Jeffrey Huang หรือ “Machi Big Brother” ถูกล้างพอร์ตจากการเปิด Long Ethereum ด้วยเลเวอเรจ 25 เท่า หลายครั้ง ทำให้ขาดทุนรวมประมาณ 32–33 ล้านดอลลาร์ และเหลือ ETH ราว 1,700 เหรียญในตำแหน่งที่ปิดไป [1][3][8] ข้อมูล on‑chain ชี้ให้เห็นรูปแบบซ้ำ ๆ คือเปิด Long ขนาดใหญ่ พอตลาดร่วงก็ถูก liquidation จากนั้นกลับมาเปิด Long ใหม...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened when Taiwanese celebrity and crypto investor Jeffrey Huang (“Machi Big Brother”) took a 25x leveraged long position on Ethereu. Article summary: Jeffrey Huang, known as “Machi Big Brother,” reportedly took a 25x leveraged long on ETH and then got hit by a series of forced liquidations as ETH moved against him, pushing the running loss on that campaign to roughly . Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Machi Big Brother’s High-Stakes Ethereum Gamble – A Cautionary Tale in Crypto Leverage Trading. Jeffrey Huang, a Taiwanese-American entrepreneur and cryptocurrency investor widely" source context "Machi Big Brother’s High-Stakes Ethereum Gamble – A Cautionary Tale in Crypto Leverage Trading | Bitget News" Reference image 2: visu
นักลงทุนคริปโตและคนดังจากไต้หวัน Jeffrey Huang หรือที่รู้จักในวงการคริปโตว่า “Machi Big Brother” กลายเป็นข่าวใหญ่หลังจากการเดิมพันครั้งใหญ่กับ Ethereum (ETH) ล้มเหลวอย่างหนัก
รายงานจากข้อมูล on‑chain และสื่อคริปโตระบุว่าเขาเปิด สถานะ Long Ethereum ด้วยเลเวอเรจ 25 เท่า ซึ่งท้ายที่สุดถูกบังคับปิด (liquidation) หลายครั้ง เมื่อราคาตลาดเคลื่อนไหวสวนทาง ส่งผลให้ขาดทุนรวมประมาณ 32–33 ล้านดอลลาร์ ภายในช่วงปี 2026
เหตุการณ์นี้กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของความเสี่ยงในตลาดคริปโต เมื่อการใช้เลเวอเรจสูงสามารถทำให้ทั้งกำไรและขาดทุนขยายตัวอย่างรุนแรงในเวลาอันสั้น
รายงานระบุว่า Huang เปิด สัญญา Ethereum futures แบบ Long ด้วยเลเวอเรจ 25 เท่า ซึ่งหมายความว่าเงินค้ำประกันจริงของเขาเพียงส่วนหนึ่งถูกขยายขนาดตำแหน่งลงทุนให้ใหญ่ขึ้นหลายเท่า
ข้อเสียคือ หากราคาเคลื่อนไหวผิดทางเพียงเล็กน้อย มูลค่าหลักประกันจะลดลงอย่างรวดเร็วและอาจถูกบังคับปิดสถานะทันที
เมื่อราคา ETH อ่อนตัวลงในช่วงตลาดผันผวนของปี 2026 สิ่งที่เกิดขึ้นคือ:
ก่อนหน้านั้น ข้อมูล on‑chain ยังชี้ว่าตำแหน่งของเขาเคยอยู่ใกล้ระดับ liquidation หลายครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการใช้เลเวอเรจสูงทำให้มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดน้อยมาก
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมการเทรดที่ถูกติดตามโดยนักวิเคราะห์บล็อกเชน
หลายรายงานระบุรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ดังนี้
ตัวอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2026 เมื่อราคาตลาดปรับตัวลงและสถานะ ETH ของเขาบนแพลตฟอร์ม perpetual แบบกระจายศูนย์ Hyperliquid ถูก liquidate ทั้งหมด ก่อนที่เขาจะเปิดตำแหน่ง Long 25× ใหม่อีกครั้งทันที
ภายในกลางเดือนพฤษภาคม 2026 การล้างพอร์ตหลายครั้งทำให้การขาดทุนสะสมจากกลยุทธ์นี้เพิ่มขึ้นเป็น มากกว่า 32.4 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูล on‑chain ที่ถูกอ้างอิงในรายงานข่าวคริปโต
เรื่องราวยิ่งน่าสนใจเพราะในช่วงก่อนหน้านี้ ตำแหน่งของ Huang เคยทำกำไรบนกระดาษจำนวนมาก
รายงานบางแห่งระบุว่า เมื่อ Ethereum เคยซื้อขายใกล้ระดับสูงก่อนหน้า เขาเคยมี กำไรที่ยังไม่รับรู้กว่า 44 ล้านดอลลาร์ จากการเดิมพันแบบเลเวอเรจนี้
แต่เมื่อราคาของ ETH ปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว — มีช่วงหนึ่งลดลงสู่บริเวณประมาณ 1,800 ดอลลาร์ หลังการปรับฐานแรง — กำไรเหล่านั้นก็หายไป และถูกแทนที่ด้วยการ liquidation ต่อเนื่อง
กรณีนี้แสดงให้เห็นหลักการสำคัญของการใช้เลเวอเรจ:
เลเวอเรจไม่ได้ขยายแค่กำไร แต่ขยายการขาดทุนด้วยเช่นกัน
เมื่อใช้เลเวอเรจ 25 เท่า การเคลื่อนไหวของราคาที่สวนทางเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็เพียงพอที่จะล้างหลักประกันและบังคับปิดสถานะได้
ในตลาดที่ผันผวนอย่างคริปโต สิ่งนี้สามารถสร้าง “เอฟเฟกต์โดมิโน” ได้ เช่น
รูปแบบการกลับเข้าเทรดซ้ำ ๆ ของ Huang แสดงให้เห็นว่าความผันผวนสามารถทำให้การขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างไร
เหตุการณ์นี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในชุมชนคริปโต เพราะข้อมูลบล็อกเชนเปิดเผยต่อสาธารณะ ทำให้นักวิเคราะห์สามารถติดตามการ liquidation และประเมินการขาดทุนได้เกือบแบบเรียลไทม์
แม้ว่าบางรายงานจะกล่าวถึงตัวเลขขาดทุนที่สูงกว่านี้ในช่วงเวลาหลายเดือน แต่ตัวเลขที่ถูกอ้างอิงสม่ำเสมอที่สุดสำหรับเหตุการณ์การเทรด ETH ในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 32–33 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนและรายงานข่าวคริปโต ไม่ใช่ตัวเลขที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Huang หรือจากแพลตฟอร์มซื้อขาย ดังนั้นจึงควรมองว่าเป็น ค่าประมาณจากรายงานสาธารณะ มากกว่าตัวเลขบัญชีที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
กรณีของ Machi Big Brother จึงกลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความจริงพื้นฐานในตลาดอนุพันธ์คริปโต: ความมั่นใจสูงรวมกับเลเวอเรจสูงสามารถสร้างกำไรขนาดใหญ่ได้ — แต่ก็สามารถลบกำไรเหล่านั้นออกไปอย่างรวดเร็วเช่นกันเมื่อทิศทางตลาดเปลี่ยน.
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Jeffrey Huang หรือ “Machi Big Brother” ถูกล้างพอร์ตจากการเปิด Long Ethereum ด้วยเลเวอเรจ 25 เท่า หลายครั้ง ทำให้ขาดทุนรวมประมาณ 32–33 ล้านดอลลาร์ และเหลือ ETH ราว 1,700 เหรียญในตำแหน่งที่ปิดไป [1][3][8]
Jeffrey Huang หรือ “Machi Big Brother” ถูกล้างพอร์ตจากการเปิด Long Ethereum ด้วยเลเวอเรจ 25 เท่า หลายครั้ง ทำให้ขาดทุนรวมประมาณ 32–33 ล้านดอลลาร์ และเหลือ ETH ราว 1,700 เหรียญในตำแหน่งที่ปิดไป [1][3][8] ข้อมูล on‑chain ชี้ให้เห็นรูปแบบซ้ำ ๆ คือเปิด Long ขนาดใหญ่ พอตลาดร่วงก็ถูก liquidation จากนั้นกลับมาเปิด Long ใหม่อีกครั้งบนแพลตฟอร์ม Hyperliquid [3][7][11]
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงของการใช้เลเวอเรจสูงในตลาดคริปโต เพราะการเคลื่อนไหวของราคาที่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็สามารถล้างพอร์ตมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ได้ [1]