กรรมการ BOJ Junko Koeda ระบุว่าเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นใกล้ระดับเป้าหมาย 2% แล้ว และอาจสูงกว่านั้นหากราคาพลังงานเพิ่มจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง [3] ตลาดการเงินบางส่วนประเมินความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม BOJ กลางเดือนมิถุนายนสูงกว่า 70% [19] อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นระยะ 10 ปีพุ่งขึ้นใกล้ระ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Bank of Japan board member Junko Koeda’s argument for raising interest rates at an “appropriate pace,” how could war‑driven energy p. Article summary: Junko Koeda’s argument is that the BOJ should keep raising rates at an “appropriate pace” because Japan’s underlying inflation is still likely to move toward and possibly exceed 2%, especially if Middle East war risks li. Topic tags: general, general web, user generated, news, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "“I believe it's reasonable to raise the policy interest rate at an appropriate pace to address high inflation while also considering the" source context "BOJ policymaker calls for rate hike, warns of war-led inflation overshoot | WDEZ 101.9 FM Great Country" Reference image 2: visual subject
ญี่ปุ่นกำลังค่อย ๆ ออกจากยุคดอกเบี้ยต่ำมากที่ยาวนานหลายทศวรรษ และเสียงจากผู้กำหนดนโยบายบางคนเริ่มชัดเจนขึ้นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan หรือ BOJ) อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป
หนึ่งในสัญญาณล่าสุดมาจาก Junko Koeda กรรมการนโยบายการเงินของ BOJ ซึ่งเตือนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยเฉพาะจากราคาพลังงานที่เกี่ยวข้องกับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อาจทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางได้
คำกล่าวของเธอทำให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า BOJ อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง และการตัดสินใจดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในการประชุมกลางเดือนมิถุนายน ผลกระทบไม่ได้จำกัดแค่เศรษฐกิจญี่ปุ่น แต่ยังอาจส่งแรงสะเทือนไปยังตลาดพันธบัตรโลกและต้นทุนการกู้ยืมในหลายประเทศ
Koeda มองว่าเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นอาจอยู่ใกล้เป้าหมาย 2% แล้ว และยังมีโอกาสสูงขึ้นต่อ หากราคาพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก
ในการกล่าวกับผู้นำธุรกิจ เธอระบุว่า เงินเฟ้ออาจสูงกว่า 2% ในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบราคาน้ำมัน
ดังนั้นเธอจึงมองว่าธนาคารกลางควร ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายใน “จังหวะที่เหมาะสม” พร้อมคำนึงถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม
อีกประเด็นสำคัญคือเรื่อง อัตราดอกเบี้ยจริงติดลบ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเงินเฟ้อสูงกว่าอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้ออยู่ใกล้หรือสูงกว่า 2% แต่ดอกเบี้ยยังต่ำมาก นโยบายการเงินอาจยังผ่อนคลายเกินไป ทำให้ควบคุมแรงกดดันด้านราคายากขึ้น
สรุปเหตุผลหลักของ Koeda มีสามข้อ
ญี่ปุ่นนำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมด จึงอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันโลกมาก หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น ผลกระทบต่อเงินเฟ้อญี่ปุ่นสามารถเกิดขึ้นผ่านหลายช่องทาง
รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจของ BOJ ระบุว่าหากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของญี่ปุ่นอาจเพิ่มขึ้นถึง ประมาณ 2.5–3.0% ในปีงบประมาณ 2026 ผ่านราคาพลังงานและสินค้า
นั่นทำให้ผู้กำหนดนโยบายเริ่มกังวลว่าเงินเฟ้ออาจ สูงเกินเป้าหมาย แทนที่จะเพียงแค่แตะระดับ 2%
นักลงทุนเริ่มประเมินความเป็นไปได้ที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุม 16–17 มิถุนายน
ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ระบุว่าช่วงหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมดังกล่าว สูงกว่า 70%
นักวิเคราะห์บางรายคาดว่าหากมีการปรับขึ้นจริง อัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจเพิ่มจากประมาณ 0.75% เป็นราว 1.0% อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อและค่าแรงในช่วงก่อนการประชุม
หากเกิดขึ้นจริง นี่จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของ BOJ ในการถอนตัวจากนโยบายผ่อนคลายพิเศษที่ใช้มายาวนาน เช่น ดอกเบี้ยติดลบและการซื้อพันธบัตรขนาดใหญ่
ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มปรับมุมมองใหม่ว่า ญี่ปุ่นอาจไม่รักษาดอกเบี้ยใกล้ศูนย์ต่อไปเหมือนในอดีต
นโยบายการเงินของญี่ปุ่นมีผลต่อโลกมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นผู้ซื้อพันธบัตรต่างประเทศรายใหญ่
โดยรวมแล้ว ญี่ปุ่นถือครอง พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้เป็นเจ้าหนี้ต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ
ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยในญี่ปุ่นที่ต่ำมากทำให้นักลงทุน เช่น กองทุนบำนาญและบริษัทประกัน หันไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อหาผลตอบแทนที่สูงกว่า
แต่หากผลตอบแทนในประเทศเพิ่มขึ้น ภาพนี้อาจเปลี่ยนไป
หากดอกเบี้ยญี่ปุ่นสูงขึ้น อาจเกิดผลลัพธ์หลายอย่าง เช่น
นักวิเคราะห์บางรายสังเกตว่าการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนในประเทศสอดคล้องกับการ ขายหลักทรัพย์ต่างประเทศมูลค่าหลายล้านล้านเยนตั้งแต่ต้นปี 2026
หากแนวโน้มนี้เร่งตัวขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้น และต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลและธุรกิจในหลายประเทศก็อาจสูงขึ้นตาม
คำกล่าวของ Junko Koeda สะท้อนความท้าทายสำคัญของ BOJ
สำหรับตลาดการเงิน ประเด็นสำคัญคือ วงจรดอกเบี้ยของญี่ปุ่นเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว และแม้การขึ้นดอกเบี้ยจะค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็อาจเปลี่ยนทิศทางกระแสเงินทุนโลก ตลาดพันธบัตร และต้นทุนการกู้ยืมในหลายประเทศได้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
กรรมการ BOJ Junko Koeda ระบุว่าเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นใกล้ระดับเป้าหมาย 2% แล้ว และอาจสูงกว่านั้นหากราคาพลังงานเพิ่มจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง [3]
กรรมการ BOJ Junko Koeda ระบุว่าเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นใกล้ระดับเป้าหมาย 2% แล้ว และอาจสูงกว่านั้นหากราคาพลังงานเพิ่มจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง [3] ตลาดการเงินบางส่วนประเมินความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม BOJ กลางเดือนมิถุนายนสูงกว่า 70% [19]
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นระยะ 10 ปีพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ขณะที่นักลงทุนเริ่มคาดว่าดอกเบี้ยจะสูงขึ้น [20]