รายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า แม้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสที่มีผลเมื่อ 10 ตุลาคม 2025 จะช่วยลดความรุนแรงของการสู้รบลง แต่ วิกฤตด้านมนุษยธรรมและระบบสาธารณสุขในฉนวนกาซายังไม่สิ้นสุด รายงานจาก WHO และสหประชาชาติในช่วงปลายปี 2025 ต่อเนื่องถึงปี 2026 ยังคงพบผู้เสียชีวิต การโจมตีสถานพยาบาล การขาดแคลนเวชภัณฑ์ และอุปสรรคต่อการนำความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่
ข้อมูลจากการรายงานของ WHO ซึ่งอ้างตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ระบุว่า ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้นหลังการหยุดยิง
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้การสู้รบจะลดความเข้มข้นลงจากช่วงก่อนหน้า แต่เหตุการณ์รุนแรงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
WHO ระบุว่าความรุนแรงที่กระทบต่อบุคลากรและสถานพยาบาลยังดำเนินต่อไป
ในปี 2026 WHO ยังออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีที่กระทบต่อ โรงพยาบาลอินโดนีเซียในกาซา โดยระบุว่าในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าเกิดการโจมตีสถานพยาบาลหลายครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และต้องอพยพผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ออกจากโรงพยาบาล
แม้อยู่ในช่วงหยุดยิง โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขของกาซายังคงเสียหายอย่างหนัก
เจ้าหน้าที่ WHO ระบุว่า
ความเสียหายต่ออาคารสถานพยาบาลจำนวนมากทำให้ระบบสาธารณสุขต้องพยายามฟื้นฟูบริการภายใต้ข้อจำกัดอย่างรุนแรง
โรงพยาบาลยังเผชิญปัญหาขาดแคลนเรื้อรัง เช่น
ข้อจำกัดเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการผ่าตัด การดูแลผู้ป่วยหนัก และบริการสำคัญ เช่น การรักษาโรคเรื้อรังหรือการดูแลแม่และเด็ก
WHO รายงานว่าโรงพยาบาลและคลินิกในกาซายังขาดแคลนทรัพยากรที่จำเป็นอย่างมาก เช่น
เพื่อช่วยพยุงระบบสาธารณสุข WHO ระบุว่าในปี 2025 ได้จัดส่ง เวชภัณฑ์จำเป็นมูลค่าประมาณ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยังดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง แต่ความต้องการจริงยังสูงกว่าทรัพยากรที่มีอยู่มาก
รายงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติระบุว่า แม้จะมีการหยุดยิง แต่ ข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและขั้นตอนอนุมัติ ยังคงทำให้การนำความช่วยเหลือเข้าสู่กาซาช้าลง
หนึ่งในปัญหาสำคัญคือสินค้าที่ถูกจัดว่าเป็น “dual‑use” ซึ่งหมายถึงสิ่งของที่สามารถใช้ได้ทั้งในพลเรือนและทางทหาร ทำให้ต้องผ่านการอนุมัติพิเศษจากอิสราเอล
ผลคือ
ในเดือนแรกหลังหยุดยิง สหประชาชาติรายงานว่า มีคำขอนำความช่วยเหลือกว่า 100 รายการถูกปฏิเสธ
องค์กรด้านมนุษยธรรมหลายแห่งระบุว่าการเข้าถึงพื้นที่ยังมีข้อจำกัดสูง
องค์กรช่วยเหลือเตือนว่าอุปสรรคเหล่านี้ทำให้ความพยายามฟื้นฟูบริการสาธารณสุขและช่วยเหลือประชาชนล่าช้า
สถานการณ์ในกาซายังเป็นประเด็นสำคัญในที่ประชุม คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council)
การอภิปรายในคณะมนตรีส่วนใหญ่เน้นสองประเด็นหลัก ได้แก่
การประเมินของ WHO ชี้ตรงกันว่า แม้การหยุดยิงในเดือนตุลาคม 2025 จะช่วยลดระดับการสู้รบ แต่ ยังไม่สามารถแก้ไขวิกฤตด้านสาธารณสุขในกาซาได้ ปัจจัยสำคัญที่ยังทำให้สถานการณ์เลวร้าย ได้แก่
องค์การอนามัยโลกจึงเตือนว่า ระบบสาธารณสุขของกาซายังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างรุนแรง แม้ในช่วงที่การสู้รบลดลง
สำหรับหน่วยงานด้านมนุษยธรรม ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไปคือ การฟื้นฟูบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน พร้อมกับการรับประกันการเข้าถึงความช่วยเหลือและความปลอดภัยของสถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
WHO ระบุว่าแม้ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ 10 ตุลาคม 2025 จะลดระดับการสู้รบ แต่ภายใน 31 ธันวาคม 2025 ยังมีผู้เสียชีวิตประมาณ 416 คน และบาดเจ็บ 1,272 คนในกาซานับตั้งแต่เริ่มหยุดยิง [18]
WHO ระบุว่าแม้ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ 10 ตุลาคม 2025 จะลดระดับการสู้รบ แต่ภายใน 31 ธันวาคม 2025 ยังมีผู้เสียชีวิตประมาณ 416 คน และบาดเจ็บ 1,272 คนในกาซานับตั้งแต่เริ่มหยุดยิง [18] ปี 2025 มีการบันทึกการโจมตีต่อระบบสาธารณสุข 449 ครั้งในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง โดย 216 ครั้งเกิดขึ้นในกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 112 คนและบาดเจ็บ 305 คน [18]
หน่วยงาน UN และองค์กรช่วยเหลือระบุว่าข้อจำกัดต่อการนำความช่วยเหลือและเวชภัณฑ์เข้าไปในกาซา รวมถึงกฎสินค้า “dual‑use” ทำให้การฟื้นฟูระบบสาธารณสุขยังล่าช้า
Loading comments...
Comments
0 comments