OneKey จำลองช่องโหว่เปลี่ยนธุรกรรมของ Ledger ได้ในห้องทดลอง โดยใช้แอป Ethereum เวอร์ชันเก่า 1.22.1 ไม่ใช่หลักฐานว่า Ledger ถูกเจาะระบบจริง Ledger ระบุว่า LSB 023 ได้รับการแก้ไขในแอป Ethereum เวอร์ชัน 1.22.2 และไม่พบหลักฐานการโจมตีผู้ใช้ในโลกจริง [3][17][31] แอปเวอร์ชัน 1.22.3 แก้ช่องโหว่เพิ่มเติมอีกสองรายการ ได้แก่...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened with Ledger’s Ethereum app security vulnerabilities involving OneKey’s controlled reproduction of the already-patched LSB-023. Article summary: OneKey’s result was a controlled lab reproduction against the outdated Ledger Ethereum app 1.22.1, not evidence of a live compromise. Ledger said LSB-023 had already been identified internally and patched in 1.22.2, and . Topic tags: general, documentation, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks,
การทดสอบของ OneKey แสดงให้เห็นว่า ช่องโหว่ในแอป Ethereum รุ่นเก่าของ Ledger มีอยู่จริงและสามารถจำลองได้ แต่การทดสอบเกิดขึ้นในห้องทดลองที่ควบคุมเงื่อนไข ไม่ใช่หลักฐานว่า Ledger หรือผู้ใช้ถูกโจมตีในโลกจริง
Ledger ระบุว่า LSB-023 ซึ่งเป็นช่องโหว่เกี่ยวกับการสลับธุรกรรม ได้รับการแก้ไขแล้วในแอป Ethereum เวอร์ชัน 1.22.2 ก่อนที่การสาธิตของ OneKey จะเผยแพร่ และบริษัทไม่พบหลักฐานว่าผู้ใช้ถูกแฮ็กหรือสูญเสียเงินจากเหตุการณ์นี้ 31731
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญของกระเป๋าฮาร์ดแวร์ นั่นคือความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเก็บคีย์ส่วนตัวแบบออฟไลน์เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าอุปกรณ์ แสดงธุรกรรมเดียวกับที่กำลังจะเซ็นจริงหรือไม่
LSB-023 เกี่ยวข้องกับการสอดแทรกคำสั่งระหว่างที่ผู้ใช้กำลังตรวจสอบธุรกรรมบนหน้าจอ อุปกรณ์อาจรับคำสั่ง APDU ใหม่ ทั้งที่คำสั่งก่อนหน้ายังรอการตอบกลับจากผู้ใช้อยู่ เมื่อพารามิเตอร์สำหรับการเซ็นยังถูกเก็บไว้ในสถานะร่วม ค่าดังกล่าวจึงอาจถูกเปลี่ยนหลังจากแสดงบนหน้าจอแล้ว แต่ก่อนที่อุปกรณ์จะสร้างลายเซ็น 3
ในเชิงปฏิบัติ ผู้ใช้อาจเห็น ธุรกรรม A บนหน้าจอและกดยืนยัน แต่เครื่องกลับเซ็น ธุรกรรม B แทน OneKey Anzen ระบุว่าสามารถจำลองพฤติกรรมนี้ได้โดยใช้แอป Ethereum เวอร์ชัน 1.22.1 ในห้องทดลอง 172332
ผลการทดสอบยืนยันว่าโค้ดในเวอร์ชันเก่ามีช่องโหว่ภายใต้เงื่อนไขที่จำเป็นต่อการโจมตี แต่ไม่ได้ยืนยันว่าระบบการผลิตของ Ledger หรือผู้ใช้ถูกเจาะจริง
Ledger ระบุว่าทีมรักษาความปลอดภัยของบริษัทค้นพบช่องโหว่นี้ผ่านกระบวนการภายใน และเพิ่มมาตรการป้องกันในแอป Ethereum เวอร์ชัน 1.22.2 นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่าปัญหาในระดับพื้นฐานได้รับการแก้ไขใน Secure SDK 26.6.1 172124
Ledger ระบุอย่างชัดเจนว่า “ไม่มีผู้ใช้ Ledger คนใดถูกแฮ็ก” และรายงานที่มีอยู่ยังไม่พบความสูญเสียที่เชื่อมโยงกับการทดสอบของ OneKey 172031
แต่ข้อความนี้ควรตีความอย่างระมัดระวัง กล่าวคือ เป็นคำยืนยันจาก Ledger ว่าไม่พบการโจมตีที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่หลักฐานว่าการโจมตีบนซอฟต์แวร์เวอร์ชันที่มีช่องโหว่เป็นไปไม่ได้ การทดสอบในห้องทดลองสามารถยืนยันได้ว่าเส้นทางการโจมตีทำงานภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีอาชญากรนำไปใช้ในวงกว้าง
หลังการอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.22.2 ยังพบช่องโหว่ของแอป Ethereum อีกสองรายการ ซึ่งได้รับการแก้ไขในเวอร์ชัน 1.22.3 โดย Ledger ระบุหมายเลขไว้เป็น LSB-024 และ LSB-025 46
LSB-024 เกี่ยวข้องกับการจัดการค่าจำนวนเต็มหรือจำนวนรายการในระบบ clear signing หากผู้โจมตีสร้างชุดธุรกรรมที่มี 257 operations อุปกรณ์อาจแสดงให้ผู้ใช้เห็นเพียง operation สุดท้าย ทั้งที่กำลังเซ็นชุดธุรกรรมทั้งหมด
นี่คือความล้มเหลวด้านความถูกต้องของการตรวจสอบธุรกรรม ผู้ใช้อาจยังต้องกดยืนยันบนอุปกรณ์ แต่ข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอจะไม่อธิบาย payload ทั้งหมดที่กำลังถูกเซ็นอย่างครบถ้วน Ledger ตั้งชื่อช่องโหว่นี้ว่า “Clear-signing bypass via array-count truncation” 46
LSB-025 เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการ Swap หากผู้ให้บริการ Swap ถูกบุกรุก ผู้ให้บริการอาจส่งคำขออนุมัติโทเคนแทนการชำระเงินที่ผู้ใช้คาดว่าจะทำ โดยไม่ทำให้เกิดหน้าต่างยืนยันใหม่บนอุปกรณ์ Ledger อธิบายช่องโหว่นี้ว่า “Swap flow accepted a token approval in place of a payment” 46
ข้อจำกัดของช่องโหว่นี้มีความสำคัญ รายงานไม่ได้ระบุว่าสามารถสร้างสิทธิ์ใช้โทเคนแบบไม่จำกัด หรืออนุมัติที่อยู่ใด ๆ ที่ผู้โจมตีเลือกเองได้ แต่ก็ยังอาจทำให้ผู้ใช้เซ็นการอนุมัติที่ไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งแตกต่างจากการชำระเงินตามปกติของธุรกรรม Swap อย่างมีนัยสำคัญ 46
ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะระบุว่า การเปลี่ยนแปลงโค้ดที่เกี่ยวข้องกับช่องโหว่ทั้งสองรายการถูกรวมเข้าไว้แล้วหลายเดือนก่อนที่เวอร์ชัน 1.22.2 จะเผยแพร่ แต่แพตช์กลับมาปรากฏในเวอร์ชัน 1.22.3 แทน 37
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีเอกสารสาธารณะที่น่าเชื่อถือเพียงพอจะยืนยันว่าเกิดจากการจัดลำดับความสำคัญของการออกซอฟต์แวร์ ความผิดพลาดในการผสานระบบ การทดสอบ หรือการตัดสินใจภายในรูปแบบอื่น
ข้อสรุปที่รัดกุมที่สุดคือ แพตช์ของ LSB-024 และ LSB-025 ไม่ได้รวมอยู่ในเวอร์ชัน 1.22.2 และเหตุผลที่แน่ชัดยังไม่ได้รับการอธิบายต่อสาธารณะ การสรุปไปไกลกว่านี้อาจเกินกว่าหลักฐานที่มี
Ledger ชูจุดยืนว่าโครงสร้างกระเป๋าที่สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ได้เป็นคุณสมบัติด้านความปลอดภัย เพราะช่องโหว่ในแอปบนอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์สนับสนุนอย่าง Secure SDK สามารถแก้ไขและเผยแพร่ให้ผู้ใช้ติดตั้งได้ แทนที่จะปล่อยให้ข้อผิดพลาดในกระเป๋าฮาร์ดแวร์คงอยู่ถาวร
ในมุมนี้ LSB-023 ถูกนำเสนอเป็นตัวอย่างของกระบวนการค้นหาและแก้ไขช่องโหว่ ได้แก่ ค้นพบปัญหา พัฒนาแพตช์ ออกเวอร์ชันแก้ไข แล้วเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคภายหลัง 3
ข้อดีคือช่องโหว่ซอฟต์แวร์ที่ถูกค้นพบไม่จำเป็นต้องกลายเป็นความเสี่ยงถาวร แต่ข้อเสียคือผู้ใช้ต้องอัปเดตด้วยตนเอง และแพตช์จะช่วยป้องกันได้ก็ต่อเมื่อแอปที่ได้รับผลกระทบถูกอัปเดตแล้ว ช่องว่างระหว่างเวอร์ชัน 1.22.2 กับ 1.22.3 ยังแสดงให้เห็นว่า การติดตั้ง “แพตช์แรก” อาจไม่ได้หมายความว่าประเด็นความปลอดภัยทั้งหมดได้รับการแก้ไขแล้ว 37
บทสรุปคือ OneKey สามารถจำลองช่องโหว่จริงในแอป Ethereum เวอร์ชันเก่าของ Ledger ได้ แต่หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่แสดงว่ามีการโจมตีผู้ใช้ Ledger ในโลกจริง เหตุการณ์นี้ควรเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความปลอดภัยของกระเป๋าฮาร์ดแวร์ไม่ได้จบลงที่การเก็บคีย์แบบออฟไลน์ ผู้ใช้ยังต้องอัปเดตซอฟต์แวร์ ตรวจสอบสิ่งที่อุปกรณ์ขอให้เซ็น และไม่ไว้ใจอุปกรณ์หรือบริการที่เชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
OneKey จำลองช่องโหว่เปลี่ยนธุรกรรมของ Ledger ได้ในห้องทดลอง โดยใช้แอป Ethereum เวอร์ชันเก่า 1.22.1 ไม่ใช่หลักฐานว่า Ledger ถูกเจาะระบบจริง
OneKey จำลองช่องโหว่เปลี่ยนธุรกรรมของ Ledger ได้ในห้องทดลอง โดยใช้แอป Ethereum เวอร์ชันเก่า 1.22.1 ไม่ใช่หลักฐานว่า Ledger ถูกเจาะระบบจริง Ledger ระบุว่า LSB 023 ได้รับการแก้ไขในแอป Ethereum เวอร์ชัน 1.22.2 และไม่พบหลักฐานการโจมตีผู้ใช้ในโลกจริง [3][17][31]
แอปเวอร์ชัน 1.22.3 แก้ช่องโหว่เพิ่มเติมอีกสองรายการ ได้แก่ LSB 024 ที่อาจทำให้แสดงรายการในชุดธุรกรรมไม่ครบ และ LSB 025 ที่อาจเปลี่ยนการชำระเงินเป็นการอนุมัติโทเคน [4][6]