Arthur Hayes คาดการณ์ว่าเหรียญ HYPE ของ Hyperliquid จะพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์ภายในเดือนสิงหาคม 2026 หรือเติบโตประมาณ 5 เท่า ภายใต้เงื่อนไขที่รายได้แบบ Annualized ต้องทะยานสู่ 1.4 พันล้านดอลลาร์ และตลาดต้องตีมูลค่าใหม่ให้ส... ในช่วงพฤษภาคม 2026 มูลค่าตลาดแบบปรับลดทั้งหมด (FDV) ของ Hyperliquid สามารถแซงหน้า Solana ไปได้แบ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Arthur Hayes's prediction that Hyperliquid (HYPE) will overtake Solana (SOL) in market capitalization, what are his price target and. Article summary: Here is a comprehensive breakdown of Arthur Hayes's HYPEmaximalist thesis, the market reality, and the surrounding controversy.. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Arthur Hayes, in a recent crypto price update, projected that $HYPE could reach $150 by August 2026, up from $30. Hyperliquid, a leading crypto" source context "Arthur Hayes predicts that $HYPE could reach $150 by August 2026. | KuCoin" Reference image 2: visual subject "The chart displays the HYPE buyback amounts, average HYPE amounts, and average prices of the HYPE token from March 9 to April 6, 2026, suggesting a mar
Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX และ CIO ของ Maelstrom ได้ทุ่มเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในโลกคริปโตด้วย Hyperliquid เขาประกาศต่อสาธารณะว่าเหรียญประจำเครือข่ายอย่าง $HYPE จะพุ่งขึ้นไปแตะ 150 ดอลลาร์ ภายในเดือนสิงหาคม 2026 ซึ่งเป็นการเติบโตกว่า 5 เท่าจากราคาประมาณ 30 ดอลลาร์ในวันที่เขาเขียนบทวิเคราะห์ และเพื่อตอกย้ำความมั่นใจ เขายังท้าพนันเพื่อการกุศลมูลค่า 100,000 ดอลลาร์ว่า HYPE จะทำผลงานได้เหนือกว่าทุก Altcoin ที่มี Market Cap เกิน 1 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ถึง 31 กรกฎาคม 2026
แต่เรื่องราวต่อจากนั้นไม่ได้มีแค่การไล่ล่าเป้าหมายราคา เพราะในวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 มูลค่าตลาดแบบปรับลดทั้งหมด (Fully Diluted Valuation: FDV) ของ HYPE ได้แซงหน้า Solana เป็นครั้งแรก ซึ่งหมุดหมายนี้เกิดขึ้นพร้อมกับที่ผู้ตรวจสอบธุรกรรมออนเชนเริ่มส่งสัญญาณธงแดงให้กับการเทรดจากวอลเล็ตที่เชื่อมโยงกับ Hayes — เป็นการย้ายเหรียญที่ดูเหมือนการกระจายเหรียญ (Distribution) ซึ่งขัดกับเรื่องเล่าที่เขาพูดเอาไว้อย่างสิ้นเชิง
การคาดการณ์แบบกระทิงของ Hayes ไม่ได้มาจากความรู้สึกล้วนๆ แต่วางอยู่บนโมเดลรายได้ที่จำเพาะเจาะจงมาก
เขาให้เหตุผลว่า Hyperliquid จำเป็นต้องผลักดันให้ รายได้แบบ Annualized ของโปรโตคอลในช่วง 30 วัน ขึ้นไปแตะระดับ 1.4 พันล้านดอลลาร์ — ซึ่งเป็นระดับที่บริษัทเคยสัมผัสได้ช่วงสั้นๆ ในเดือนสิงหาคม 2025 — และตลาดจะต้องตีมูลค่าใหม่ให้กับเหรียญ จากประมาณ 12 เท่าของรายได้ต่อปี ไปอยู่ที่ประมาณ 25.2 เท่า โดยในวันที่เขาเผยแพร่ทฤษฎีนี้ Hyperliquid กำลังสร้างรายได้ต่อปีอยู่ที่ประมาณ 843 ล้านดอลลาร์
แม้ในสถานการณ์แย่ที่สุด (Conservative Scenario) Hayes ก็ยังประเมินมูลค่า HYPE ไว้ที่ราว 58 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นโอกาสทำกำไร (Upside) อีกราว 75% จากราคาซื้อขายในขณะนั้น นอกจากนี้ เขายังคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของรายได้จาก HIP-3 สูงถึง 160% ในอีกหกเดือนข้างหน้า ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการอัปเกรดโปรโตคอลและกลไกค่าธรรมเนียมใหม่ๆ
หัวใจของทฤษฎีนี้กระจุกตัวอย่างมาก มูลค่าเกือบทั้งหมดของ Hyperliquid มาจากแอปพลิเคชัน DEX ซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (Perpetual Futures) เพียงตัวเดียวที่ทำงานบนบล็อกเชน Layer-1 ของตัวเอง โดยในปี 2025 แอปพลิเคชันนี้สร้างรายได้ไปประมาณ 844 ล้านดอลลาร์ และกินส่วนแบ่งตลาดอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์ (Decentralized Derivatives) ไปกว่า 80% เมื่อเทียบกันแล้ว Solana ซึ่งเป็น Layer-1 อเนกประสงค์ที่มีทั้ง DeFi, NFT, ระบบชำระเงิน และ dApps นับพัน สร้างรายได้ทั่วทั้งระบบนิเวศไปเพียง 1.3 พันล้านดอลลาร์ในปีเดียวกัน
วินาทีที่ HYPE แซง Solana ในแง่ FDV ถูกนำเสนอราวกับเป็นการเปลี่ยนขั้วอำนาจของตลาด แต่ตัวเลขจริงๆ แล้วซับซ้อนกว่านั้นมาก
ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2026:
พูดง่ายๆ คือ มูลค่า FDV ที่พาดหัวว่า HYPE แซง Solana นั้นแซงกันแค่ประมาณ 300 ล้านดอลลาร์เท่านั้น แต่มูลค่าตลาดของเหรียญที่ซื้อขายหมุนเวียนได้จริงๆ ยังน้อยกว่ากันประมาณ 3.7 เท่า ช่องว่างมหาศาลนี้เกิดขึ้นเพราะ มีเหรียญ HYPE เพียงแค่ 25% ของ Supply ทั้งหมดที่ถูกปล่อยออกมาหมุนเวียน ขณะที่ Solana มี Supply ถึง 92% ที่อยู่ในตลาดแล้ว
นักวิเคราะห์จาก CryptoRank และอีกหลายสำนักเตือนว่านี่คือความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง เพราะ FDV อาจเป็นตัวแทนของ 'ความทะเยอทะยาน' ได้ แต่ปริมาณเหรียญหมุนเวียนต่ำเมื่อเทียบกับ Max Supply ขนาดใหญ่ หมายความว่า การปลดล็อค Token ในอนาคตสามารถสร้างแรงกดดันให้ราคาตกลงอย่างรุนแรงได้
แม้จะมีข้อควรระวังเรื่อง FDV แต่ผลงานด้านรายได้แบบดิบๆ ของ Hyperliquid ก็ยากที่จะมองข้าม
อย่างไรก็ดี Solana ก็ยังคงทิ้งห่างในแง่ของมูลค่ารวมที่ถูกล็อค (TVL) ซึ่งดีดตัวกลับขึ้นไปแตะ 9 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2026 และปริมาณการซื้อขายออนเชนในช่วง 24 ชั่วโมง (ที่ราว 2.74 พันล้านดอลลาร์ vs HYPE 1.2 พันล้านดอลลาร์) ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความกว้างของระบบนิเวศที่ DEX อนุพันธ์เฉพาะทางไม่อาจเลียนแบบได้ง่ายๆ
ขาขึ้นของทฤษฎีนี้เจอความปั่นป่วนจริง เมื่อนักติดตามธุรกรรมออนเชนเริ่มสะกดรอยตามวอลเล็ตที่เชื่อมโยงกับ Hayes
เมื่อนำเรื่องราวทั้งหมดมารวมกัน ข้อมูลออนเชนได้วาดภาพของ Positioning ที่ 'ไม่สม่ำเสมอ' — มีทั้งการฝากเหรียญเข้ากระดานจำนวนมาก การซื้อกลับในราคาที่แพงกว่า และคำพูดในที่สาธารณะที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกับการกระทำ ไม่ว่าการย้ายเงินเหล่านั้นจะเป็นการปรับสมดุลพอร์ต (Rebalancing) การย้ายหลักประกัน (Collateral Movements) หรือการกระจายเหรียญจริงๆ ก็ตาม แต่ 'ภาพจำ' ที่เกิดขึ้นก็ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยส่วนหนึ่งไปแล้ว
พาดหัวเรื่อง FDV นั้นน่าประทับใจ แต่ช่องว่างเชิงโครงสร้างระหว่าง Hyperliquid และ Solana ยังคงกว้างมาก
1. Tokenomics และอุปทานส่วนเกิน (Supply Overhang): ด้วยปริมาณเหรียญหมุนเวียนเพียง 25% ของ HYPE การปลดล็อคในอนาคตอาจทำให้มูลค่าเจือจางลงอย่างมีนัยสำคัญ นักวิเคราะห์ของ CryptoRank ได้ออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์สำคัญของ FDV นี้ "มีข้อจำกัดจากความเสี่ยงด้าน Tokenomics — เนื่องจากปริมาณเหรียญหมุนเวียนต่ำเมื่อเทียบกับ Max Supply ขนาดใหญ่"
2. แอปพลิเคชันเฉพาะทาง vs แพลตฟอร์มอเนกประสงค์: Solana เป็น Layer-1 สำหรับสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) อเนกประสงค์ที่มี dApps นับพัน ระบบนิเวศนักพัฒนาที่ลึกซึ้ง และกิจกรรมที่ครอบคลุมทั้ง DeFi, NFT, DePIN และการชำระเงิน ในทางกลับกัน Hyperliquid คือ DEX สำหรับสัญญาล่วงหน้าที่ทำงานบน 'App-chain' ของตนเอง ดังที่ Nexo ได้วิเคราะห์ไว้ ทั้งสองแพลตฟอร์ม "ไม่ได้แข่งขันกันเพื่อมงกุฎเดียวกัน" — Hyperliquid เป็นเครื่องจักรสร้างรายได้เฉพาะทาง ไม่ใช่ระบบนิเวศแบบครอบจักรวาล
3. โครงสร้างผู้ตรวจสอบแบบรวมศูนย์: เครือข่าย Validator ของ Hyperliquid นั้นเล็กกว่าและกระจายศูนย์น้อยกว่าของ Solana มาก ซึ่งสร้างความกังวลด้านธรรมาภิบาลและความปลอดภัยที่มีผลต่อการยอมรับจากสถาบันในระยะยาว
4. ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวและการพึ่งพาผู้นำ: ในเดือนกันยายน 2025 การเทขายของวาฬ HYPE มูลค่า 122 ล้านดอลลาร์ และเรื่องเล่าปม 'สุญญากาศทางความเป็นผู้นำ' เคยทำให้ราคาตก 17% ภายในวันเดียวมาแล้ว เหตุการณ์นั้นชี้ให้เห็นว่ามูลค่าของโปรเจกต์ผูกติดอยู่กับผู้ถือครองรายใหญ่ไม่กี่รายและตัวบุคคลสำคัญแค่ไหน
เครื่องจักรผลิต 'รายได้' ของ Hyperliquid นั้นทรงพลังเกินใครจริงๆ มันสร้างค่าธรรมเนียมสะสมที่ทัดเทียมและแม้กระทั่งเหนือกว่า Solana ในบางช่วงเวลา และ FDV ของมันก็ได้บีบให้ตลาดหันมาจริงจังกับการเปรียบเทียบครั้งนี้ ทว่า 'การพลิกกลับ' ที่มีนัยสำคัญจริงๆ — นั่นก็คือมูลค่าตลาดหมุนเวียนและความหลากหลายของระบบนิเวศ — ยังคงอยู่ห่างไกลเกินเอื้อม
เป้าหมาย $150 ของ Hayes เป็นไปได้ในทางคณิตศาสตร์ หากรายได้ไต่ระดับไปถึง $1.4 พันล้าน และความเชื่อมั่นของตลาดปรับค่าทวีคูณ (Multiple) ขึ้น แต่โครงสร้าง Tokenomics และภาพความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเส้นทางการซื้อขายของเขาเอง ได้เพิ่มความเสี่ยงที่จับต้องได้ (Material Risk) เข้าไปในสมการ ซึ่งแม้แต่การคาดการณ์ขั้นพื้นฐานก็อาจยังประเมินต่ำไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Arthur Hayes คาดการณ์ว่าเหรียญ HYPE ของ Hyperliquid จะพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์ภายในเดือนสิงหาคม 2026 หรือเติบโตประมาณ 5 เท่า ภายใต้เงื่อนไขที่รายได้แบบ Annualized ต้องทะยานสู่ 1.4 พันล้านดอลลาร์ และตลาดต้องตีมูลค่าใหม่ให้ส...
Arthur Hayes คาดการณ์ว่าเหรียญ HYPE ของ Hyperliquid จะพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์ภายในเดือนสิงหาคม 2026 หรือเติบโตประมาณ 5 เท่า ภายใต้เงื่อนไขที่รายได้แบบ Annualized ต้องทะยานสู่ 1.4 พันล้านดอลลาร์ และตลาดต้องตีมูลค่าใหม่ให้ส... ในช่วงพฤษภาคม 2026 มูลค่าตลาดแบบปรับลดทั้งหมด (FDV) ของ Hyperliquid สามารถแซงหน้า Solana ไปได้แบบฉิวเฉียด แต่ Market Cap ของเหรียญในตลาดที่หมุนเวียนจริงกลับยังน้อยกว่ากันกว่า 3.7 เท่า เนื่องจากจำนวนเหรียญ HYPE ที่หมุน...
นักวิเคราะห์ออกโรงเตือนว่าธรรมชาติของ Hyperliquid ที่เป็นเพียง DEX สำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Perpetuals) ล้วนๆ, โครงสร้างผู้ตรวจสอบเครือข่าย (Validator) ที่รวมศูนย์ และการปลดล็อค Token จำนวนมหาศาลในอนาคต ล้วนเป็นปัจ...