20 พฤษภาคม 2026 เรือบรรทุกน้ำมันขนาด VLCC 3 ลำบรรทุกน้ำมันดิบตะวันออกกลางรวมประมาณ 6 ล้านบาร์เรลออกจากช่องแคบฮอร์มุซ หลังติดค้างในอ่าวเปอร์เซียนานกว่า 2 เดือน [15][21] ในขบวนมีเรือบรรทุกน้ำมันของจีน 2 ลำ และเรือ Universal Winner ที่จดทะเบียนธงเกาหลีใต้ ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบคูเวตราว 2 ล้านบาร์เรล [15][16][19] การผ่านช่...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened when three supertankers carrying about 6 million barrels of crude oil passed through the Strait of Hormuz toward Asian markets. Article summary: Three supertankers carrying about 6 million barrels of Middle East crude crossed out through the Strait of Hormuz toward Asian markets after waiting more than two months in the Persian Gulf, suggesting Iran may be allowi. Topic tags: general, government, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Three supertankers were crossing the Strait of Hormuz on Wednesday carrying oil bound for Asian markets, after waiting in the Gulf for more than two months with 6 million barrels o" source context "Third VLCC Exits Strait Of Hormuz - Marine News Magazine" Reference image 2: visual subject "## Two very large crude car
ในเดือนพฤษภาคม 2026 เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดยักษ์ 3 ลำ สามารถเดินทางออกจาก ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ได้สำเร็จ หลังติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียนานกว่า สองเดือน ท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารระหว่าง อิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งทำให้การขนส่งผ่านเส้นทางพลังงานสำคัญแห่งนี้หยุดชะงักอย่างหนัก
เรือทั้งสามลำบรรทุกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางรวมประมาณ 6 ล้านบาร์เรล และมุ่งหน้าไปยังโรงกลั่นในเอเชีย เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณแรก ๆ ที่บ่งชี้ว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบอาจเริ่มกลับมา แม้จะยังห่างไกลจากระดับปกติ
ข้อมูลการเดินเรือจากบริษัทวิเคราะห์การขนส่งทางทะเลระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาด Very Large Crude Carrier (VLCC) จำนวนสามลำได้ออกจากช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม โดยมีปลายทางคือศูนย์กลางการกลั่นน้ำมันในเอเชีย
เรือเหล่านี้ต้องรออยู่ในอ่าวเปอร์เซียมากกว่าสองเดือน เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางทะเลระหว่างวิกฤตในภูมิภาค ทำให้บริษัทเดินเรือจำนวนมากชะลอหรือยกเลิกการเดินทางผ่านช่องแคบ
ในเวลาเดียวกัน มีรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันอีกหนึ่งลำกำลังเข้าสู่ช่องแคบ ซึ่งอาจสะท้อนว่าการจราจรทางเรือเริ่มกลับมาเคลื่อนไหว แม้ยังอยู่ในระดับจำกัด
รายงานด้านการเดินเรือระบุรายละเอียดของเรือบางลำที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
ส่วน เรือลำที่สาม ยังไม่มีการยืนยันประเทศเจ้าของหรือผู้ดำเนินการจากรายงานที่มีอยู่
ช่องแคบฮอร์มุซตั้งอยู่ระหว่าง อิหร่านและโอมาน เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมานและทะเลอาหรับ ถือเป็นหนึ่งใน “คอขวดพลังงาน” ที่สำคัญที่สุดของโลก
ตามข้อมูลของหน่วยงานพลังงานสหรัฐ (EIA) โดยปกติแล้วมีน้ำมันประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว หนึ่งในห้าของการใช้ปิโตรเลียมทั่วโลก ไหลผ่านช่องแคบแห่งนี้
ด้วยเหตุนี้ เมื่อการเดินเรือถูกขัดขวาง ตลาดพลังงานทั่วโลกจึงได้รับผลกระทบทันที
การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หยุดชะงักอย่างหนักตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 หลังความขัดแย้งทางทหารระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลทวีความรุนแรง
กองกำลัง กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านได้ออกคำเตือนต่อเรือพาณิชย์เกี่ยวกับการผ่านช่องแคบ และมีการปฏิบัติการทางทะเล เช่น การตรวจค้นเรือ การข่มขู่ และการวางทุ่นระเบิด ซึ่งทำให้การขนส่งเชิงพาณิชย์ลดลงอย่างมาก
ต่อมาอิหร่านยืนยันว่าได้ อนุญาตให้เรือบางลำผ่านช่องแคบได้ ซึ่งบ่งชี้ว่าการผ่านของเรือบรรทุกน้ำมันทั้งสามลำเกิดขึ้นภายใต้การอนุญาตดังกล่าว ไม่ใช่การเปิดเส้นทางเดินเรืออย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ ไม่มีหลักฐานยืนยัน ในแหล่งข้อมูลที่มีเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมหรือการจัดตั้งหน่วยงานควบคุมช่องแคบใหม่ใด ๆ ระหว่างเหตุการณ์นี้
การออกเดินทางของเรือ VLCC ทั้งสามลำถูกมองว่าเป็น สัญญาณเริ่มต้นของการคลี่คลายสถานการณ์ ในช่องแคบฮอร์มุซ
อิหร่านระบุว่าในวันเดียวกันนั้นได้อนุญาตให้ เรือทั้งหมด 26 ลำ ผ่านช่องแคบ ซึ่งมากกว่าช่วงก่อนหน้าที่การเดินเรือถูกจำกัดอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าเหตุการณ์นี้ยังไม่ใช่การกลับสู่ภาวะปกติ เพราะจำนวนเรือที่ผ่านยังน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณการขนส่งปกติของเส้นทางนี้
ภายใต้สถานการณ์ปกติ ช่องแคบฮอร์มุซมีการขนส่งน้ำมันจำนวนมหาศาลทุกวัน
แต่ในช่วงวิกฤตปี 2026 การจราจรทางทะเลลดลงอย่างมาก เนื่องจาก
เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากจึงต้อง จอดรอเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนภายในอ่าวเปอร์เซีย ก่อนจะสามารถเดินทางออกได้
ก่อนหน้านี้การหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซทำให้ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากตลาดกังวลว่าอุปทานน้ำมันจำนวนมหาศาลอาจหายไปจากตลาดโลก
แม้ว่าการผ่านช่องแคบของเรือบางลำจะช่วยลดความกังวลเรื่องอุปทานได้บางส่วน แต่ปริมาณการขนส่งที่ยังจำกัดหมายความว่า ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของราคาน้ำมันยังคงสูง
การที่เรือบรรทุกน้ำมันยักษ์สามลำสามารถออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้ พร้อมน้ำมันรวม 6 ล้านบาร์เรล ไม่ได้หมายความว่าช่องแคบเปิดใช้งานตามปกติแล้ว
แต่เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า การขนส่งแบบจำกัดและควบคุมอาจกำลังกลับมา ในหนึ่งในเส้นทางพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก
ตราบใดที่ความตึงเครียดทางการเมืองและการทหารในภูมิภาคยังดำเนินต่อไป การไหลของน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ—and เสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก—ก็ยังคงเปราะบางต่อเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
20 พฤษภาคม 2026 เรือบรรทุกน้ำมันขนาด VLCC 3 ลำบรรทุกน้ำมันดิบตะวันออกกลางรวมประมาณ 6 ล้านบาร์เรลออกจากช่องแคบฮอร์มุซ หลังติดค้างในอ่าวเปอร์เซียนานกว่า 2 เดือน [15][21]
20 พฤษภาคม 2026 เรือบรรทุกน้ำมันขนาด VLCC 3 ลำบรรทุกน้ำมันดิบตะวันออกกลางรวมประมาณ 6 ล้านบาร์เรลออกจากช่องแคบฮอร์มุซ หลังติดค้างในอ่าวเปอร์เซียนานกว่า 2 เดือน [15][21] ในขบวนมีเรือบรรทุกน้ำมันของจีน 2 ลำ และเรือ Universal Winner ที่จดทะเบียนธงเกาหลีใต้ ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบคูเวตราว 2 ล้านบาร์เรล [15][16][19]
การผ่านช่องแคบครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการผ่อนคลายวิกฤต แม้ปริมาณการเดินเรือยังต่ำกว่าระดับปกติของช่องแคบที่รองรับน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก [1]