ในดูไบมีรายงานว่า ผู้คนหลายร้อยคนมาต่อคิวตั้งแต่เช้าตรู่ที่ร้าน Swatch ใน Dubai Mall เพื่อหวังจะซื้อนาฬิกาเรือนหนึ่งจากคอลเลกชันนี้
เมื่อจำนวนคนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สถานการณ์เริ่มสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของทั้งลูกค้าและผู้มาใช้บริการในห้าง สุดท้าย Swatch UAE จึงประกาศว่า จะไม่ดำเนินการขายสินค้าในสองศูนย์การค้าดังกล่าว
แม้ผู้ที่ต่อคิวจำนวนมากจะผิดหวัง แต่บริษัทระบุว่าการยกเลิกเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์แออัดที่อาจเป็นอันตราย
Royal Pop คือโปรเจ็กต์ความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตนาฬิกาหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ Audemars Piguet และแบรนด์นาฬิกาแฟชั่น Swatch
แทนที่จะเป็นนาฬิกาข้อมือแบบดั้งเดิม คอลเลกชันนี้เป็น นาฬิกาพก Bioceramic สีสันสดทั้งหมด 8 รุ่น ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสองแนวคิดหลัก
นาฬิกาแต่ละเรือนใช้ กลไกแบบไขลาน (hand‑wound) ของระบบ SISTEM51 และมีตัวเรือนสองรูปแบบคือ
คอนเซ็ปต์ของคอลเลกชันนี้คือการสวมใส่หรือจัดแสดงได้หลายรูปแบบ เช่น แขวนกับสายคล้องคอ หรือใช้เป็นของตกแต่งบนโต๊ะ ไม่จำเป็นต้องใส่บนข้อมือเท่านั้น
จุดเด่นสำคัญคือราคาที่ถูกกว่านาฬิกา Audemars Piguet ปกติอย่างมหาศาล เพราะแบรนด์หรูนี้มักมีราคาหลายหมื่นดอลลาร์
ราคาขายโดยประมาณคือ
ในสหราชอาณาจักร ราคาประมาณ £335–£350 แล้วแต่รุ่น
นาฬิกาจะจำหน่าย เฉพาะในร้าน Swatch บางสาขาเท่านั้น ไม่มีขายออนไลน์ในช่วงเปิดตัว และจำกัด หนึ่งเรือนต่อคน ต่อร้าน ต่อวัน เพื่อลดการกว้านซื้อ
ดูไบไม่ใช่ที่เดียวที่เจอกับฝูงชนจำนวนมาก
รายงานจากหลายประเทศระบุว่ามี คิวยาวและความวุ่นวายหน้าร้าน Swatch ในหลายเมือง เช่น
บางสถานที่ถึงกับต้อง เลื่อนหรือยกเลิกการเปิดร้านชั่วคราว เพราะการควบคุมฝูงชนทำได้ยาก
ในอินเดีย Swatch ต้องเลื่อนการขายที่ห้างใน มุมไบและเดลี หลังมีผู้คนจำนวนมากจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยควบคุมสถานการณ์ได้ลำบาก
ภาพเหตุการณ์ที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียทำให้หลายคนเปรียบเทียบว่าบรรยากาศคล้ายกับการเปิดตัวรองเท้ารุ่นลิมิเต็ด มากกว่าการเปิดตัวนาฬิกาแบบดั้งเดิม
นักสะสมและสื่อจำนวนมากเปรียบเทียบ Royal Pop กับ Omega x Swatch “MoonSwatch” ที่สร้างกระแสครั้งใหญ่ในปี 2022
สูตรความสำเร็จมีลักษณะคล้ายกัน เช่น
ปัจจัยเหล่านี้สร้างความรู้สึก “ต้องรีบซื้อก่อนหมด” หรือ FOMO ทำให้ผู้คนจำนวนมากยอมมาต่อคิวตั้งแต่ก่อนร้านเปิด
อีกเหตุผลที่ทำให้ผู้คนแห่กันซื้อคือ ตลาดขายต่อ (resale market)
มีรายงานว่า ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเปิดตัว นาฬิกา Royal Pop บางเรือนถูกนำไปประกาศขายออนไลน์ในราคาสูงถึง ประมาณ 5,800 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าราคาปลีกหลายเท่า
อย่างไรก็ตาม ราคาลักษณะนี้มักเกิดขึ้นในช่วงเปิดตัวที่สินค้าในตลาดมีจำกัด และอาจลดลงเมื่อสินค้ามีจำหน่ายมากขึ้น
แม้กระแสจะรุนแรง Swatch ระบุว่าคอลเลกชัน Royal Pop ไม่ใช่การขายแบบวันเดียวจบ
บริษัทบอกกับแฟน ๆ ว่า นาฬิกาจะยังคงจำหน่ายในร้าน ต่อเนื่องอีกหลายเดือน แม้บางประเทศอาจต้องจำกัดคิวหรือหยุดขายชั่วคราวหากฝูงชนมีจำนวนมากเกินไป
สิ่งนี้หมายความว่า มูลค่าในตลาดขายต่อและกระแสความนิยมในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับว่า นาฬิกาจะถูกกระจายสู่ร้านค้าได้มากเพียงใดในช่วงต่อไป
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนแล้วคือ Royal Pop กลายเป็นหนึ่งในการเปิดตัวนาฬิกาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของปี แสดงให้เห็นว่าเมื่อ แบรนด์หรู ประวัติศาสตร์การออกแบบ และราคาที่เข้าถึงได้ มารวมกัน ก็สามารถจุดกระแสความต้องการทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว