ถ้าจะให้อธิบายง่าย ๆ ATH ทำงานบนกรอบแนวคิด “สร้าง Token, ส่งต่อ Token, ใช้ Token” โดย Token Foundry จะทำหน้าที่เป็น ‘หัวใจหลัก’ ในขั้นตอนแรก นั่นก็คือการบ่มเพาะความสามารถด้าน AI ขั้นพื้นฐานและบรรจุลงใน ‘Token’ เพื่อพร้อมสำหรับการใช้งานจริงในโลกธุรกิจ
การปรับโครงสร้างครั้งนี้มาพร้อมกับการเปลี่ยนผังผู้บริหารอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าอาลีบาบาต้องการถ่างระยะห่างระหว่างการวิจัยระยะยาวและการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ต้องทำเงินได้ในระยะสั้น
อู๋ หย่งหมิง ในฐานะ CEO กลุ่ม เข้ามากำกับดูแล Token Foundry โดยตรง ซึ่งตอกย้ำว่า AI ได้กลายเป็นหัวใจของกลยุทธ์บริษัทไปแล้ว ในส่วนของปฏิบัติการหน้างาน มีรายงานว่า เจิ้ง โป รองประธานอาลีบาบา ได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการงานรายวัน ควบคุมการทำโมเดลให้เป็นผลิตภัณฑ์ และการรวมทีมของ Future Life Lab เข้าไว้ในหน่วยงานใหม่
ขณะเดียวกัน โจว จิ่งเหริน ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโมเดล Qwen ซีรีส์ ได้ถูกแต่งตั้งให้ขึ้นแท่น Chief Scientist ของอาลีบาบา และรับหน้าที่หัวหอกในการเปิดสถาบันใหม่อย่าง ‘AI Future Research Institute’ โดยสถาบันของโจวจะมุ่งมั่นไปที่งานวิจัย AI แนวหน้าในระยะยาวเท่านั้น โดยจะแยกขาดออกจากพันธกิจเชิงพาณิชย์ของ Token Foundry อย่างชัดเจน
การควบรวมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การดึงทีมมาอยู่รวมกัน แต่เป็นการรวมเอาทีมที่ก่อนหน้านี้มีเส้นทางการพัฒนาที่คาบเกี่ยวกันอยู่บ่อยครั้ง
หน่วยธุรกิจโมเดลใหญ่ Tongyi คือกองหนุนหลังบ้านที่อยู่เบื้องหลังซีรีส์โมเดลภาษา ‘Qwen’ รุ่นล่าสุดอย่าง Qwen 3.7 Max ถูกสร้างขึ้นมาให้มีคุณสมบัติการทำงานแบบผู้ช่วยอัจฉริยะ (Agent) มาแต่กำเนิด สามารถรองรับข้อมูลในหน้าต่างบริบท (Context Window) ได้มากถึง 1 ล้าน Token และถูกออกแบบมาให้ทำงานต่อเนื่องได้ยาวนานถึงหลายสิบชั่วโมงโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการ
Future Life Lab ทีมนี้เริ่มต้นจากการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Taobao และ Tmall ก่อนจะถูกย้ายมาสังกัด ATH ทีมนี้เน้นไปที่การสร้าง Generative AI สำหรับการใช้งานจริง โดยมีสองโปรเจกต์ที่โดดเด่นและกลายเป็นสินทรัพย์สำคัญของ Token Foundry ในตอนนี้
ที่น่าสนใจคือในรายงานทางการเงินล่าสุดของอาลีบาบายังได้ระบุว่า ทั้งสองโปรเจกต์นี้กำลังถูกทยอยเปิดตัวในเชิงพาณิชย์เป็นเฟส ๆ
Token Foundry ไม่ใช่แค่การรีแบรนด์หรือย้ายป้ายชื่อทีม แต่สะท้อนถึงแรงกดดันทางกลยุทธ์หลายประการที่อาลีบาบากำลังเผชิญในโลก AI ที่กำลังร้อนระอุ
ยุติศึกสายเลือดภายใน – เนื่องจากทั้งทีม Tongyi และ Future Life Lab ต่างก็มีโครงการพัฒนาโมเดลสร้างวิดีโอแข่งกันเอง การควบรวมครั้งนี้จึงเป็นการสั่งหยุดยิงภายใน หยุดความสิ้นเปลืองทรัพยากร และรวมทุกอย่างไว้ภายใต้การบัญชาการเดียว
บังคับให้ ‘คิดถึงเงิน’ – การแยกตัวของโจว จิ่งเหริน ไปทำสถาบัน AI Future Research Institute คือการปลดแอกให้ Token Foundry โฟกัสกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ได้เต็มที่ หน่วยงานนี้มีหน้าที่ต้องเปลี่ยนความสามารถของโมเดล บริการการเรียกใช้ Token และแอปพลิเคชันผู้ช่วยอัจฉริยะทุกอย่าง ให้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบ วัดปริมาณ และขายได้จริง
AI ในรูปแบบ Full-Stack – ตอนนี้จิ๊กซอว์ของอาลีบาบาครบชุดแล้ว พวกเขามี Tongyi เป็นกำลังหลักในการประมวลผลภาษาและโค้ด Happy Horse ดูแลการสร้างวิดีโอ Happy Oyster เจาะตลาดโลกเสมือนจริง และที่สำคัญคือมี PingTouGe หน่วยผลิตชิปของตัวเองที่ทำตลาดเป็นล่ำเป็นสัน จากฐานรากของชิปไปจนถึงยอดของแอปพลิเคชัน อาลีบาบามีครบ การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับโอกาสตลาดที่กำลังร้อนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรายได้จากธุรกิจคลาวด์ของอาลีบาบาพุ่งสูงขึ้นถึง 38% ในช่วงที่ผ่านมา
การจัดตั้ง Token Foundry ถือเป็นการปรับโครงสร้าง AI ครั้งใหญ่ครั้งที่สามของอาลีบาบาในปี 2026 เพียงปีเดียว และเป็นการส่งสัญญาณว่า CEO อู๋ หย่งหมิง กำลังเปลี่ยนผ่านบริษัท จากยุคแห่งการทดลองในห้องแล็บ สู่การมีสายพานผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีโครงสร้างชัดเจนและมีเขากุมบังเหียนอย่างแน่นหนา