ตัวดีไซน์ยังรองรับ การจับถือหลายรูปแบบ ช่วยลดแรงที่ต้องใช้ในการถือโทรศัพท์ และลดความเสี่ยงที่เครื่องจะหลุดมือ
อุปกรณ์นี้ออกแบบโดย Bailey Hikawa ศิลปินและนักออกแบบอุตสาหกรรมจากลอสแอนเจลิส ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการออกแบบเคสและอุปกรณ์ iPhone ที่มีลักษณะคล้ายงานประติมากรรม
Apple ทำงานร่วมกับ Hikawa เพื่อนำดีไซน์นี้เข้าสู่ Apple Store โดยมีบริษัท PopSockets ช่วยด้านการผลิต ทำให้อุปกรณ์ชิ้นนี้ผสมผสานทั้งฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์ที่ดูเหมือนงานศิลปะร่วมสมัย
จุดสำคัญของ Hikawa Grip & Stand คือการออกแบบเพื่อ การเข้าถึงเทคโนโลยีสำหรับผู้ใช้ที่หลากหลาย
Apple ระบุว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้เกิดขึ้นจาก การร่วมมือกับผู้ใช้ที่มีความพิการหรือข้อจำกัดด้านแรงกล้ามเนื้อ การควบคุมมือ และความคล่องตัวของนิ้วมือ เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์สามารถแก้ปัญหาที่ผู้ใช้เผชิญจริงได้
การเพิ่มที่จับที่มั่นคงช่วยให้ผู้ใช้ต้องใช้แรงน้อยลงในการถือโทรศัพท์ และทำให้ iPhone ใช้งานได้สะดวกขึ้นสำหรับผู้คนหลากหลายกลุ่ม
นอกจากใช้เป็นที่จับแล้ว อุปกรณ์ยังสามารถ พับหรือปรับเป็นขาตั้งโทรศัพท์ ได้
เมื่อใช้เป็นขาตั้ง สามารถวาง iPhone ได้ทั้ง แนวตั้งและแนวนอน เหมาะสำหรับดูวิดีโอ วิดีโอคอล หรืออ่านคอนเทนต์โดยไม่ต้องถือเครื่อง
การเปิดตัวรอบใหม่นี้มาพร้อม 3 สีใหม่ ได้แก่
ในสหรัฐอเมริกา อุปกรณ์มีราคา 54.95 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถูกกว่ารุ่นลิมิเต็ดก่อนหน้าที่เปิดตัวที่ 69.95 ดอลลาร์
เมื่อ Apple เปิดตัว Hikawa Grip & Stand ครั้งแรกในช่วงปลายปี 2025 เพื่อเฉลิมฉลอง 40 ปีของการพัฒนาฟีเจอร์ด้าน Accessibility ของ Apple อุปกรณ์นี้ถูกวางขายแบบลิมิเต็ดและ ขายหมดภายในไม่กี่วัน
การเปิดตัวครั้งล่าสุดจึงยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าว และ Apple ได้เริ่มวางจำหน่าย ทั่วโลกผ่าน Apple Online Store ทำให้ผู้ใช้ในหลายประเทศสามารถซื้อได้โดยตรง
การนำอุปกรณ์นี้กลับมาวางขายเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ Apple เปิดเผย ฟีเจอร์ Accessibility ใหม่ที่ใช้ Apple Intelligence ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมอัปเดตระบบปฏิบัติการในอนาคต เช่น iOS 27
ฟีเจอร์เหล่านี้จะเพิ่มความสามารถให้เครื่องมือช่วยเหลืออย่าง VoiceOver, Magnifier, Voice Control และ Accessibility Reader รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ เช่น การสร้างซับไตเติลอัตโนมัติและเครื่องมือช่วยเหลืออื่น ๆ บนอุปกรณ์ Apple
แม้ Apple จะไม่ได้ระบุชัดว่าการขายหมดอย่างรวดเร็วเป็นเหตุผลหลักของการขยายตลาดทั่วโลก แต่การเปิดตัวครั้งใหม่นี้สะท้อนถึงแนวทางของบริษัทที่ต้องการทำให้ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม
Comments
0 comments