เหตุการณ์เกิดในฟอรัมเยาวชนที่มหาวิทยาลัยไนโรบี ระหว่าง Africa Forward Summit เมื่อเสียงในห้องดังขึ้นจนมาครงเดินไปหยิบไมค์และตำหนิผู้เข้าร่วม [1][19]. มาครงบอกว่าการคุยแทรกเป็น “การไม่ให้เกียรติกันอย่างสิ้นเชิง” และแนะให้คนที่อยากคุยไปห้องหารือทวิภาคีหรือออกไปข้างนอก [22].

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened when Emmanuel Macron grabbed the microphone during the Africa Forward Summit in Nairobi, what did he say to the audience, why. Article summary: Emmanuel Macron interrupted a youth-focused Africa Forward Summit session at the University of Nairobi after audience noise drowned out speakers, took the microphone, and scolded attendees for what he called “a total lac. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# 'A total lack of respect': Macron halts Africa Forward Summit youth forum over noise. **French President Emmanuel Macron during the Africa Forward Summit in Nairobi on Monday, Ma" source context "'A total lack of respect': Macron halts Africa Forward Summit ..." Reference image 2: visual subject "# 'A total lack
คลิปสั้น ๆ จากการประชุม Africa Forward Summit ที่ไนโรบีไม่ได้ดังเพราะประโยคแรงอย่างเดียว แต่เพราะมันย่อข้อถกเถียงใหญ่เรื่องความสัมพันธ์ฝรั่งเศส-แอฟริกาให้เหลือภาพเดียว: เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ถือไมโครโฟนตำหนิผู้ฟังในเคนยาว่ากำลังแสดง “การไม่ให้เกียรติกันอย่างสิ้นเชิง” .
ในระดับห้องประชุม เหตุผลนั้นตรงไปตรงมา: รายงานหลายแห่งระบุว่าเสียงคุยในห้องดังจนรบกวนผู้พูด . แต่ในระดับการเมือง ภาพนั้นไปชนกับเป้าหมายของงาน ซึ่งฝรั่งเศสต้องการเสนอความสัมพันธ์กับแอฟริกาแบบ “หุ้นส่วนที่เท่าเทียม”
.
เหตุเกิดระหว่างฟอรัมเยาวชนที่มหาวิทยาลัยไนโรบี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Africa Forward Summit . รายงานระบุว่า ขณะที่ผู้พูดคนหนึ่งกำลังกล่าวต่อที่ประชุม เสียงในหอประชุมดังขึ้น มาครงจึงเดินไปที่เวที หยิบไมโครโฟน และตำหนิผู้เข้าร่วม
.
สื่อท้องถิ่นอธิบายว่าเวทีนี้เป็นการพูดคุยกับคนรุ่นใหม่ ครอบคลุมประเด็นเทคโนโลยี การปฏิรูปการศึกษา นวัตกรรม และอนาคตดิจิทัลของแอฟริกา . ขณะที่รายงานอื่นมองว่าเซสชันดังกล่าวเน้นเรื่องวัฒนธรรม ศิลปิน และผู้พูดคนรุ่นใหม่
. ไม่ว่าจะอธิบายกรอบงานอย่างไร จุดร่วมคือมาครงเห็นว่าเสียงในห้องกำลังกลบเสียงของคนบนเวที
.
คำถอดความที่ MarketScreener เผยแพร่ระบุว่าเขาพูดดังนี้:
“ขอโทษทุกคน เฮ้ เฮ้ เฮ้ ผมขอโทษนะ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะพูดเรื่องวัฒนธรรม ให้คนที่มีแรงบันดาลใจสูงมาที่นี่และกล่าวสุนทรพจน์ ท่ามกลางเสียงดังแบบนี้ นี่คือการไม่ให้เกียรติกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น ถ้าคุณอยากคุยแบบทวิภาคี หรือคุยเรื่องอื่น ก็มีห้องสำหรับหารือทวิภาคี หรือออกไปข้างนอก ถ้าคุณอยากอยู่ที่นี่ เราก็ฟังผู้พูด และเล่นตามกติกาเดียวกัน โอเค ขอบคุณ”
หลายสำนักรายงานเนื้อหาหลักเดียวกัน โดยเฉพาะประโยค “a total lack of respect” และระบุว่ามาครงกำลังบอกให้ผู้เข้าร่วมเลิกคุยแทรกระหว่างที่มีผู้นำเสนอ .
ถ้าตัดบริบททางการทูตออก มาครงกำลังตอบสนองต่อการรบกวนที่มีรายงานจริง: เสียงคุยข้างเคียงกำลังกลบผู้พูด . แต่คลิปไม่ได้ถูกอ่านในฐานะเรื่องมารยาทเท่านั้น รายงานระบุว่าการแทรกแซงครั้งนี้ถูกวิจารณ์บนโลกออนไลน์ และทำให้ความพยายามของฝรั่งเศสในการรีเซ็ตสัมพันธ์กับแอฟริกาถูกจับตามากขึ้น
.
จุดที่ทำให้ภาพสะดุดคือ คนที่กำลังตำหนิห้องประชุมคือผู้นำฝรั่งเศส และเวทีดังกล่าวมีไว้เพื่อส่งสัญญาณว่าฝรั่งเศสต้องการออกจากความสัมพันธ์แบบลำดับชั้นเดิม ไปสู่ความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกว่า .
สำนักข่าว AP อธิบายว่า Africa Forward Summit เป็นเวทีโชว์นโยบายแอฟริกาใหม่ของฝรั่งเศส: จากอดีตเจ้าอาณานิคมที่ถูกมองว่าครอบงำ ไปสู่สิ่งที่ปารีสเรียกว่า “หุ้นส่วนที่เท่าเทียม” . ส่วน The Irish Times ระบุว่าคลิปไวรัลนี้กลายเป็นจังหวะสะดุด ในช่วงที่ฝรั่งเศสกำลังพยายามรีเซ็ตความสัมพันธ์ หลังอิทธิพลของตนในแอฟริกาลดลงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
.
ดังนั้น กระแสตีกลับจึงไม่ใช่แค่คำถามว่าเขามีสิทธิขอความเงียบไหม แต่เป็นคำถามว่า ท่าทีแบบนั้นทำให้ข้อความ “เท่าเทียม” ของปารีสดูน่าเชื่อถือแค่ไหน.
การเดินทางไปไนโรบีของมาครงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามใหญ่กว่านั้นในการจัดวางบทบาทฝรั่งเศสในแอฟริกาใหม่. Le Monde รายงานว่า มาครงขึ้นสู่อำนาจพร้อมคำมั่นว่าจะยกเครื่องความสัมพันธ์ของฝรั่งเศสกับอดีตอาณานิคม แต่โครงการนี้ถูกฉุดด้วยวิกฤต ความเข้าใจผิด ความคับข้องใจ และความถอยหลังซ้ำ ๆ .
การเลือกเคนยาก็มีนัยสำคัญ. งานนี้จัดในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ห่างจากศูนย์กลางแบบ Francophone หรือโลกแอฟริกาที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเคยเป็นพื้นที่อิทธิพลดั้งเดิมของฝรั่งเศส . มาครงยังกล่าวในเคนยาว่ายุคของ “sphere of influence” หรือเขตอิทธิพลเดิมของฝรั่งเศสในแอฟริกาที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส “จบลงแล้ว”
.
ฉากหลังไม่ได้ง่ายเลย. AP ระบุว่างานนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจต่อการถอนทหารฝรั่งเศสออกจากแอฟริกาตะวันตก ซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อปีก่อน และอิทธิพลของฝรั่งเศสในภูมิภาคที่ลดลง . Africanews ยังรายงานว่า มาครงใช้เวทีไนโรบีปกป้องบทบาทของยุโรปในแอฟริกา เปรียบเทียบกับแนวทางของจีน และบอกว่าความท้าทายปัจจุบันของแอฟริกาไม่อาจโยนให้มรดกอาณานิคมเพียงอย่างเดียว แม้เขาจะระบุว่าเคยประณามลัทธิอาณานิคมอย่างหนักหลังเข้ารับตำแหน่งในปี 2017
.
เมื่อมองแบบแคบ มาครงกำลังขอให้ผู้ฟังเคารพคนบนเวที. เมื่อมองแบบกว้าง นี่คือบทเรียนว่าการทูตไม่ได้มีแค่คำแถลง แต่มีน้ำเสียง ท่าทาง และภาพที่คนจำได้.
ในเวทีที่ต้องการสื่อว่าฝรั่งเศสกำลังสร้างความสัมพันธ์แบบเท่าเทียมกับแอฟริกา ภาพผู้นำฝรั่งเศสถือไมค์ดุผู้ฟังในแอฟริกาจึงทำให้คำสัญญานั้นดูเปราะบางทันที .
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
เหตุการณ์เกิดในฟอรัมเยาวชนที่มหาวิทยาลัยไนโรบี ระหว่าง Africa Forward Summit เมื่อเสียงในห้องดังขึ้นจนมาครงเดินไปหยิบไมค์และตำหนิผู้เข้าร่วม [1][19].
เหตุการณ์เกิดในฟอรัมเยาวชนที่มหาวิทยาลัยไนโรบี ระหว่าง Africa Forward Summit เมื่อเสียงในห้องดังขึ้นจนมาครงเดินไปหยิบไมค์และตำหนิผู้เข้าร่วม [1][19]. มาครงบอกว่าการคุยแทรกเป็น “การไม่ให้เกียรติกันอย่างสิ้นเชิง” และแนะให้คนที่อยากคุยไปห้องหารือทวิภาคีหรือออกไปข้างนอก [22].
กระแสตีกลับแรงเพราะเวทีนี้ตั้งใจสะท้อนความสัมพันธ์ฝรั่งเศส แอฟริกาแบบ “หุ้นส่วนที่เท่าเทียม” แต่ภาพผู้นำฝรั่งเศสดุผู้ฟังในแอฟริกาถูกมองว่าขัดกับข้อความนั้น [4][9].