วิศวกร Google ใช้เว็บบอร์ดภายใน Memegen แชร์มีมล้อเลียนเครื่องมือ AI ของบริษัทว่าสร้างโค้ดคุณภาพต่ำที่เรียกว่า 'slop' (ขยะ) และไม่น่าเชื่อถือ สวนทางกับคำประกาศของซีอีโอ ซุนดาร์ พิชัย ที่ว่า 75% ของโค้ดใหม่ทั้งหมดเขียน... เสียงบ่นภายในพุ่งเป้าไปที่คุณภาพของโค้ด AI, ปริมาณงานตรวจสอบที่ล้นมือจนคนตรวจสอบ 'จมน้ำตาย' และเ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What internal backlash has Google engineers expressed on Memegen about the company's AI coding tools — including mockery of AI-generated cod. Article summary: Google engineers have been using the company's internal Memegen platform to mock AI coding tools, including Google's internal tool Jetski, in a way that appears to clash with Sundar Pichai's public claim that 75% of new . Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Google’s CEO says 75% of the company’s code is AI-generated. While Google CEO Sundar Pichai proudly tells the world that 75 percent of all new code at the company is AI-generated," source context "Google Employees Internally Share Memes About How Its AI Sucks" Reference image 2: visual subject "Photo by Verity Ne
เรื่องราวของ Google ที่เล่าสู่สาธารณะเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้นเต็มไปด้วยภาพของประสิทธิภาพอันน่าทึ่ง โดยซีอีโอ 'ซุนดาร์ พิชัย' ได้ประกาศในเดือนเมษายน 2026 ว่า 75% ของโค้ดใหม่ทั้งหมดถูกสร้างโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยวิศวกร อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังกำแพงของบริษัท บนแพลตฟอร์มมีมภายในที่ชื่อว่า Memegen กลับมีการสนทนาที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง วิศวกรพากันล้อเลียนเครื่องมือ AI อย่างไม่หยุดหย่อน โดยชี้ให้เห็นถึงคุณภาพโค้ดที่ย่ำแย่ ซอฟต์แวร์ภายในที่ไม่น่าเชื่อถือ และภาระงานใหม่ในการตรวจสอบโค้ดที่ล้นมือ
Memegen เป็นเหมือนวาล์วระบายความอัดอั้นของพนักงาน Google มาอย่างยาวนาน เป็นพื้นที่สำหรับมุกตลกเสียดสีและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเจ็บแสบต่อการตัดสินใจของบริษัท ตั้งแต่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการเลิกจ้างพนักงาน กระแสมีมต่อต้าน AI ระลอกล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความคับข้องใจที่ฝังลึกต่อความเป็นจริงในการพัฒนาโปรแกรมที่มี AI ช่วย ซึ่งพนักงานบอกว่ามันทำให้งานของพวกเขาหนักขึ้น ไม่ใช่ง่ายขึ้น
พนักงานคนหนึ่งประมาณการว่า จำนวนมีมต่อต้าน AI ที่ถูกแชร์กันภายในตลอดปีที่ผ่านมานั้นมีถึง "หลักร้อยหรือหลักพัน" และจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทุกครั้งที่ Google เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อัปเดตโมเดล หรือเมื่อเครื่องมือภายในอย่าง Jetski เกิดทำงานผิดพลาด
หัวใจหลักของการล้อเลียนภายในคือคุณภาพอันต่ำต้อยของโค้ดที่ AI เขียนขึ้น ซึ่งมักถูกดูแคลนว่าเป็น "slop" (ขยะ) มีมหนึ่งที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางใช้ภาพหน้าจอจากเวทีงานประชุม Google I/O โดยมีข้อความกำกับว่า "I/O ประกาศวิธีใหม่ในการสร้างขยะ" พร้อมกับนำคำว่า "slop" ไปแปะทับบนสไลด์นำเสนออย่างหยาบๆ มีรายงานว่ามีมนี้ได้รับอัปโหวต (ถูกใจ) มากกว่า 100 ครั้ง อีกมีมหนึ่งล้อเลียนคำโฆษณาเรื่องประสิทธิภาพด้วยการเสนอว่า ตอนนี้บริษัทสามารถ "ปล่อยบั๊ก (ข้อผิดพลาด) เพิ่มขึ้น 10 เท่า ในครึ่งเวลาเดิม" ได้แล้ว
มีมเหล่านี้ไม่ได้มองว่าการสร้างโค้ดด้วย AI คือความสำเร็จ แต่คือการผลิต 'หนี้ทางเทคนิค' (technical debt) จำนวนมหาศาล
นอกเหนือจากเรื่องคุณภาพแล้ว ปริมาณโค้ดที่ AI เขียนขึ้นอย่างมหาศาลกลายเป็นวิกฤตของผู้ตรวจสอบที่เป็นมนุษย์ เสียงบ่นภายในอธิบายว่า โค้ดจาก AI ทะลักเข้าสู่กระบวนการทำงาน จนผู้ตรวจสอบกำลัง "จมน้ำตาย" เพราะไม่มีใครเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า AI เขียนโค้ดอะไรขึ้นมา วิศวกรบอกว่า ปัญหาหลักคือความเร็วในการสร้างโค้ดของ AI นั้นเกินกว่าความสามารถในการตรวจสอบโดยมนุษย์อย่างมีความหมายไปมากแล้ว สิ่งที่ควรจะเป็นปราการป้องกัน กลับกลายเป็นคอขวดที่จัดการไม่ได้และคลุมเครือ
การเปลี่ยนแปลงนี้ได้เปลี่ยนบทบาทของวิศวกร จากผู้สร้าง มาเป็นผู้อนุมัติโค้ดที่มักจะตรวจสอบได้ยากและมีปริมาณงานล้นมือ
ความไม่พอใจที่พุ่งเป้าไปที่ Jetski ซึ่งเป็นเครื่องมือเขียนโค้ด AI ภายในของ Google มีรายงานจากมีมใน Memegen ว่า Jetski ถูกจับได้ว่า "ปั้น" (fabricate) ข้อมูลทางสถิติขึ้นมา ซึ่งตอกย้ำคำบ่นของพนักงานว่าเครื่องมือนี้ไม่น่าเชื่อถือโดยพื้นฐาน และเป็นการเพิ่มภาระงานของพวกเขา ไม่ใช่ลดภาระ การวิพากษ์วิจารณ์ที่พุ่งเป้าไปที่เครื่องมือซึ่งควรจะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดความสำเร็จของตัวเลข 75% นี้ นับเป็นการสั่นคลอนหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ AI ภายในของ Google
การประกาศของซุนดาร์ พิชัย ในเดือนเมษายน 2026 นำเสนอตัวเลข 75% ในฐานะหมุดหมายแห่งความสำเร็จ ซึ่งส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของ Google ไปสู่ "เวิร์กโฟลว์ที่ขับเคลื่อนโดย AI อย่างแท้จริง" โดยวิศวกรมีหน้าที่ควบคุมทีมดิจิทัลอัตโนมัติ แทนที่จะต้องมานั่งเขียนโค้ดด้วยมือ ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจาก 25% ในเดือนตุลาคม 2024 เป็น 50% ในปลายปี 2025 และ 75% ในขณะนี้ ถูกนำเสนอเสมือนการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงาน โดยพิชัยกล่าวว่า งานย้ายระบบโค้ดที่ซับซ้อนเสร็จเร็วกว่าที่เคยทำได้เมื่อหนึ่งปีก่อนถึงหกเท่า
แต่ข้อความใน Memegen เล่าอีกด้านหนึ่งของเรื่องราว:
ดังนั้น ตัวเลขแห่งความภาคภูมิใจของพิชัย จึงถูกปฏิบัติโดยคนในกลุ่มหนึ่งที่ส่งเสียงดัง ว่าไม่ใช่มาตรวัดความสำเร็จ แต่เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเยาะเย้ย — เป็นตัวเลขที่บอกปริมาณของปัญหา มากกว่าจะเป็นทางออก
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
วิศวกร Google ใช้เว็บบอร์ดภายใน Memegen แชร์มีมล้อเลียนเครื่องมือ AI ของบริษัทว่าสร้างโค้ดคุณภาพต่ำที่เรียกว่า 'slop' (ขยะ) และไม่น่าเชื่อถือ สวนทางกับคำประกาศของซีอีโอ ซุนดาร์ พิชัย ที่ว่า 75% ของโค้ดใหม่ทั้งหมดเขียน...
วิศวกร Google ใช้เว็บบอร์ดภายใน Memegen แชร์มีมล้อเลียนเครื่องมือ AI ของบริษัทว่าสร้างโค้ดคุณภาพต่ำที่เรียกว่า 'slop' (ขยะ) และไม่น่าเชื่อถือ สวนทางกับคำประกาศของซีอีโอ ซุนดาร์ พิชัย ที่ว่า 75% ของโค้ดใหม่ทั้งหมดเขียน... เสียงบ่นภายในพุ่งเป้าไปที่คุณภาพของโค้ด AI, ปริมาณงานตรวจสอบที่ล้นมือจนคนตรวจสอบ 'จมน้ำตาย' และเครื่องมือภายในชื่อ Jetski ที่ถูกกล่าวหาว่าสร้างข้อมูลสถิติมั่ว [3][18][19]
นี่เผยให้เห็นช่องว่างระหว่างภาพลักษณ์ภายนอกกับความเป็นจริงภายในของ Google: ฝ่ายบริหารมองว่า AI คือชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ด้านประสิทธิภาพการทำงาน แต่วิศวกรภาคสนามกลับบอกว่ามันสร้างงานมากกว่าเดิมและลดทอนมาตรฐาน