ปัญหาขอบแทร็กกลายเป็นประเด็นใหญ่ในการซ้อมวันศุกร์ของศึกฟอร์มูลาวัน ยูเอส กรังด์ปรีซ์ 2026 ที่สนามเซอร์กิต ออฟ ดิ อเมริกาส ในออสติน รายงานระบุว่าเวลาต่อรอบของนักขับ 23 คนถูกลบรวม 207 ครั้ง แบ่งเป็น 79 ครั้งใน FP1 และ 128 ครั้งใน FP2 แม้จะมีเวลาถูกตัดออกจำนวนมาก แต่ชาร์ลส์ เลอแกลร์ยังทำเวลาที่ใช้ได้เร็วที่สุดในทั้งสองเซสชัน
24
27
17
FP2 มีเวลาถูกลบเพิ่มขึ้นชัดเจน
จำนวนเวลาต่อรอบที่ถูกลบใน FP2 มากกว่า FP1 อยู่ 49 ครั้ง โดยรายงานระบุว่าการล้ำขอบแทร็กเกิดขึ้นบ่อยบริเวณโค้ง 12, 19 และ 20
24
อเล็กซ์ อัลบอนมีเวลาถูกลบมากที่สุด 20 ครั้ง ตามด้วยแลนโด นอร์ริส 18 ครั้ง ส่วนวัลต์เตรี บอตตาสมีเพียงหนึ่งครั้ง
27
53
เลอแกลร์ยังครองเวลาที่ใช้ได้เร็วสุด
เมื่อเวลาต่อรอบถูกลบ เวลาดังกล่าวจะไม่นำไปนับในการจัดอันดับของเซสชัน เลอแกลร์จึงยังขึ้นอันดับหนึ่งในผลเวลาของทั้งสองรอบซ้อมวันศุกร์ โดยใน FP1 เขาทำได้เร็วกว่าแม็กซ์ เวอร์สแตพเพน 0.084 วินาที
19
ส่วน FP2 เลอแกลร์ทำเวลา 1:35.291 นาที นำคิมี อันโตเนลลี 0.042 วินาที ขณะที่เวอร์สแตพเพนอยู่อันดับสาม ช้ากว่าเลอแกลร์ 0.189 วินาที
17
ยอดเวลาที่ถูกลบจำนวนมากทำให้การรักษารถให้อยู่ในขอบเขตสนามเป็นเรื่องที่ต้องจับตาในการควอลิฟาย เพราะเวลาที่เร็วจะไม่มีผลหากถูกตัดทิ้ง รายงานการซ้อมวันศุกร์ระบุว่าระบบตรวจจับของ FIA แจ้งการละเมิดได้เกือบจะทันที และเตือนว่าปัญหานี้อาจส่งผลต่อการควอลิฟาย หากนักขับยังรักษารถให้อยู่ระหว่างเส้นขาวไม่ได้
24
ตัวเลข 207 ครั้งบอกอะไร—and ไม่ได้บอกอะไร
ยอด 207 ครั้งเป็นตัวเลขจากการซ้อมวันศุกร์ ไม่ใช่ยอดโทษในการแข่งขัน ตัวเลขนี้แสดงจำนวนเวลาต่อรอบที่ถูกลบระหว่างการซ้อมสองเซสชัน แต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าการล้ำขอบแทร็กของนักขับคนใดจะมีผลอย่างไรในช่วงที่เหลือของสุดสัปดาห์
ภาพรวมจึงมีสองด้าน: ปัญหาขอบแทร็กทำให้เวลาซ้อมของนักขับหลายคนถูกตัด โดยเฉพาะใน FP2 ขณะที่เลอแกลร์รักษารอบที่เร็วที่สุดของตัวเองให้ถูกต้อง และจบวันด้วยการนำทั้งสองเซสชัน