สำหรับผู้ประกอบการต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่ทำธุรกิจคลาวด์และศูนย์ข้อมูล (Data Centre) การเปลี่ยนนโยบายครั้งนี้คือ 'ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ' ที่รอคอย ในอดีต การเข้าสู่ตลาดโทรคมนาคมจีนที่เข้มงวดเต็มไปด้วยอุปสรรคด้านสัดส่วนการถือหุ้นและกฎเกณฑ์การปฏิบัติตามข้อบังคับที่ซับซ้อน แต่ในวันนี้ บริษัทเหล่านี้สามารถจัดตั้งและเป็นเจ้าของกิจการ IDC และบริการที่เกี่ยวข้องในเขตนำร่องได้โดยตรง 100% ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดลงอย่างมหาศาล
นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมขนานนามการเคลื่อนไหวนี้ว่าเป็น "ผลประโยชน์ก้อนโตสำหรับบริษัทข้ามชาติบางราย" ใบอนุญาตชุดแรกที่ออกให้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2025 มีบริษัทชื่อดังระดับโลกอย่าง Deutsche Telekom และ Siemens รวมอยู่ด้วยถึง 13 ราย
การขยายจำนวนใบอนุญาตอย่างรวดเร็วเป็น 166 รายในเวลาเพียงปีกว่า บ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของปักกิ่งที่จะเปิดภาคส่วนนี้ สิ่งนี้ต่อยอดมาจากระบบนิเวศที่กว้างขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทโทรคมนาคมที่ลงทุนโดยต่างชาติกว่า 3,100 ราย ดำเนินกิจการทั่วจีน ครอบคลุมบริการโทรคมนาคมเสริมทั้ง 10 ประเภท
การปรับเปลี่ยนนโยบายนี้ยังมีมิติเชิงกลยุทธ์ซ่อนอยู่ การขยายช่องทางให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่สหรัฐอเมริกากำลังใช้มาตรการจำกัดด้านเทคโนโลยีกับผู้ให้บริการของจีนที่เข้มงวดขึ้น นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวของปักกิ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่ากำลังพยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติและปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎการค้าระหว่างประเทศมาตรฐานสูง แม้ว่าความกดดันด้านการแยกขั้วทางเทคโนโลยี (Technology Decoupling) จะทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลกก็ตาม
แม้ตัวเลข 166 รายจะเป็นข่าวใหญ่ แต่ภาพการแข่งขันของบรรดายักษ์ใหญ่โทรคมนาคมในประเทศคงไม่เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือในเร็ววันนี้ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมประเมินว่า ผลกระทบต่อตลาดภายในประเทศ "น่าจะยังมีจำกัด"
ยักษ์ใหญ่ที่มีรัฐหนุนหลังอย่าง China Telecom, China Unicom และ China Mobile รวมถึงผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำเจ้าตลาดอย่าง Alibaba Cloud, Tencent Cloud และ Huawei Cloud ยังคงมีความได้เปรียบมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของขนาดธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และฐานลูกค้าที่มีอยู่เดิม นอกจากนั้น การจำกัดขอบเขตของโครงการนำร่องไว้เพียง 4 พื้นที่ ก็ยิ่งทำให้แรงกดดันด้านการแข่งขันจากผู้เล่นหน้าใหม่จากต่างชาติเหล่านี้ลดน้อยลงไปอีก
งานวิจัยจากสถาบันการค้าระหว่างประเทศและความร่วมมือทางเศรษฐกิจของจีน (Chinese Academy of International Trade and Economic Cooperation) ยังมองว่าเป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกัน มากกว่าที่จะมา disrupt ตลาด โดยผู้เล่นต่างชาติมักจะเชี่ยวชาญในโซลูชันข้ามพรมแดนและการปรับแต่งระดับสูงเพื่อลูกค้าเฉพาะราย ขณะที่โอเปอเรเตอร์ในประเทศครองตลาดท้องถิ่นที่กว้างขวางและเสนอบริการที่ครอบคลุมแก่ลูกค้าภาครัฐและองค์กรขนาดใหญ่ ทำให้เกิดพื้นที่ความร่วมมือในการพัฒนาตลาดและการกำหนดมาตรฐานสากลร่วมกัน
ข้อความจาก MIIT เน้นย้ำถึงการเปิดตลาดที่ "มั่นคงและมีคุณภาพสูง" มากกว่าการทำให้เกิดแรงกระแทกฉับพลันต่อระบบ ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ กระทรวงระบุว่าจะยังคงสนับสนุนบริษัทต่างชาติที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าสู่ตลาดต่อไป โดยวางกรอบโครงการนำร่องนี้ว่าเป็นหนทางที่จะนำ "บริการและผลิตภัณฑ์โทรคมนาคมที่หลากหลายยิ่งขึ้น" มาสู่ผู้บริโภคชาวจีน และเพื่อ "สร้างระบบนิเวศตลาดที่เปิดกว้างและคึกคักยิ่งขึ้น"
ไทม์ไลน์ของการเปิดเสรีนี้เผยให้เห็นแนวทางที่ค่อยเป็นค่อยไปและระมัดระวังอย่างยิ่ง รากฐานนโยบายเริ่มต้นจากประกาศ MIIT เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2024 ตามด้วยการอนุมัติใบอนุญาต 13 รายแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 การขยายผลจนมีบริษัทเข้าร่วม 166 รายในปีเศษต่อมา แสดงให้เห็นว่าโครงการนี้กำลังได้รับแรงส่งที่ดี ทว่าเนื้อในก็ยังอยู่ภายใต้กรอบการควบคุมแบบโครงการนำร่องอย่างแน่นแฟ้น
Comments
0 comments