป็นของตัวเอง ภายใต้ชื่อรหัสว่า "SeedChip" โดยตั้งเป้าให้มีตัวอย่างวิศวกรรมออกมาภายในเดือนมีนาคม 2026 และกำลังเจรจากับ Samsung Electronics เพื่อผลิตชิปมากถึง 350,000 หน่วย SeedChip ถูกออกแบบมาเพื่องาน Inference (การอนุมาน) โดยเฉพาะ ไม่ใช่การเทรน AI นับเป็นความพยายามลดการพึ่งพา Nvidia ในระดับตัวเร่งความเร็ว (Accelerator) ไปพร้อมกัน
มีแรงกดดันหลายด้านที่ผลักดันให้ ByteDance ต้องหันมาพัฒนาชิปเอง:
ต้นทุนจากซัพพลายเออร์ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ Intel และ AMD ได้ปรับขึ้นราคาซีพียูเซิร์ฟเวอร์ในอัตรา 10 ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ต่อไตรมาส ซึ่งเป็นอัตราที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่กำลังขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างรวดเร็วแบบ ByteDance ไม่สามารถแบกรับได้อย่างยั่งยืน
ปัญหาการขาดแคลนชิปเรื้อรัง ข้อจำกัดด้านอุปทานของชิปได้ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถของ ByteDance ในการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และการควบคุมการส่งออก ข้อจำกัดของสหรัฐฯ ในการส่งออก GPU และเทคโนโลยีชิปขั้นสูงไปยังจีน ได้บีบให้ ByteDance ต้องโยกงบประมาณส่วนใหญ่มาลงทุนกับแหล่งผลิตชิปภายในประเทศที่ควบคุมได้มากขึ้น
ขนาดของโครงสร้าง AI ที่ใหญ่เกินกว่าจะพึ่งพาใคร ByteDance ได้เพิ่มแผนงบลงทุนในปี 2026 เป็นมูลค่ากว่า 2 แสนล้านหยวน (ประมาณ 9.7 แสนล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 25% จากร่างแผนเดิมที่ 1.6 แสนล้านหยวน โดยงบประมาณส่วนสำคัญนี้ถูกจัดสรรเพื่อการพัฒนาชิปที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง
การออกแบบซีพียูระดับเซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่เริ่มต้นนั้นทั้งยากและใช้เงินลงทุนมหาศาล และการทำสองสถาปัตยกรรมพร้อมกันยิ่งเพิ่มความซับซ้อนทางวิศวกรรมเป็นทวีคูณ
การเข้าถึงโรงงานผลิตยังคงเป็นคอขวดที่สำคัญ Samsung เป็นพันธมิตรการผลิตที่มีศักยภาพสำหรับ SeedChip ASIC ของ ByteDance แต่ความพร้อมของกระบวนการผลิตขั้นสูงสำหรับชิปที่ออกแบบโดยจีนยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์ การเจรจาระหว่าง ByteDance และ Samsung ยังครอบคลุมถึงการเข้าถึงอุปทานชิปหน่วยความจำ ซึ่งตอกย้ำว่าความท้าทายในห่วงโซ่อุปทานนั้นซับซ้อนเพียงใด
แม้ว่าซีพียูของ ByteDance จะประสบความสำเร็จ ในระยะเวลาหลายปีข้างหน้าพวกมันจะยังคงอยู่ในฐานะส่วนเสริมเติมเต็ม มากกว่าที่จะมาแทนที่ชิปเชิงพาณิชย์ได้ทั้งหมด ByteDance ยังคงมีแผนที่จะใช้จ่ายเงินราว 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปกับชิปจาก Nvidia ในปี 2026 เพียงปีเดียว ตัวเลขนี้เน้นย้ำให้เห็นว่า GPU ของ Nvidia ฝังรากลึกอยู่ในขั้นตอนการเทรนและ Inference ของบริษัทมากเพียงใด
การเคลื่อนไหวของ ByteDance สะท้อนแนวทางที่บริษัทไฮเปอร์สเกลเลอร์ในโลกตะวันตกเคยทำมาแล้ว Amazon ได้สร้าง CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม Arm ในชื่อ Graviton และตัวเร่งความเร็วอย่าง Trainium/Inferentia Google พัฒนา TPU ของตัวเอง Microsoft ก็สร้าง Cobalt CPU ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าไหน เป้าหมายก็เหมือนกันคือ: ควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในระดับมหภาคด้วยการควบคุมการออกแบบซิลิคอนด้วยตัวเอง
สิ่งที่ทำให้แนวทางของ ByteDance โดดเด่นคือการเดิมพันสองสถาปัตยกรรมและความเร่งด่วนที่ขับเคลื่อนด้วยภูมิรัฐศาสตร์ ในขณะที่ไฮเปอร์สเกลเลอร์สหรัฐฯ มุ่งไปที่ Arm สำหรับ CPU ที่ออกแบบเอง ByteDance กลับเก็บ RISC-V ไว้เป็นเส้นทางคู่ขนาน ส่วนหนึ่งเพื่อความยืดหยุ่นทางสถาปัตยกรรม และอีกส่วนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากข้อจำกัดในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สินทางปัญญาชิปที่มีเจ้าของ
ตลาดโดยรวมก็กำลังมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน มีการคาดการณ์ว่า การจัดส่งเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ใช้ ASIC แบบกำหนดเองจะครองส่วนแบ่งตลาด 27.8% ในปี 2026 โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีสูงถึง 44.6% ซึ่งเร็วกว่าอัตราการเติบโตของ GPU เชิงพาณิชย์เกือบสามเท่า
ByteDance ไม่ได้พึ่งพาแค่การออกแบบภายในเพื่อกระจายแหล่งชิป ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 บริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับ Qualcomm เพื่อจัดซื้อ ASIC หลายล้านตัวสำหรับรันซอฟต์แวร์ AI Agent ทำให้ ByteDance กลายเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่รายแรกๆ สำหรับชิปศูนย์ข้อมูลที่โฟกัสด้าน AI ของ Qualcomm เมื่อรวมกับการหารือเรื่องชิป AI ภายในประเทศของจีนและ SeedChip ASIC แล้ว ByteDance กำลังประกอบกลยุทธ์ชิปแบบหลายง่าม ซึ่งครอบคลุมทั้งซีพียูในบ้าน ตัวเร่งความเร็วแบบกำหนดเอง และการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
โครงการซีพียูแบบกำหนดเองต้องใช้เวลาหลายปีในการเปลี่ยนจากการออกแบบไปสู่การนำไปใช้ในปริมาณมาก โครงการ Arm และ RISC-V คู่ขนานของ ByteDance ยังคงอยู่ในขั้นตอนการประเมิน และบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยเส้นเวลาสำหรับการผลิตชิปจริงอย่างเป็นทางการ ในระยะสั้น โครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทจะยังคงพึ่งพา Nvidia GPU และฝูง ASIC จากพันธมิตรที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางถึงระยะยาว การลงทุนด้านซิลิคอนที่กำหนดเองของ ByteDance สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต้นทุนครั้งใหญ่ และมอบความเป็นอิสระด้านฮาร์ดแวร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จนถึงตอนนี้ มีเพียงไฮเปอร์สเกลเลอร์รายใหญ่ที่สุดของโลกเท่านั้นที่ทำได้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ByteDance กำลังออกแบบซีพียูสำหรับศูนย์ข้อมูลของตัวเองบนสองสถาปัตยกรรมขนานกัน—Arm และ RISC V—เพื่อลดการพึ่งพา Intel และ AMD หลังราคาชิปเซิร์ฟเวอร์พุ่งขึ้นรายไตรมาสถึง 10–35% [3][5]
ByteDance กำลังออกแบบซีพียูสำหรับศูนย์ข้อมูลของตัวเองบนสองสถาปัตยกรรมขนานกัน—Arm และ RISC V—เพื่อลดการพึ่งพา Intel และ AMD หลังราคาชิปเซิร์ฟเวอร์พุ่งขึ้นรายไตรมาสถึง 10–35% [3][5] โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ชิปขนานใหญ่: ByteDance เพิ่มงบลงทุนด้าน AI ในปี 2026 เป็นกว่า 2 แสนล้านหยวน (ประมาณ 9.7 แสนล้านบาท) พร้อมกับพัฒนาชิป AI Inference ASIC และเซ็นสัญญาจัดซื้อชิปหลายล้านตัวจาก Qualcomm [4]...
คาดว่าซีพียูในบ้านจะเข้ามาเสริมทัพมากกว่าที่จะแทนที่ Nvidia GPU อย่างเต็มตัวในเร็ววัน—ByteDance วางแผนใช้เงินราว 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อชิปจาก Nvidia เพียงเจ้าเดียวในปี 2026 [12]