ณ ปลายเดือนสิงหาคม 2026 Google ระบุรายชื่อมือถือ Android ที่รองรับ Gemini Nano 4 ไว้ 7 รุ่น ได้แก่ Pixel 11 จำนวน 4 รุ่น และ Galaxy Z8 แบบพับได้อีก 3 รุ่น Gemini Nano 4 พัฒนาบนพื้นฐานของ Gemma 4 รองรับการทำความเข้าใจข้อความ ภาพ และเสียงในกว่า 140 ภาษา โดย Google อ้างว่าเร็วขึ้นสูงสุด 4 เท่าและใช้แบตเตอรี่น้อยลงสูงสุ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What has Google confirmed about Gemini Nano 4’s Android device support—including the seven eligible phones (Pixel 11, Pixel 11 Pro, Pixel 11. Article summary: Google’s current documentation lists only seven Android phones for Gemini Nano 4: the four Pixel 11 models and Samsung’s three Galaxy Z 8 foldables. The list is a hardware/software qualification list, not a promise that . Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
Google ยืนยันรายชื่อมือถือชุดแรกที่รองรับ Gemini Nano 4 แล้ว โดยมีเพียง 7 รุ่น และทั้งหมดเป็นสมาร์ตโฟนที่เพิ่งเปิดตัวในช่วงประมาณหนึ่งเดือนก่อนหน้า ได้แก่ Google Pixel 11 ทั้ง 4 รุ่น และมือถือพับได้ Samsung Galaxy Z8 อีก 3 รุ่น 1311
รายชื่อนี้ไม่ได้หมายความว่ามือถือเรือธง Android รุ่นเก่าจะหยุดได้รับอัปเดตระบบหรือแพตช์ความปลอดภัย แต่สะท้อนว่า “การรองรับซอฟต์แวร์ Android” กับ “การเข้าถึงโมเดล AI บนอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุด” กำลังกลายเป็นคนละเรื่องกันมากขึ้น
รายชื่อปัจจุบันประกอบด้วย
เอกสารสำหรับนักพัฒนาของ Google ซึ่งมีการอัปเดตหลังเปิดตัว Pixel 11 ระบุอุปกรณ์เหล่านี้เป็นกลุ่มแรกที่รองรับ nano-v4 โดยมือถือพับได้ของ Samsung เป็นสมาร์ตโฟนกลุ่มแรกที่มาพร้อมทั้ง Gemini Nano 4 และ Gemini Intelligence ก่อนที่ตระกูล Pixel 11 จะตามมา 136
Samsung เปิดตัว Galaxy Z Flip 8, Galaxy Z Fold 8 และ Galaxy Z Fold 8 Ultra ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2026 610 ส่วน Google เปิดตัวตระกูล Pixel 11 ในเดือนสิงหาคม 2026 18 ดังนั้น เมื่อ Google อัปเดตเอกสารสนับสนุนในช่วงปลายเดือนสิงหาคม มือถือทั้ง 7 รุ่นจึงล้วนเป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่งวางจำหน่าย 14
ช่วงเวลานี้ชี้ให้เห็นว่า ในระยะแรกการรองรับ Nano 4 น่าจะขึ้นอยู่กับการผสานระบบและการรับรองเฉพาะรุ่น มากกว่าจะเป็นฟีเจอร์ที่ติดมากับ Android เวอร์ชันหนึ่งหรือแพตช์ความปลอดภัยโดยตรง
Gemini Nano 4 พัฒนาบนพื้นฐานของตระกูลโมเดล Gemma 4 และทำงานบนอุปกรณ์ผ่าน Android AI Core โดย Google แบ่งโมเดลเป็น 2 แนวทาง ได้แก่ Nano 4 Fast ที่เน้นความเร็วและการตอบสนองหน่วงต่ำ กับ Nano 4 Full ที่เน้นคุณภาพการให้เหตุผลและงานที่ซับซ้อนกว่า 3540
จุดเด่นที่ Google และเอกสารที่เกี่ยวข้องระบุไว้ ได้แก่
ตัวเลขด้านความเร็วและประสิทธิภาพแบตเตอรี่ข้างต้นเป็นคำกล่าวอ้างของ Google ไม่ใช่ผลทดสอบอิสระที่เปรียบเทียบมือถือทุกเครื่องแบบรุ่นต่อรุ่น ประสิทธิภาพจริงจึงอาจแตกต่างกันตามรุ่นโทรศัพท์ รุ่นของโมเดล และลักษณะงานที่ใช้งาน 3547
ในแง่การใช้งานจริง ความสำคัญของ Nano 4 อยู่ที่การทำให้โทรศัพท์ประมวลผล AI ที่ซับซ้อนขึ้นภายในเครื่องได้มากกว่าเดิม ผู้ใช้จึงอาจไม่จำเป็นต้องส่งทุกคำสั่งไปยังเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ที่ผู้ใช้จะเห็นจริงยังขึ้นอยู่กับการพัฒนาของ Google, Android และการปรับแต่งของผู้ผลิตแต่ละราย
Gemini Nano 4 กับ Gemini Intelligence เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่ชื่อเรียกของเงื่อนไขเดียวกัน
เอกสาร Gemini Intelligence ที่มีการรายงานระบุว่า อุปกรณ์ต้องมีโมเดล Nano อย่างน้อยระดับ Gemini Nano 3 และ RAM 12GB ขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขด้านชิปหรือการกำหนดค่าระบบระดับสูง รวมถึงคำมั่นสัญญาการอัปเดตความปลอดภัยระยะยาว 12
นั่นหมายความว่า มือถือบางรุ่นอาจผ่านเกณฑ์พื้นฐานของ Gemini Intelligence ได้ แม้จะยังไม่อยู่ในรายชื่อ Nano 4 ตัวอย่างเช่น มือถือพับได้ Galaxy Z8 สามารถใช้งาน Gemini Intelligence ได้ ขณะที่รายชื่อ Nano 4 ยังจำกัดอยู่กับ Pixel รุ่นใหม่และมือถือ Samsung บางรุ่นเท่านั้น อีกทั้ง Google ระบุว่าการเปิดตัว Gemini Intelligence จะทยอยเกิดขึ้นเป็นระยะ 320
สรุปความแตกต่างได้ดังนี้
แม้มือถือพับได้ของ Samsung จะมาพร้อม Nano 4 เช่นกัน แต่ Google ยังคงวาง Pixel 11 ให้เป็นกลุ่มที่ได้รับฟีเจอร์ Gemini ใหม่ ๆ อย่างโดดเด่นกว่าในช่วงแรก
Rambler ออกแบบมาเพื่อรองรับการพูดตามธรรมชาติ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเรียบเรียงประโยคให้สมบูรณ์ก่อนเริ่มพูด แม้มีคำซ้ำ คำเว้นจังหวะ หรือการแก้คำพูดระหว่างทาง ระบบก็สามารถเปลี่ยนความคิดที่พูดออกมาให้เป็นข้อความที่อ่านลื่นขึ้นได้
Google ระบุว่า Rambler เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่เปิดตัวก่อนบน Pixel ขณะที่เอกสาร Gemini 3.5 Transcribe อธิบายความสามารถด้านการถอดเสียงบน Android ที่อยู่เบื้องหลังฟีเจอร์นี้ 1718
Create My Widget คือแนวคิดอินเทอร์เฟซแบบสร้างด้วย AI ของ Android ผู้ใช้สามารถบอกลักษณะวิดเจ็ตที่ต้องการเป็นภาษาธรรมชาติ แล้วให้ Gemini ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ปรับแต่งได้ ฟีเจอร์นี้ถูกนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ Gemini Intelligence แต่มีรายงานว่าบางความสามารถยังอยู่ระหว่างการทยอยเปิดใช้หรือยังไม่เปิดให้ใช้งานอย่างกว้างขวาง 820
Google ระบุว่า Gemini บน Pixel สามารถจัดการงานหลายขั้นตอนผ่านแอปต่าง ๆ ได้มากขึ้น โดยรองรับมากกว่า 40 แอป และประกาศ Pixel 11 ก็วางความสามารถนี้รวมถึงฟีเจอร์อื่น ๆ ไว้ในกลุ่มประสบการณ์ที่ผู้ใช้จะได้พบก่อนบน Pixel 18
คำว่า “เปิดตัวก่อนบน Pixel” จึงมีความแม่นยำกว่าการบอกว่า “ผูกขาด Pixel ตลอดไป” ถ้อยคำสาธารณะของ Google สนับสนุนว่า Pixel ได้รับสิทธิ์ใช้งานหรือความสำคัญเป็นลำดับแรกในปัจจุบัน แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่า Rambler, Create My Widget หรือฟีเจอร์อื่น ๆ จะไม่มีวันเปิดให้ Samsung หรือมือถือ Android รุ่นอื่นที่ผ่านเกณฑ์ใช้งานได้ 1820
เอกสารปัจจุบันของ Google ระบุว่า Pixel 10 และ Galaxy S26 อยู่ในกลุ่มที่ใช้ Nano 3 ขณะที่ Nano 4 ถูกระบุไว้เฉพาะกับมือถือ 7 รุ่นใหม่กว่า 31112
Google ยังไม่ได้เผยคำอธิบายทางวิศวกรรมแบบแยกรายรุ่นว่า Pixel 10 หรือ Galaxy S26 แต่ละรุ่นขาดชิ้นส่วนใดเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผล AI, แบนด์วิดท์หน่วยความจำ, ความสามารถด้านการจัดการความร้อน, ไดรเวอร์ หรือองค์ประกอบอื่นที่จำเป็นต่อ Nano 4 ดังนั้นจึงยังไม่ควรสรุปว่ามือถือรุ่นใดรุ่นหนึ่ง “แรงไม่พอ” อย่างเด็ดขาด
ข้อสรุปที่ชัดเจนกว่าคือ Nano 4 ต้องผ่านกระบวนการผสานระบบและรับรองอุปกรณ์ชุดใหม่ ซึ่ง Google ยังไม่ได้ขยายให้ Pixel 10 หรือ Galaxy S26 แม้โทรศัพท์เหล่านี้จะยังได้รับ Android และแพตช์ความปลอดภัย และอาจผ่านเกณฑ์พื้นฐานของ Gemini Intelligence ได้ก็ตาม
รายชื่อมือถือเพียง 7 รุ่นนี้สะท้อนช่องว่างที่กำลังขยายระหว่างการรองรับ Android สองประเภท
การรองรับประเภทแรกอาจดำเนินต่อไปได้อีกหลายปีหลังเปิดตัวโทรศัพท์ แต่การรองรับประเภทที่สองต้องอาศัยหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งความเข้ากันได้ของโมเดล ปริมาณ RAM ประสิทธิภาพตัวเร่ง AI ข้อจำกัดด้านพลังงาน ไดรเวอร์ และการรับรองจาก Google หรือผู้ผลิตโทรศัพท์ เอกสารที่มีอยู่ยังไม่ได้ชี้เหตุผลทางเทคนิคเพียงข้อเดียวสำหรับมือถือทุกเครื่องที่หลุดจากรายชื่อ แต่รูปแบบการรองรับเริ่มชัดเจนแล้วว่า การอัปเดตซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียวไม่รับประกันว่าจะได้ใช้โมเดล AI บนอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่สุด 123
สำหรับผู้ที่กำลังเลือกซื้อมือถือ จึงควรดูทั้งชื่อรุ่นและรายการฟีเจอร์ AI ไม่ใช่ดูแค่เวอร์ชัน Android โทรศัพท์ที่ยังได้รับอัปเดตอย่างต่อเนื่องอาจใช้งานบริการ Gemini และฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย Nano 3 ได้ตามปกติ แต่ประสบการณ์ Gemini รุ่นใหม่บน Nano 4 กำลังถูกจำกัดไว้กับอุปกรณ์เรือธงกลุ่มเล็ก ๆ ในปัจจุบัน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ณ ปลายเดือนสิงหาคม 2026 Google ระบุรายชื่อมือถือ Android ที่รองรับ Gemini Nano 4 ไว้ 7 รุ่น ได้แก่ Pixel 11 จำนวน 4 รุ่น และ Galaxy Z8 แบบพับได้อีก 3 รุ่น
ณ ปลายเดือนสิงหาคม 2026 Google ระบุรายชื่อมือถือ Android ที่รองรับ Gemini Nano 4 ไว้ 7 รุ่น ได้แก่ Pixel 11 จำนวน 4 รุ่น และ Galaxy Z8 แบบพับได้อีก 3 รุ่น Gemini Nano 4 พัฒนาบนพื้นฐานของ Gemma 4 รองรับการทำความเข้าใจข้อความ ภาพ และเสียงในกว่า 140 ภาษา โดย Google อ้างว่าเร็วขึ้นสูงสุด 4 เท่าและใช้แบตเตอรี่น้อยลงสูงสุด 60% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน
Gemini Intelligence มีเกณฑ์ขั้นต่ำกว้างกว่า คือ Nano 3 ขึ้นไปและ RAM อย่างน้อย 12GB แต่ Pixel 11 ยังได้เปรียบจากฟีเจอร์อย่าง Rambler และ Create My Widget