แอป Ethereum ของ Ledger มีช่องโหว่ race condition ที่อาจทำให้ dApp อันตรายแสดงธุรกรรมหนึ่งบนหน้าจอ แต่อุปกรณ์กลับเซ็นอีกธุรกรรมหนึ่ง TestMachine เปิดเผยรายละเอียดระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม หลังระบุว่า Azimuth เอเจนต์ AI ของบริษัทค้นพบและตรวจสอบช่องโหว่บน Ledger Flex ผู้ใช้ควรเปิด Ledger Live และอัปเดตแอป Ethereum เ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened with the Ethereum app vulnerability in Ledger devices—including how the APDU race condition could replace a legitimate clear-s. Article summary: A flaw in Ledger’s Ethereum app could make an on-device clear-signing screen show a legitimate transaction while the device ultimately signed a different, malicious one. Ledger had already shipped a fix in Ethereum app v. Topic tags: general, general web, user generated, documentation. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks,
แอป Ethereum ของ Ledger มีข้อบกพร่องในกระบวนการ clear signing บางรูปแบบ ซึ่งอาจเปิดทางให้ dApp อันตรายสลับข้อมูลธุรกรรมระหว่างที่ผู้ใช้กำลังตรวจสอบรายการบนอุปกรณ์ ในสถานการณ์ที่น่ากังวล หน้าจอ Ledger ยังคงแสดงรายละเอียดของธุรกรรมที่ดูปกติ ขณะที่อุปกรณ์กลับเซ็นคำขออีกชุดหนึ่ง 39
Ledger ระบุว่าทีมความปลอดภัย Donjon ของบริษัทค้นพบและแก้ไขปัญหานี้ก่อนที่ TestMachine จะเปิดเผยต่อสาธารณะ แพตช์ถูกปล่อยในแอป Ethereum เวอร์ชัน 1.22.2 เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 ขณะที่ TestMachine เริ่มเผยแพร่ผลการค้นพบในวันที่ 21 สิงหาคม 569
ปัญหาเกี่ยวข้องกับการจัดการคำสั่ง APDU ซึ่งเป็นข้อความคำสั่งที่แลกเปลี่ยนระหว่างคอมพิวเตอร์หรือ dApp ที่เชื่อมต่อกับแอป Ethereum บน Ledger โดยปกติ ในขั้นตอน clear signing อุปกรณ์จะรับข้อมูลธุรกรรม แสดงรายละเอียดสำคัญให้ผู้ใช้ตรวจสอบ แล้วรอการอนุมัติ
ตามรายงานการวิจัย เว็บไซต์หรือ dApp อันตรายที่มีสิทธิ์เข้าถึงผ่าน WebHID อาจส่งคำสั่ง APDU ชุดที่สองเข้ามา ขณะที่ธุรกรรมชุดแรกยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างคำขอเซ็นหลายรายการ หรือที่เรียกว่า race condition กระบวนการที่มีช่องโหว่ไม่ได้ผูกธุรกรรมที่แสดงบนหน้าจอเข้ากับเซสชันการเซ็นเดียวแบบแก้ไขไม่ได้อย่างรัดกุม จึงเปิดช่องให้เกิดการสลับคำขอที่อุปกรณ์จะเซ็น 3715
ความเสี่ยงไม่ได้มีแค่ธุรกรรมล้มเหลว ผู้ใช้อาจเห็นรายการที่ดูไม่มีพิษภัยและกดยืนยัน แต่ท้ายที่สุด Ledger กลับเซ็นคำขออนุมัติโทเคน การโอนสินทรัพย์ หรือธุรกรรมอื่นที่ถูกสับเปลี่ยนเข้าไป เหตุการณ์เช่นนี้จะบั่นทอนจุดประสงค์หลักของ clear signing ซึ่งก็คือการตรวจสอบรายละเอียดธุรกรรมบนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ก่อนอนุมัติ 110
การอัปเดตแอป Ethereum ของ Ledger แก้ไขกระบวนการเซ็นที่มีช่องโหว่ รายงานเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโค้ดระบุว่าเวอร์ชัน 1.22.2 ป้องกันไม่ให้เซสชันการเซ็นใหม่เข้ามาแทนที่เซสชันที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะปฏิเสธ callback การอนุมัติเมื่อสถานะของแอปไม่ตรงกับคำขอที่กำลังทำงานอยู่ 10
Charles Guillemet ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Ledger กล่าวว่า Donjon ค้นพบช่องโหว่นี้ด้วยเครื่องมือตรวจหาช่องโหว่ที่ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ และนำแพตช์ขึ้นระบบเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม รายงานต่าง ๆ อธิบายว่าข้อความในบันทึกการอัปเดตมีเพียงประกาศแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยแบบสั้น ๆ แทนที่จะเป็นคำแนะนำด้านความปลอดภัยฉบับละเอียด 356
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อผู้ใช้ เพราะการติดตั้งแอปเวอร์ชันใหม่ช่วยป้องกันเส้นทางการโจมตีต่อจากนี้ แต่บันทึกการเปลี่ยนแปลงที่ให้ข้อมูลเพียงเล็กน้อยทำให้เจ้าของอุปกรณ์ไม่ทราบชัดเจนว่าแก้ไขอะไรไปบ้าง หรือจำเป็นต้องรีบดำเนินการมากน้อยเพียงใด
TestMachine ระบุว่าเอเจนต์ AI ของบริษัทชื่อ Azimuth พบปัญหาระหว่างการสแกนอัตโนมัติ และทีมงานได้ตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าวบน Ledger Flex แล้ว ในโพสต์ที่เผยแพร่ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม TestMachine อธิบายว่า dApp อันตรายอาจแข่งส่งคำสั่ง APDU ในช่วงที่ผู้ใช้กำลังตรวจสอบธุรกรรม และอ้างว่าปัญหานี้กระทบ Ledger ทุกเครื่องที่ใช้งานแอป Ethereum 4715
การเปิดเผยดังกล่าวทำให้สาธารณะหันมาสนใจช่องโหว่ที่ Ledger ระบุว่าได้รับการแก้ไขไปแล้ว TestMachine ยังกล่าวว่าบริษัทปฏิเสธรับเงินรางวัลจากโครงการ bounty ขณะที่ Ledger โต้แย้งลำดับและวิธีการสื่อสารเรื่องนี้ 1612
ข้อขัดแย้งหลักอยู่ที่ไทม์ไลน์การค้นพบและการเปิดเผยข้อมูลแบบส่วนตัว ไม่ใช่การมีอยู่ของแพตช์
จุดยืนของ Ledger ซึ่ง Guillemet เป็นผู้แถลง คือทีม Donjon ค้นพบช่องโหว่ แก้ไข และปล่อยแพตช์ก่อนที่ TestMachine จะเผยแพร่ข้อมูลราวสองสัปดาห์ เขาวิพากษ์วิจารณ์การเปิดเผยภายหลังว่าอาจสร้างความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น ทั้งที่บริษัทแก้ไขปัญหาแล้ว 6712
ส่วน TestMachine ระบุว่า Azimuth ค้นพบและตรวจสอบช่องโหว่อย่างเป็นอิสระ และการปล่อยแพตช์แบบเงียบ ๆ ของ Ledger ไม่ได้เตือนผู้ใช้ถึงความเสี่ยงอย่างมีความหมาย โพสต์สาธารณะของบริษัทเน้นสถานการณ์การโจมตีและขอบเขตผลกระทบตามที่บริษัทอ้าง 715
ข้อมูลจากรายงานที่มีอยู่สนับสนุนวันที่ปล่อยแพตช์ คือ 12 สิงหาคม และวันที่โพสต์ต่อสาธารณะระหว่าง 21–23 สิงหาคม แต่ยังไม่สามารถยืนยันโดยอิสระถึงวันที่ค้นพบภายในที่แน่นอน รายละเอียดการสื่อสารระหว่างทั้งสองฝ่าย หรือไทม์ไลน์ทั้งหมดได้ ดังนั้นรายละเอียดส่วนนี้ควรถือเป็นคำกล่าวอ้างที่ขัดแย้งกัน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว 56912
คำกล่าวอ้างในวงกว้างของ TestMachine อ้างอิงจากโค้ดแอป Ethereum และโค้ดกระบวนการเซ็นที่ใช้ร่วมกัน แต่การทดสอบกับอุปกรณ์จริงที่มีรายงานระบุว่าดำเนินการบน Ledger Flex อุปกรณ์ตระกูลรุ่นใหม่ที่อาจใช้โค้ดส่วนเกี่ยวข้องร่วมกัน ได้แก่ Nano S Plus, Nano X, Stax และ Flex 2720
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ใช่หลักฐานพิสูจน์แนวคิด (proof of concept) ที่จัดทำและยืนยันโดยอิสระบน Ledger ทุกรุ่น เมื่อถึงวันที่ 24 สิงหาคม คำกล่าวว่า “Ledger ทุกเครื่อง” ยังคงเป็นคำกล่าวอ้างของนักวิจัย ไม่ใช่ผลการโจมตีที่สาธารณะทำซ้ำได้ครบทุกตระกูลอุปกรณ์ ผู้ใช้ควรแยกให้ออกระหว่างเส้นทางซอฟต์แวร์ที่อาจใช้ร่วมกัน กับการสาธิตการโจมตีที่ทำซ้ำได้บนอุปกรณ์แต่ละรุ่น
ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีรายงานการขโมยเงินที่ได้รับการตรวจสอบโดยอิสระและเชื่อมโยงโดยเฉพาะกับช่องโหว่นี้ นอกจากนี้ ยังไม่มีการยืนยันการสาธิตการโจมตีแบบสมบูรณ์ที่ครอบคลุม Ledger ทุกรุ่นตามที่มีการกล่าวอ้าง 25614
ข้อความนี้สะท้อนหลักฐานที่มีอยู่ในเวลานั้น ไม่ได้พิสูจน์ว่าช่องโหว่ไม่เคยถูกนำไปใช้จริง ช่องโหว่นี้มีความร้ายแรงเพราะอาจทำลายกลไกตรวจสอบธุรกรรมที่ผู้ใช้พึ่งพา แม้ยังไม่พบความเสียหายที่ยืนยันได้จากรายงานที่มีอยู่
ผู้ใช้ควรเปิด Ledger Live และอัปเดต แอป Ethereum เป็นเวอร์ชัน 1.22.2 หรือใหม่กว่า พร้อมอัปเดตเฟิร์มแวร์ของ Ledger และแอปที่ติดตั้งทั้งหมดให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด การแก้ไขที่เกี่ยวข้องกับช่องโหว่การเซ็นนี้คือการอัปเดตแอป Ethereum ไม่ใช่เพียงการอัปเดตเฟิร์มแวร์เท่านั้น 515
หลังอัปเดตแล้ว ผู้ใช้ยังควรตรวจสอบรายละเอียดบนหน้าจออุปกรณ์ทุกครั้งก่อนอนุมัติ โดยเฉพาะผู้รับ จำนวนเงิน และการทำงานของสัญญาอัจฉริยะที่แสดงบน Ledger แพตช์นี้แก้ไขเส้นทางการสลับเซสชันที่มีการรายงาน แต่การตรวจสอบธุรกรรมอย่างรอบคอบยังคงเป็นแนวทางความปลอดภัยที่สำคัญ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
แอป Ethereum ของ Ledger มีช่องโหว่ race condition ที่อาจทำให้ dApp อันตรายแสดงธุรกรรมหนึ่งบนหน้าจอ แต่อุปกรณ์กลับเซ็นอีกธุรกรรมหนึ่ง
แอป Ethereum ของ Ledger มีช่องโหว่ race condition ที่อาจทำให้ dApp อันตรายแสดงธุรกรรมหนึ่งบนหน้าจอ แต่อุปกรณ์กลับเซ็นอีกธุรกรรมหนึ่ง TestMachine เปิดเผยรายละเอียดระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม หลังระบุว่า Azimuth เอเจนต์ AI ของบริษัทค้นพบและตรวจสอบช่องโหว่บน Ledger Flex
ผู้ใช้ควรเปิด Ledger Live และอัปเดตแอป Ethereum เป็นเวอร์ชัน 1.22.2 หรือใหม่กว่า พร้อมอัปเดตเฟิร์มแวร์และแอปอื่น ๆ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด