รายงานเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดกลางเดือนพฤษภาคม 2026 จุดชนวนให้เกิดแรงไหลออกของ Bitcoin ETF ครั้งใหญ่เป็นอันดับสามของปี โดย IBIT ของ BlackRock เสียหายหนักสุด 448 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 18 พฤษภาคม และแรงขายนี้เกิดจากลูกค้า ET... แม้เงินทุนจะไหลออกรวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว แต่ยอดเงินทุนไหลเข้าสะสุทธิของ Bitcoin...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened with BlackRock's Bitcoin holdings last week, why did the sell-off occur, and how does this fit into the broader institutional. Article summary: ## What happened. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Institutional desks are the ones driving the $303.5M weekly sell ticket from BlackRock's flagship ETF and the $2.1B that left IBIT over five" source context "Bitcoin ETFs Lose $4.5B in 2026 as IBIT ETF and BTC Face a Risk-Off Stress Test | Investing.com" Reference image 2: visual subject "Institutional desks are the ones driving the $303.5M weekly sell ticket from BlackRock's flagship ETF and the $2.1B that left IBIT over five" source context "Bitcoin ETFs Lose $4.5B in 2026 as IBIT ETF and BTC Face a Risk-Off Str
สัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม 2026 ได้หยุดสถิติเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่องหกสัปดาห์ของกองทุน Bitcoin ETF อย่างกะทันหัน ด้วยการพลิกกลับที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี ใจกลางของพายุลูกนี้คือ iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ซึ่งเป็นกองทุน Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยลูกค้าได้ถอนเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ออกไปภายในระยะเวลาไม่กี่วัน ตัวจุดชนวนนั้นตรงไปตรงมา: ข้อมูลเงินเฟ้อที่ยังคงหนืดได้จุดความกลัวว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังคงใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันต่างพากันลดความเสี่ยงอย่างเร่งด่วน
เดือนพฤษภาคมเริ่มต้นด้วยโมเมนตัมที่ยอดเยี่ยม ในวันที่ 1 พฤษภาคม กองทุน Bitcoin ETF แบบ Spot ของสหรัฐฯ มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิประมาณ 630 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยอีก 532 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 4 พฤษภาคม โดย IBIT ของ BlackRock กวาดเงินไปกว่า 335 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว เมื่อถึงต้นเดือนพฤษภาคม กองทุนเหล่านี้มีเงินทุนไหลเข้าติดต่อกันเก้าวันรวมมูลค่าประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์
ผลักดันให้ยอดเงินทุนไหลเข้าสะสมนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมกราคม 2024 ขึ้นไปแตะประมาณ 58,000 ล้านดอลลาร์
โมเมนตัมนั้นพังทลายลงในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 15 พฤษภาคม ข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามีเงินทุนไหลออกประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์จากกองทุน Bitcoin ETF ทั้งหมด เป็นการยุติช่วงขาขึ้นหกสัปดาห์ติดต่อกัน จุดที่เจ็บปวดที่สุดกระจุกตัวอยู่ที่กองทุนของ BlackRock เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม สัญญาณเตือนจาก Arkham Intelligence แสดงให้เห็นว่า BlackRock ได้โอน 861 BTC (มูลค่าประมาณ 69.6 ล้านดอลลาร์ในขณะนั้น) ไปยัง Coinbase Prime ซึ่งส่งสัญญาณถึงกระแสการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของลูกค้าจำนวนมาก
ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม ลูกค้าของ IBIT ได้ขาย Bitcoin ออกไปรวมกันประมาณ 317 ล้านดอลลาร์ตลอดทั้งสัปดาห์
จุดสูงสุดเกิดขึ้นในวันที่ 18 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันที่มีเงินทุนไหลออกสูงสุดเป็นอันดับสามของปี 2026 โดยยอดไถ่ถอนสุทธิทั้งอุตสาหกรรมพุ่งสูงถึง 648.64 ล้านดอลลาร์ โดย IBIT ของ BlackRock เพียงกองทุนเดียวบันทึกเงินไหลออกสูงถึง 448.36 ล้านดอลลาร์ ข้อมูลจากตัวติดตามเงินทุน ETF ของ Bitbo ในภายหลังยืนยันว่าการขายยังคงดำเนินต่อไปในลักษณะที่เบาลงจนถึงวันที่ 21 พฤษภาคม เมื่อ IBIT มีเงินไหลออกอีก 102.4 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะเย็นลงเหลือ 60.8 ล้านดอลลาร์ในวันถัดมา
บรรดานักวิเคราะห์ระบุตัวเร่งปฏิกิริยาได้อย่างรวดเร็ว “คลื่นการลดความเสี่ยงได้พัดผ่านกองทุน ETF คริปโต… ท่ามกลางความผันผวนและความระมัดระวังที่หวนคืนมา” รายงานจาก Bitcoin.com ระบุ พร้อมเชื่อมโยงการพลิกกลับครั้งนี้โดยตรงกับข้อมูลเงินเฟ้อที่ร้อนแรงเกินคาดและความไม่แน่นอนครั้งใหม่เกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ความอ่อนไหวต่อปัจจัยมหภาคของ Bitcoin ถูกจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเริ่มเลือนราง นักลงทุนสถาบันจึงปฏิบัติต่อสินทรัพย์คริปโตราวกับเป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่ต้องถูกตัดลด สถานการณ์นี้ถูกอธิบายว่าเป็น “การเสื่อมถอยอย่างรวดเร็วของความเชื่อมั่นของสถาบัน” ซึ่งขับเคลื่อนโดยความกังวลด้านมหภาคเหล่านั้นโดยเฉพาะ
หัวใจสำคัญคือ การเทขายครั้งนี้เป็นกิจกรรมการไถ่ถอนที่ขับเคลื่อนโดยลูกค้า ไม่ใช่การที่ BlackRock ตัดสินใจเก็งกำไรทิศทางตลาดด้วยตนเอง ในฐานะผู้สนับสนุน ETF นั้น BlackRock อำนวยความสะดวกในการสร้างและไถ่ถอนหน่วยลงทุนตามความต้องการของนักลงทุน เมื่อข้อมูลของ Arkham แสดงให้เห็นว่า BTC ถูกย้ายไปยัง Coinbase Prime นั่นก็เพื่อรองรับคำขอไถ่ถอนหน่วยลงทุนเหล่านั้น ไม่ใช่การขายสินทรัพย์เพื่อทำกำไรของบริษัท
ในขณะที่แผนภูมิรายสัปดาห์ดูน่าตกใจ แต่หากมองภาพรวมของสถาบันในปี 2026 ให้กว้างขึ้น จะเห็นตลาดที่ยังคงถูกกำหนดโดยการยอมรับที่ลึกซึ้งและเติบโต
เงินทุนไหลเข้าสะสมยังคงเป็นบวกอย่างท่วมท้น เงินทุนไหลเข้าสะสมสุทธิทั้งหมดเข้าสู่กองทุน Bitcoin ETF แบบ Spot ของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ที่เกือบ 58,000 ล้านดอลลาร์ แม้จะเกิดแรงเทขายในเดือนพฤษภาคม ในไตรมาสแรกของปีเพียงไตรมาสเดียว สถาบันต่าง ๆ ทุ่มเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 18.7 พันล้านดอลลาร์เข้าสู่ Bitcoin ETF โดย IBIT ของ BlackRock กวาดไป 8.4 พันล้านดอลลาร์ จนมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) สูงถึง 54,000 ล้านดอลลาร์
IBIT ยังคงเป็นเครื่องมือหลักของสถาบัน แม้จะมีการไถ่ถอนกลางเดือนพฤษภาคม BlackRock ยังคงถือ BTC อยู่ประมาณ 64.34 พันล้านดอลลาร์ ที่ราคาซื้อเฉลี่ยประมาณ 83,200 ดอลลาร์ ขนาดที่ใหญ่โตของกองทุนหมายความว่า แม้แต่วันที่มีเงินไหลออกหลายร้อยล้านดอลลาร์ก็ยังคงเป็นเพียงสัดส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฐานทั้งหมด
ภาพรวมอุปสงค์-อุปทานเชิงโครงสร้างตึงตัว การประมาณการตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมแสดงให้เห็นว่าสถาบันต่าง ๆ ดูดซับ Bitcoin ใหม่ผ่าน ETF ในอัตราที่สูงกว่าผลผลิตการขุดรายวันที่ 450 BTC ประมาณห้าเท่า ซึ่งเป็นอัตราส่วนอุปสงค์ต่ออุปทานที่ไม่มีคู่ขนานในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ สิ่งนี้ได้สร้างภาวะอุปทานตึงตัวเชิงโครงสร้างที่เพิ่มแรงกดดันด้านราคาให้สูงขึ้น แม้ในช่วงที่มีการลดความเสี่ยงเป็นระยะ ๆ
ความเป็นเจ้าของของสถาบันกำลังขยายวงกว้าง ไม่ใช่ถอยหนี เอกสารยื่นแบบ 13F เปิดเผยว่า 57% ของสถาบันที่รายงานถือครองสถานะใน Bitcoin ETF ภายในต้นปี 2026 โดยที่ปรึกษาการลงทุนบริหารสินทรัพย์ส่วนใหญ่ที่รายงาน มหาวิทยาลัย กองทุนการกุศล และผู้จัดการสินทรัพย์แบบดั้งเดิมยังคงขยายการจัดสรรพอร์ตอย่างต่อเนื่อง โดยปฏิบัติต่อ Bitcoin เสมือนเป็นองค์ประกอบพอร์ตโฟลิโอที่ถูกต้องตามกฎหมาย มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น
เดือนพฤษภาคม 2026 จะถูกจดจำในฐานะเดือนแห่งความปั่นป่วน: สถิติเงินทุนไหลเข้าปะทะกับความตื่นตระหนกที่ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยมหภาค ซึ่งลบล้างผลกำไรจากช่วงขาขึ้นหกสัปดาห์ภายในไม่กี่วัน การไหลออก 448 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวจาก IBIT และการไหลออกรายสัปดาห์ 1 พันล้านดอลลาร์นั้นรุนแรง แต่จำเป็นต้องมองในบริบทของสถิติเงินทุนไหลเข้า 18.7 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นของยุค Bitcoin ETF แบบสถาบัน นั่นคือ การสะสมทุนอย่างลึกซึ้งและอดทน ซึ่งถูกขัดจังหวะด้วยปฏิกิริยาที่รุนแรงแต่สั้นต่อข้อมูลมหภาค บรรดาสถาบันยังคงอยู่ที่นี่ พวกเขาเพียงแค่มีสายตาข้างหนึ่งจับจ้องไปที่ Fed อย่างถาวร
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รายงานเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดกลางเดือนพฤษภาคม 2026 จุดชนวนให้เกิดแรงไหลออกของ Bitcoin ETF ครั้งใหญ่เป็นอันดับสามของปี โดย IBIT ของ BlackRock เสียหายหนักสุด 448 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 18 พฤษภาคม และแรงขายนี้เกิดจากลูกค้า ET...
รายงานเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดกลางเดือนพฤษภาคม 2026 จุดชนวนให้เกิดแรงไหลออกของ Bitcoin ETF ครั้งใหญ่เป็นอันดับสามของปี โดย IBIT ของ BlackRock เสียหายหนักสุด 448 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 18 พฤษภาคม และแรงขายนี้เกิดจากลูกค้า ET... แม้เงินทุนจะไหลออกรวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว แต่ยอดเงินทุนไหลเข้าสะสุทธิของ Bitcoin ETF สหรัฐฯ ยังคงอยู่ที่เกือบ 58,000 ล้านดอลลาร์ หนุนโดยสถิติเงินทุนสถาบันไหลเข้ากว่า 18.7 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1/2026
การเทขายครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยมหภาค โดยผู้ถือ ETF ต้องการลดความเสี่ยง ไม่ใช่การขายทำกำไรของ BlackRock เอง และข้อมูลชี้ว่าการยอมรับในระดับสถาบันยังคงขยายตัวลึกขึ้น แม้ราคาจะผันผวน